วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ้าเหลืองร้อน พระชั้นราชสวมบัตรคนตาย ภิกษุต่างด้าวเลื่อนชั้นยศเป็นเจ้าคุณ!?

วงการสงฆ์สั่นสะเทือนอีกครั้ง! เมื่อจู่ๆ มีอดีตผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ หอบหลักฐานเอกสาร ภาพถ่าย พร้อมข้อร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ 2 เจ้าอาวาสวัดดังใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งพระทั้ง 2 รูปยังมีสมณศักดิ์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะจังหวัด

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพบเอกสารของเจ้าอาวาสวัดดังใน จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนตรงกับเด็กชายคนหนึ่งที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2538 แต่ไม่ได้แจ้งตายเพราะอาศัยอยู่พื้นที่ห่างไกล จนเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 ทะเบียนราษฎรได้รับรองการตายและออกใบมรณบัตรให้ ก่อนพบว่าเลขบัตรตรงกับเจ้าอาวาสรูปนี้

และข้อมูลที่น่าสนใจ คือ เจ้าอาวาสวัดดังเคยบวชอยู่วัดเดียวกับเด็กชายที่ถูกสวมบัตรฯ ก่อนย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และมีพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นระดับรองเจ้าคณะจังหวัดและมีความสนิทสนมกัน ถูกโยงว่ามีส่วนในการผลักดันให้เจ้าอาวาสรูปนี้มีสมณศักดิ์ที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือถึงเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาว่า สวมบัตรประชาชนคนตายมาชี้แจงแล้ว ส่วนกระบวนการทางกฎหมายนั้น กรมการปกครองอยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เปิดแง่มุมทางกฎหมายการ “สวมบัตรประชาชน” มีความผิดทั้งทางกฎหมายบ้านเมือง และกฎหมายคณะสงฆ์ อย่างไร...

กฎหมายบัตรปชช. ฐานสวมสิทธิบัตรผู้อื่น

นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ข้อมูลว่า ผู้ใดสวมสิทธิบัตรประชาชนผู้อื่นมีความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ผู้ใด

(1) ยื่นคําขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

(2) แจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการขอมีบัตร ตามมาตรา 6 หรือการขอมีบัตรใหม่ตามมาตรา 6 ตรี หรือการขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร ตามมาตรา 6 จัตวา อันมิใช่เป็นกรณีตาม (1) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ถ้าผู้กระทําความผิดตาม (4) เป็นผู้กระทําความผิดตาม (1) (2) หรือ (3) ด้วย ให้ลงโทษตาม (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี แต่กระทงเดียว

นอกจากนี้ หากผู้กระทําความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทําความผิดนั้น เป็นเจ้าพนักงานของกรมการปกครองเสียเอง จะมีโทษจําคุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 บาท แต่หากไม่รู้และปล่อยปละละเลยให้เกิดความผิดพลาด ต้องโดนความผิดทางวินัยร่วมด้วย

‘ไม่แจ้งตาย!’ มูลเหตุโดนสวมบัตรปชช.?

“กรณีที่เกิดขึ้น เด็กที่ถูกสวมบัตรประชาชนไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน ดังนั้น จึงเป็นการทำบัตรประชาชนครั้งแรกของหมายเลขบัตรนี้ และคนสวมได้อาศัยเป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น คือ พระภิกษุสงฆ์ โดยในอดีตพระไม่จำเป็นต้องมีบัตร แต่หากประสงค์จะทำก็ได้ ทำให้เมื่อเดินเข้ามาทำบัตรประชาชนครั้งแรก โดยใช้หลักฐานว่าเป็นพระ เจ้าหน้าที่จึงไม่มีประวัติในการตรวจสอบ” ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน อธิบายเรื่องฉาวที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายวิเชียร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า กระบวนการความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการที่ครอบครัวผู้ตายไม่ได้ไปแจ้งตายที่อำเภอ จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้มีการนำรายการของผู้ตายมาเปลี่ยนชื่อสกุล ย้ายเข้าทะเบียนบ้านวัด และไปทำบัตรประชาชนโดยเอาบุคคลอื่นมาสวมเป็นรายการของผู้ตาย

กฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสาร

ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ให้ข้อมูลในด้านประมวลกฎหมายอาญา กรณีพระภิกษุสงฆ์สวมบัตรประชาชนคนอื่นนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท

มาตรา 266 ผู้ใดปลอมเอกสารต่อไปนี้ (1) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท

นอกจากนี้ หากผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือ มาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ ด้วย

“สำหรับกรณีพระสงฆ์นั้น เมื่อถูกจับมาดำเนินคดีถูกควบคุมตัวต้องสึก แต่ถ้าอนุญาตให้ประกันตัวก็ยังไม่ต้องสึก จนกระทั่งก่อนที่ศาลจะตัดสิน ศาลจะให้สึก” นายปรเมศวร์ กล่าว

กฎหมายคณะสงฆ์

นายประทีป พูลลาภ ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เผยว่า ขณะที่กฎหมายบ้านเมืองดำเนินไป ในส่วนของเจ้าคณะผู้ปกครองขึ้นอยู่กับเจ้าคณะตามลำดับชั้นอำเภอ จังหวัด ที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยตามหลักจะให้ยุติเรื่องไว้ชั่วคราว ซึ่งจะปลดหรือพักการตำแหน่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าคณะผู้ปกครอง จนกว่าผลการดำเนินการทางกฎหมายบ้านเมืองจะสิ้นสุด

ทั้งนี้ เมื่อพระถูกจับว่ากระทำผิดทางอาญาและศาลไม่เห็นควรให้ปล่อยตัวชั่วคราวจึงจะสึกได้ แต่หากเห็นควรปล่อยตัวชั่วคราวก็ไม่ต้องสึกสามารถไปสู้คดีได้จนกว่าคดีจะยุติ

ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 29 พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้น สังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอํานาจจัดดําเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้

“กรณีที่เกิดขึ้นเท่าที่ทราบทางเจ้าคณะผู้ปกครองกำลังดำเนินการอยู่ โดยตำรวจดำเนินการขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเจ้าคณะผู้ปกครองจะพิจารณาว่าจะพักตำแหน่งไว้ก่อนหรือปลดออกจากตำแหน่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ” ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา อธิบาย

แต่งตั้งชั้นยศพระ...ไม่ใช่คนไทย มีโอกาสหรือไม่?

หากพระภิกษุที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย จะมีโอกาสถูกแต่งตั้งขึ้นชั้นยศต่างๆ ได้หรือไม่ นายประทีป กล่าวว่า ในกฎของมหาเถรสมาคมไม่ได้ระบุไว้ว่า การแต่งตั้งพระภิกษุจะต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยคุณสมบัติภาพรวมทั่วไป เช่น พระรูปนี้จะต้องมีพรรษาสมควรแก่ตำแหน่ง, มีความรู้สมควรแก่ตำแหน่ง, มีความประพฤติเรียบร้อยตามพระธรรมวินัย, เป็นผู้ฉลาดสามารถในการปกครองคณะสงฆ์, ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ, ไม่เคยต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน, ไม่เคยถูกถอดถอนหรือถูกปลดจากตำแหน่งใดเพราะความผิดมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งอีก

ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์ เป็นหน้าที่ทางคณะสงฆ์จะช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับขั้น คือ จากเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้เสนอเรื่องเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานสมณศักดิ์

อย่างไรก็ดี ในอดีตเคยมีพระอาจารย์มิตซูโอะ ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ และเคยดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาสด้วย จึงขึ้นอยู่ที่ว่าพระภิกษุรูปใดประพฤติดี ประพฤติชอบมากกว่า

“ถามว่าต้องใช้เอกสารทางราชการประกอบการแต่งตั้งด้วยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของการปกครองคณะสงฆ์ คณะสงฆ์จะเป็นผู้แต่งตั้ง เช่น ตำแหน่งเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลเป็นผู้เสนอตามลำดับชั้นไป แต่ตามข้อมูลแล้วไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีเอกสารอื่นๆ แต่ในแนวปฏิบัติของแต่ละท้องที่อาจจะไม่เหมือนกัน” ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา ระบุ.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน