วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยไม่ลืม! ส่อง 3 คำสอนของพ่อสุดยิ่งใหญ่ วัยทำงานปรับใช้ได้จริง!

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว เหลือไว้เพียงหลักคำสอนที่พระองค์ตรัสไว้ให้ประชาชนคนไทยได้นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

คราวที่แล้ว ไทยรัฐออนไลน์ พาไปเจาะคำตอบของเด็กรุ่นใหม่เกี่ยวกับคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 คราวนี้...จะพาไปหาคำตอบจากปากคนไทยวัยทำงานบ้าง ยุคไทยแลนด์ 4.0 แบบนี้ พวกเขามีความเข้าใจต่อหลักคำสอนของพระองค์มากน้อยแค่ไหน อย่างไร และมีหลักคำสอนไหนที่คนทำงานอย่างเรา นำมาปรับใช้ได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

1. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เรียกว่ามาแรงเป็นอันดับ 1 ในใจของคนไทยทั้งปวง สำหรับหลักคำสอนเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์มุ่งหวังให้เราชาวไทยใช้ชีวิตกันอย่างไม่ประมาท พออยู่พอกิน มีความพอดีและพอเพียง โดยคนไทยวัยทำงานหลายคนพูดถึงหลักดำเนินชีวิตข้อนี้ไว้ในหลากหลายมิติ เช่น

“ดิฉันเติบโตและเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่ยังเด็ก ได้เห็นหลายครั้งที่พระองค์ตรัสพระบรมราโชวาทแก่ประชาชนคนไทย เหมือนถูกปลูกฝังมาแบบนั้นโดยอัตโนมัติจนถึงตอนนี้ หลักคำสอนที่เห็นตัวอย่างชัดเจนจากพระองค์ท่าน และนำมาปรับใช้บ่อยที่สุดน่าจะเป็นในเรื่องของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอมีพอกิน ประหยัดมัธยัสถ์ การดำเนินชีวิตทางสายกลาง ดำรงชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท ทุกวันนี้ดิฉันก็ยังปฏิบัติอย่างนี้อยู่เรื่อยมา”

“สำหรับตัวผมแล้ว ผมยึดหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง อยู่บนความสมถะ เดินทางตามสายกลาง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน ทำให้ผมเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น ไม่ใช้เงินเกินตัว”

“ดิฉันดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงมาโดยตลอดค่ะ ปรับชีวิตของเราให้อยู่อย่างพอเพียง ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ใช้เงินอย่างประหยัดและรอบคอบ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกินตัว มีน้อยใช้น้อย และจะปฏิบัติตัวเป็นคนดี และทำตามคำสอนนี้เพื่อถวายแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ค่ะ”

2. ทำงานต้องรู้จริง

อีกหลักการหนึ่งที่คนทำงานอย่างเราน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียว นั่นคือ การทำงานสิ่งใด ต้องทำอย่างรู้จริง เรียนรู้ให้เข้าใจถ่องแท้ ลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ย่อท้อ ทำจนเห็นผลสำเร็จ ซึ่งหลักการนี้ วิพัฒน์ ดวงโภชน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางดะ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ บอกว่า

“เวลาทำงานผมจะน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์ท่านเกี่ยวกับการทำงาน คือ จะทำอะไรต้องรู้จริง ลงมือทำจริง ไม่ใช่ทำแค่ผิวเผิน เพราะผมเห็นพระองค์ท่านเวลาปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ พระองค์ทรงงานอย่างจริงจัง จับไม่วาง ไม่ย่อท้อ มีความอดทนต่องานนั้นๆ และทำจนเห็นผลสำเร็จในที่สุด

ยกตัวอย่างเรื่องการทำฝนหลวง สมัยนั้นยังไม่มีใครที่คิดค้นวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่พระองค์ท่านเป็นคนแรกที่สนใจเรื่องนี้ และลงมือศึกษาหาข้อมูลให้รู้จริง รู้อย่างถ่องแท้ ทดลอง และอดทนทำงานเรื่องฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ นำมาสู่การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร”

3. ประหยัดอดออม

ส่วนหลักการนี้เป็นแนวทางการปฏิบัติตัวที่ต่อเนื่องมาจาก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คนไทยวัยทำงานสามารถปรับใช้ได้จริง เมื่อพร้อมที่จะปรับชีวิตสู่คำว่า ‘พอเพียง’ เดินตามทางสายกลาง ไม่เบียนเบียนตนเองและผู้อื่นแล้ว พื้นฐานง่ายๆ ที่จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต้องเริ่มจากการ 'ประหยัดอดออม' ให้ได้เสียก่อน

มีคนไทยวัยทำงานหลายคนที่มาบอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับวิธีประหยัดอดออมในแบบของตัวเอง เอามาแชร์ให้คนทำงานมนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้ทราบกัน ใครสะดวกจะทำตามแบบไหนก็เลือกปรับใช้ได้เลย เช่น

“วิธีประหยัดอดออมที่ทำได้ง่ายๆ คือ ฝึกใช้เงินอย่างรอบคอบ รู้จักแบ่งเงินแยกเป็นกองๆ กองนี้สำหรับใช้จ่ายค่าเล่าเรียน อีกกองหนึ่งใช้จ่ายค่าอาหาร ซื้อข้าวของในชีวิตประจำวัน และรู้จักแยกแยะว่าอะไรจำเป็นอะไรไม่จำเป็น ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกินตัว มีน้อยใช้น้อยค่ะ”

“ตัวดิฉันเองได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตค่ะ ทำให้เรารู้คุณค่าของเงิน รู้จักประหยัดอดออม ไม่ใช่เงินฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนควรพึงปฏิบัติค่ะ”

“ในเรื่องความประหยัด นอกจากประหยัดเงิน และไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสหร่ายแล้ว ส่วนตัวของดิฉันยังรวมถึงการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ในชีวิตประจำวัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน และหันมาใช้พลังงานธรรมชาติทดแทน ตามที่พระองค์ท่านได้เคยสอนพวกเราไว้ค่ะ”

หลังจากได้พูดคุยกับประชาชนวัยทำงานหลายคน ทำให้เราเห็นภาพกว้างๆ แล้วว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทำงานให้รู้จริง และการประหยัดอดออม ที่พระองค์ท่านทรงเคยตรัสไว้ เป็นหลักคำสอนที่สามารถนำมาใช้ได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ทุกคนสามารถปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง