วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อปลดล็อก คสช.ถก หลังพิธีสำคัญ

พท.ดักคอบิ๊กตู่ ให้รักษา‘คำพูด’ ถาวรทวงปฏิรูป

“ผบ.ทหารสูงสุด” ปรามฝ่ายการ เมืองอย่าใจร้อน มีเวลาเหลือเฟือก่อนลุยเลือกตั้ง “บิ๊กเจี๊ยบ” บอกหลังพระราชพิธีสำคัญถกปลดล็อกแน่ สนช.เด้งรับ มิ.ย.61 คลอด ก.ม.ลูกครบ 10 ฉบับ “มีชัย” ไม่กดดันลั่นปิดจ๊อบทัน รอถก คสช.ปรับจูนกรอบเวลา “เพื่อไทย” ดักคอนายกฯต้องรักษาคำพูด คลายกฎเหล็กไม่ต้องกลัวนักการเมืองก่อเหตุวุ่น กปปส.ทวง “บิ๊กตู่” เร่งมือปฏิรูปด่วน “พรรคการเมือง-ตำรวจ-ปราบโกง” ก่อนเสียของ ชพน.เชียร์สัญญาณดีคืนประชาธิปไตย “ทนายยิ่งลักษณ์” หาแนวทางอุทธรณ์คดีข้าว ตำรวจสากลขอหลักฐานเพิ่มตามล่า “ปู” ป.ป.ช.คลำช่องรื้อคดีหวยบนดิน-ปล่อยกู้พม่าฟัน “ทักษิณ” ผบ.ทบ.ปลื้มรถถังจีนเจ๋งส่งถึงไทยก่อนกำหนด

กรณีมีความชัดเจนจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ขณะที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ล่าสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.ระบุหลังพระราชพิธีสำคัญ จะมีการพูดคุยกันว่าจะปลดล็อกอะไร อย่างไรบ้าง

กองทัพขอซีกการเมืองอย่าใจร้อน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 ว่า ทางทหารจะปฏิบัติงานในกรอบหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ขั้นตอนการเลือกตั้งยังมีเวลาอีกมาก ต้องรอดูขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน ขอให้รอกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยก่อน เพราะเพิ่งออกมาเพียง 2 ฉบับ ยังมีกฎหมายลูกส่วนอื่นๆค้างอยู่อีก เมื่อถามว่าหลังเดือน ต.ค.ไปแล้วเหล่าทัพจะช่วยดูแลสถานการณ์อย่างไร เพราะจะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมือง พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวว่า ทหารทำงานตามหน้าที่ปกติ เมื่อปลดล็อกแล้วพรรคการเมืองคงอยู่ในกติกา เราสามารถพูดคุยกันได้ แต่เรื่องขั้นตอนรายละเอียดต้องรอผู้เกี่ยวข้องทั้งทางรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

หลังพระราชพิธีสำคัญถกปลดล็อก

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า จะมีกระบวนการและขั้นตอน เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองผ่านแล้ว จะมี 2 กลุ่มที่เกี่ยวข้องคือกลุ่มพรรคการเมืองที่จดทะเบียนแล้วจะมีกรอบเวลาในการดำเนินการกับพรรคการเมืองที่จะจดทะเบียนใหม่ มีกรอบเวลาในการดำเนินการเช่นกัน หลังพระราชพิธีสำคัญจะมีการพูดคุยกันว่าจะปลดล็อกอะไรอย่างไร

สนช.ยัน ก.ม.ลูก 10 ฉบับเสร็จ มิ.ย.61

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯประกาศเท่ากับกระบวนการเปลี่ยนผ่านประเทศจะเป็นไปตามโรดแม็ปที่กำหนดไว้แน่นอน ส่วนกระบวนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ สนช.ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย.2561 แน่นอนทั้ง 10 ฉบับ ไม่ใช่เพียงแค่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่ากรณีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติของกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางราย นายสุรชัยตอบว่า ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของ สนช. เนื่องจากที่มาของคณะกรรมการสรรหามาจาก 2 ทาง ได้แก่ 1.กรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง เช่น ประธาน สนช. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง 2.กรรมการสรรหาจากการคัดเลือกขององค์กรอิสระ ต้องเป็นหน้าที่องค์กรอิสระหาผู้มีคุณสมบัติตรงตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่หน้าที่สนช.เข้าไปตรวจสอบ

“มีชัย” เร่งสปีด-ปรับจูนกรอบเวลา

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. นายมีชัยกล่าวก่อนการประชุมถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ออกมากำหนดเวลาว่าจะประกาศเลือกตั้งในเดือน มิ.ย.2561 และเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ว่า นายกฯคงจะพูดตามกำหนดเวลาที่ได้กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ การทำงานของ กรธ. ไม่มีความกดดัน เชื่อว่าจะร่างกฎหมายลูกได้ทันตามกรอบเวลาอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการปลดล็อกพรรคการเมืองควรจะถามรัฐบาลดีกว่า เชื่อว่าอีกไม่นาน ตนคงได้คุยกับนายกฯ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในการประชุม คสช.เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องกรอบเวลาตรงกัน อย่าเพิ่งไปห่วงอะไรเลย โดยเฉพาะกรณีว่าร่างกฎหมายจะถูก สนช.คว่ำหรือไม่ เพราะเหมือนกับว่าเรากำลังจะเดินทางไปแต่งงาน แต่กลับกลัวรถคว่ำเสียอย่างนั้น

พท.บอกไม่ต้องกลัวการเมืองทำวุ่น

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุจะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งเดือน มิ.ย.2561 และจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ว่า แค่นายกฯประกาศมาวันเดียวตลาดหุ้นดีดตัวขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ การกำหนดวันเลือกตั้งชี้ให้เห็นว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตย ทำให้นักลงทุนเห็นความชัดเจนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน ถ้าทุกอย่างยังไม่ชัดเจนทุกคนไม่กล้าจะทำอะไร ที่พูดกันว่าประชาธิปไตยกินได้มันเป็นอย่างนี้ ส่วนพรรคการเมืองคงต้องรอฝ่ายความมั่นคงว่าจะปลดล็อกให้ทำกิจกรรมได้เมื่อไหร่ หากปลดล็อกแล้วเราต้องทำทุกอย่างตามเงื่อนไขที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดไว้ ทั้งการสำรวจสมาชิกพรรค จัดตั้งสาขาพรรคในทุกภาค จัดตั้งผู้แทนพรรคประจำจังหวัด ร่างข้อบังคับและนโยบายพรรค ไม่ต้องห่วงว่าฝ่ายการเมืองจะทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะแค่ทำตามเงื่อนไขที่วางไว้เวลาแทบไม่พอแล้ว รอให้เป่านกหวีดให้ดำเนินการ เมื่อผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญหวังว่าจะเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมได้ จะได้เห็นบ้านเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้วทุกอย่างในประเทศจะดีขึ้น

ขอ “บิ๊กตู่” รักษาคำพูด

ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แม้การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของระบอบประชาธิปไตย แต่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครอง ต่างชาติจับตาดูท่าทีของประเทศไทยอยู่ เมื่อนายกฯประกาศการเลือกตั้งชัดเจน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง เห็นได้จากการปรับตัวสูงขึ้นของตลาดหุ้น การค้าการลงทุนจากภาคเอกชนจะมีความมั่นใจมากขึ้น ส่งผลดีกับประชาชนทั้งประเทศ ขอให้นายกฯรักษาคำพูด ไม่บิดพลิ้วเพราะหากไม่เป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้ ความเชื่อมั่นในอนาคตคงจะไม่เหลืออีกต่อไป

ชพน.ตีปีกสัญญาณดีต่อ ปท.

ด้านนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า กรณีที่นายกฯจะประกาศวันเลือกตั้งจะจัดการเลือกตั้งภายในเดือน พ.ย.2561 พรรคชาติพัฒนาขอขอบคุณนายกฯที่ให้ความชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลจะให้มีเลือกตั้งตามโรดแม็ป เป็นสัญญาณชัดเจนและเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นประชาธิปไตยและความเป็นสากลของประเทศ เราขอให้ทุกพรรค การเมืองให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ร่วมมือกับรัฐบาลสร้างบรรยากาศความปรองดอง เพื่อปูทางไปสู่ความเรียบร้อยของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปีหน้า และเมื่อพ้นเดือน ต.ค.พรรคชาติพัฒนาพร้อมดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามกฎกติกา

กปปส.จี้ปฏิรูป 3 เรื่องก่อนเสียของ

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่ม กปปส.กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกตั้งโดยที่ยังไม่ปฏิรูปให้เสร็จก่อน คาดว่าการเมืองจะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมจะเกิดเผด็จการรัฐสภาโดยเสียงข้างมาก ละเลยหลักนิติรัฐ นิติธรรม โดยอ้างว่าเขาได้รับเสียงสวรรค์มาจากประชาชน เหมือนเคยเป็นมา จึงขอให้ คสช.ทบทวน และเร่งปฏิรูปอย่างน้อย 3 เรื่อง จาก 5 เรื่อง คือ 1.การทำพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขจัดทุนสามานย์เข้าสู่อำนาจเพื่อถอนทุน 2.ปฏิรูปตำรวจ ให้มีโครงสร้างองค์กรเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริง ที่ทำอยู่บอกได้คำเดียวว่าหมดหวังเพราะกรรมการมาจากตำรวจทั้งหมด 3.การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ในเวลา 1 ปี ถ้าตั้งใจจริงสามารถทำทัน มิเช่นนั้นการรัฐประหารจะเสียของ สูญเปล่าเหมือนครั้งที่ผ่านมา

“สมชัย” ยกปัจจัยเลือกตั้งช้า-เร็ว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลางโพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า เลือกตั้งอาจจะเร็วหรือช้ากว่าที่คิดบวก ด้านการผ่านกฎหมายลูก หาก สนช.ผ่านกฎหมายลูก ส.ส.และ ส.ว.ภายใน 60 วัน และไม่มีการยื่นคัดค้านว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ หากรวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆก่อนนายกฯทูลเกล้าฯจะใช้เวลา 3 เดือน หลังจาก 1 ธ.ค.2560 สามารถทูลเกล้าฯได้ประมาณ 1 มี.ค.2561 ขั้นการลงพระปรมาภิไธย ถือเป็นพระราชอำนาจ มีกรอบระยะเวลา 90 วัน หากประมาณการโดยเฉลี่ยของการลงพระปรมาภิไธยในอดีต ประมาณ 1 เดือนครึ่ง อาจเป็นไปได้ว่าอาจสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษา 15 เม.ย. หรือขยับไปถึง 30 เม.ย.2561 การเริ่มต้นนับ 150 วัน เพื่อต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ กกต.ต้องเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง วันที่ กกต.ควรเลือกเพื่อให้ปลอดภัยไม่ถูกร้องคัดค้านภายหลังว่าจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ จึงควรเป็นประมาณ 90-100 วัน เพื่อให้ประกาศผลได้ทันใน 150 วัน การเลือกตั้งทั่วไป จึงอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คิดคือเดือน ส.ค.2561

มองด้านลบอาจเข้าคูหา ม.ค.62

นายสมชัยระบุอีกว่า ถ้าคิดลบ ในการผ่านกฎหมายลูก หาก สนช.ลงมติไม่รับหลักการ ในกฎหมายลูก ส.ส.หรือ ส.ว.ฉบับใดฉบับหนึ่ง กรธ.ต้องนำประเด็นที่เป็นเหตุไปปรับปรุงแก้ไข ให้เวลารวมเวลาธุรการ ประมาณ 2 เดือน สนช.มีกรอบเวลาอีก 60 วันในการพิจารณา หากไม่มีการตั้งกรรมาธิการร่วม รวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆ ก่อนนายกฯทูลเกล้าฯ จะใช้เวลา 3 เดือน ด้วยเหตุนี้การเลือกตั้งทั่วไป อาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คิด คือต้องบวกไปอีก 5 เดือน คืออาจเกิดขึ้นในเดือน ม.ค.2562

มีคำสั่งยุบพรรคเพื่อ ปชช.ไทย

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องที่นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อประชาชนไทย โดยมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งให้ยุบพรรคเพื่อประชาชนไทย เนื่องจากไม่จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคในรอบปี พ.ศ.2557 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง มีผลให้ผู้ที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรค จะจดแจ้งตั้งพรรคใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือมีส่วนร่วมในการจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง รวมทั้งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 98 เป็นเวลา 5 ปี

กสม.ส่งชื่อ กก.สรรหา กกต.ใหม่

นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสม.เห็นชอบเสนอรายชื่อบุคคลไปทำหน้าที่ร่วมเป็นกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งให้เสนอชื่อบุคคลใหม่อีกครั้ง เนื่องจากบุคคลที่ส่งไปครั้งแรกขาดคุณสมบัติ จะเสนอรายชื่อไปยังสำนักเลขาธิการวุฒิสภา ก่อนที่คณะกรรมการสรรหา กกต.จะนัดประชุมครั้งที่สองในวันที่ 18 ต.ค. ส่วนที่มีข้อท้วงติงว่าขณะนี้พ้นห้วงเวลา 20 วันตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ก็ไม่ได้มีผลเนื่องจากการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. บุคคลที่ กสม.ส่งไปร่วมประชุม โดยที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาแล้วว่าทั้งหมดเป็นกรรมการสรรหา ดังนั้น การพ้นระยะเวลา 20 วัน จึงไม่มีผล

“บุญสร้าง” เคาะให้ ก.ตร.เลือก ผบ.ตร.

ที่รัฐสภา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า มีการพิจารณาการให้บำเหน็จความชอบประจำปีของข้าราชการตำรวจ จากเดิมเป็นอำนาจ ผบ.ตร.เป็นหลัก แก้ไขเป็นพิจารณาผ่านคณะกรรมการที่องค์ประกอบจะเป็นตำรวจส่วนใหญ่ เพื่อให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ส่วนการให้อัยการเข้ามาร่วมสืบสวนทำสำนวนคดีกับตำรวจยังไม่มีข้อสรุป เพราะมีความสำคัญซับซ้อนพอสมควร ต้องให้เวลาคณะอนุกรรมการพิจารณาอีกพอสมควร สำหรับกระแสข่าวความขัดแย้งการทำงานภายในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ จนอาจส่งผลให้การทำงานสะดุดนั้น ปัญหาการทำงานมีเป็นธรรมดา โดยเฉพาะงานตำรวจ เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง อาจไม่ถูกใจหลายคนในระยะต้นๆ แต่คณะกรรมการฯ พยายามทำงานโดยปราศจากอคติ รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เมื่อถามว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของตำรวจระบุว่า ต้องการลงคะแนนเลือก ผบ.ตร.เอง พล.อ.บุญสร้างตอบว่า การเลือก ผบ.ตร.มีหลายแบบ แต่ขณะนี้ถือว่าค่อนข้างนิ่งแล้ว ยังคงให้ ผบ.ตร.คนเดิมเสนอชื่อเหมือนเดิม แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แทนคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)

นายกฯ รีดผลงานปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 4/2560 โดยนายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า การทำงานวันนี้ต้องเร่งการปฏิบัติการประเมินการทำงานที่ผ่านมา ยังมีปัญหาที่การปฏิบัติที่ไม่มีผลงานออกมาเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะรอในภาพรวม แต่กว่าจะทำเสร็จกลายเป็นสิ่งจับต้องผลสัมฤทธิ์ไม่ได้ ดังนั้นต้องมีตัวชี้วัดตามห้วงเวลา เช่นในปีนี้จะต้องมีอะไรสำเร็จออกมาบ้าง โดยเฉพาะการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ต้องรอให้ทำได้ครบทั้งหมดแล้วจึงรายงาน

ทนาย “ยิ่งลักษณ์” หาแนวอุทธรณ์คดี

เมื่อเวลา 10.00 น. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ทีมทนายความยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหากได้รับผลคำพิพากษาฉบับเต็มมาแล้วจะนำไปพิจารณารายละเอียด ก่อนจะหารือกันว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีนี้ อย่างไร เมื่อกฎหมายใหม่ระบุว่าหากจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ต้องมาแสดงตัวต่อศาล ฉะนั้นคงต้องหารือถึงแนวทางในอนาคตว่าจะมีช่องทางไหนหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้และไม่ทราบว่าจะติดต่อผ่านใคร

ตร.สากลขอหลักฐานเพิ่มไล่จับ “ปู”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. กล่าวว่า ตำรวจสากลยังไม่ออกหมายสีน้ำเงินให้กับทางการไทย เพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาในการออกหมายสีน้ำเงิน พร้อมกันนี้ตำรวจสากลได้ประสานข้อมูลไปยังสมาชิกตำรวจสากล 192 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศอังกฤษ ยอมรับว่าหลังจากนี้ทำได้เพียงการรอเท่านั้น ส่วนการขอออกหมายแดงเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ตำรวจมีมาตรฐานเดียวกันกับทุกคดี ไม่ประวิงเวลา หรือ ให้การช่วยเหลือใดๆในคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์เด็ดขาด

ป.ป.ช.คลำช่องรื้อฟื้น 2 คดี “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 10 ต.ค. มีมติให้เจ้าหน้าที่สำนักคดีไปศึกษาคดีการออกสลากหวยบนดิน และคดีการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์)ให้รัฐบาลพม่า ที่ ป.ป.ช.เคยเป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะขอรื้อฟื้นคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้มีการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้หรือไม่ ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.วิธีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้ ให้สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ ในกรณีที่จำเลยหลบหนีจนต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว ทั้งนี้ นอกจากคดีของนายทักษิณแล้ว ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังให้ไปศึกษาด้วยว่ามีคดีอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณอยู่ในข่ายที่จะรื้อฟื้นคดีต่อศาลฎีกาฯได้อีกหรือไม่

ทนายเสื้อแดงร้องสั่งฟ้อง กปปส.

เมื่อเวลา 10.15 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) และทนายความกลุ่ม นปช.ยื่นหนังสือต่อนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ขอให้เร่งรัดสั่งฟ้องและดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมพวกรวม 58 คน ในคดีกบฏจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. สำนวนคดีพิเศษที่ 261/2556 ที่คณะทำงานมีความเห็นสั่งคดีแล้ว มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ นายวิญญัติกล่าวว่า มีความล่าช้าในการดำเนินคดีกับกลุ่ม กปปส. ในระยะเวลา 3-4 ปี มีข้อสังเกตหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 มีความเกี่ยวพันกันหรือไม่ เห็นว่าอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน จะนำพาให้องค์กรอัยการกลับมาสู่ความเชื่อมั่นได้ ขอให้ท่านเร่งพิจารณาสั่งฟ้องคดีนี้ ตนติดตามเรื่องมากกว่า 5 ครั้งแล้ว หากไม่คืบหน้าภายใน 30 วัน จะร้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

“บิ๊กเจี๊ยบ” ชมรถถังจีนเจ๋งถึงไทยเร็วจี๋

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่จีนได้ส่งรถถัง VT-4 มายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า เป็นไปตามแผนโครงการจัดหารถถังเข้าประจำการเพื่อทดแทนรถถังเอ็ม-41 ที่กำลังจะปลดประจำการ ตามกำหนดการจะส่งมอบเดือนมี.ค.2561 แต่ทางจีนผู้ผลิตสามารถดำเนินการได้ก่อน จึงส่งมอบให้กองทัพบกไทยก่อน ขณะนี้ส่งไปถึงศูนย์การทหารม้าแล้ว 28 คัน อยู่ระหว่างติดตั้งวิทยุสื่อสารก่อนจะตรวจรับ และเข้าสู่การซักซ้อมการปฏิบัติพร้อมส่งมอบให้กับกองพันทหารม้าที่ 6 (ม.พัน.6) และกองพันทหารม้าที่ 21 (ม.พัน.21) เมื่อผ่านการตรวจรับตามขั้นตอนกฎหมายแล้วก็พร้อมให้สื่อมวลชนไปดู ถือว่าจีนส่งให้เราเร็วกว่ากำหนด 6 เดือน เป็นเรื่องแข่งขันทางธุรกิจ แต่เราได้ประโยชน์ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่ดีเมื่อได้รถมาเร็ว จะได้มีการเตรียมการที่เร็ว ตนมีโอกาสได้เดินทางไปดูโรงงาน กระบวนการผลิตขอยืนยันว่าใช้ได้และสมบูรณ์ ตามแผนพัฒนากองทัพต้องการจัดหารถถัง 2 กองพัน แบ่งเป็นกองพันละ 44 คัน ตามการบรรจุอัตราเต็ม ลอตแรกดำเนินการไปแล้ว 21 คัน และในงบประมาณปี 2560 จัดหา 10 คัน งบประมาณปี 2561 จัดหาเพิ่มอีก 10 คัน ตามกรอบงบประมาณที่มีอยู่ แจกจ่ายให้กองพันละ 20 กว่าคัน ทั้งนี้ ได้ปรับอัตราลดลงให้เหมาะสม สามารถปฏิบัติภารกิจได้ อยู่ในเกณฑ์อัตรากองพันละ 30 คัน ขณะนี้ยังไม่ถึงตามเกณฑ์ แต่ขอให้เป็นไปตามกรอบนี้ก่อน

ทูตตุรกีเยี่ยมคารวะ “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางเอฟเรน ดาเดเลน อักกุน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความขอบคุณตุรกีที่ได้มีสาส์นแสดงความเสียใจการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสที่ขึ้นทรงราชย์ นายกฯยังชื่นชมตุรกี ที่มีอุตสาหกรรมก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นลำดับ 2 ของโลก จึงขอให้เอกอัครราชทูตตุรกีฯผลักดันให้นักธุรกิจตุรกีเข้ามาลงทุนด้านนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจตะวันออก

ปรับแผน รปภ.กันบุกประชิดผู้นำ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะทำงาน และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ ทุกวันพุธ นายกฯร่วมเต้นแอโรบิก ประมาณ 30นาที ก่อนกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่น่าสังเกตว่าการรักษา ความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดมากขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมออกกำลังกายต้องติดบัตรแสดงตน จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมออกกำลังกายมากขึ้น ยืนประจำจุดรอบบริเวณ กันผู้สื่อข่าวให้อยู่เฉพาะจุด สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีบุคคลภายนอกแฝงตัวเข้ามาประชิดตัวนายกฯเพื่อยื่นร้องเรียน

ฝนถล่มน้ำท่วมตึกสันติไมตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10-11ต.ค. เกิดฝนตกอย่างหนัก ส่งผลให้ตึกสันติไมตรี สถานที่ต้อนรับแขกบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงใช้จัดการประชุมสำคัญๆ เกิดน้ำรั่วไหลลงจากบนเพดานลงมา ทั้งบริเวณโถงกลาง และห้องประชุมตึกสันติไมตรีหลังใน ทำให้พื้นบริเวณห้องโถงกลางเกิดน้ำท่วมขังเลยระดับข้อเท้าขึ้นมา ขณะที่พรมปูพื้นภายในห้องประชุม ตึกสันติไมตรีหลังในน้ำซึมเข้าพรมจนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยกันระบายน้ำ ดูดน้ำ ออกจากพรม ก่อนที่นายกฯจะมาออกกำลังกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการอยู่นั้น ปรากฏว่าเกิดไฟฟ้ารั่ว จนทำให้เจ้าหน้าที่บางคนถูกไฟดูด แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าบางจุดยังต้องนำถังน้ำมารองน้ำ เนื่องจากมีน้ำรั่วไหลลงจากเพดาน

“วิลาศ” กำชับปิดซ่อมแซมด่วน

ขณะที่ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความจริงมีโครงการปรับปรุงและมีการตั้งงบประมาณไว้แล้ว ก่อนหน้านี้เปิดให้บริษัทเอกชนเข้าประชุมปรับปรุง แต่ขอใช้วิธีพิเศษ ตนไม่เห็นด้วย จึงอยู่ระหว่างรอบริษัทใหม่เข้าประมูลด้วยวิธีปกติ แต่เนื่องด้วยฝนที่ตกหนัก ทำให้ตึกสันติไมตรีได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก จึงจะให้ทหารเข้ามาดำเนินการเพื่อความรวดเร็ว ระหว่างนี้หากมีการประชุมจะใช้ตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 แทนก่อน เพื่อปิดซ่อมแซม