วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อไม่อยู่แล้ว! ดีไซเนอร์ 'วทิต-อิทธิ' ขอยึดทางสายกลางตามในหลวง ร.๙

'ผมไม่ได้เกิดในหลายแผ่นดิน ผมเกิดในรัชกาลที่ 9' ถ้าไม่มีพระองค์ท่านแล้ว เราคงต้องดูแลกันเอง ดีไซเนอร์ อิทธิ บอกว่าอย่างนั้น....

เรื่องราวคำสอนของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีมากมายเสียเหลือเกิน และยังคงก้องอยู่ในหูของประชาชน โดยประชาชนคนไทยทุกกลุ่มก็นำมาปรับใช้ในชีวิต และดำเนินรอยตามพ่อ วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ดีไซเนอร์ไทย เจ้าของแบรนด์ Vatit Itthi (วทิต-อิทธิ) 'อิทธิ เมทะนี' ที่ยึดหลักคำสอนของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยมาใช้

ซึ่งเล่าให้เราฟังว่า ความอยากได้อยากมีไม่ผิด แต่ต้องมีความบาลานซ์ในความพอเพียงเช่นกัน โดยตนยึดหลักทางสายกลางในการใช้ชีวิต และนอกจากนี้ ในส่วนของดีไซเนอร์คนทำเสื้อผ้า อิทธิ วอนให้คนไทยแต่งตัวให้เรียบร้อยในช่วงไว้ทุกข์นี้ด้วย

ด้วยความที่ตัวผมเกิดที่บางปะอิน เพราะฉะนั้นโรงเรียนผมอยู่หลังพระราชวัง บางปะอิน เอาจริงๆ ก็ไม่เคยเจอท่าน ถึงแม้บางทีท่านอาจจะมีการเสด็จฯ ที่ศูนย์ศิลปาชีพ โดยรวมแล้วถ้าแยกในส่วนของพระราชกรณียกิจแต่ละอันอาจจะยากนิดนึง เพราะว่าผมไม่ได้ดำเนินชีวิตตามหัวข้อ ผมมองว่าโดยรวมแล้วจากพระราชประวัติของในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านโตที่ต่างประเทศ ประสูติต่างประเทศ และกลับมาเพื่อประชาชน และใช้ชีวิตเพื่อทุกอย่างทุกวินาทีเพื่อกิจกรรมสาธารณะ

ท่านใส่ใจเรื่องพื้นฐานความเป็นอยู่ของคนโดยรวม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกร และผมโตมากับที่หน้าบ้านเป็นท้องนาด้วย เพราะฉะนั้นเราจะได้เห็นเรื่องของพื้นฐานการดำรงชีวิตแบบวิถีชาวบ้าน การเกษตร และพอเพียงมาอย่างต่อเนื่องด้วยครับ

แต่หลักที่ใช้คือ พอเพียง ผมเข้าใจ เพราะมันเป็นพื้นฐานของชีวิตเช้าถึงเย็นทุกวัน  จริงๆ แล้วเราจะต้องอยู่อย่างมีความสุขมากกว่า การพอเพียงของผมก็จะเป็นอยู่อย่างมีความสุข หมายถึงว่า เราตั้งเป้าหมายได้ เราทะเยอทะยานได้ แต่คำว่าพอเพียงน่าจะหมายถึงอยู่ทุกวันให้มีความสุข ต้องมีความสมดุลระหว่างการเดินทางสายกลาง นั่นเป็นสิ่งที่ผมพยายามทำ เรามีเป้าหมายได้ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในทางสายกลาง ให้มัน Balance ไปด้วยกัน

ส่วนเรื่องของเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย การซื้อของ เป็นต้น ไม่น่าจะอยู่ตรงนั้นสำหรับผมสองคน เพราะฉะนั้นตรงนั้นเลยกลายเป็นเหมือนกับคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเราดำเนินชีวิต และใส่ใจกับทุกชีวิตรอบข้างเรา คิดว่าน่าจะมีความสุข


ถามว่าเคยถวายงานให้กับพระองค์ท่านหรือเชื้อพระวงศ์บ้างมั้ย?

ส่วนตัวผมไม่เคยถวายงานกับในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยตรง เพราะว่าผมทำเสื้อจะเกี่ยวเนื่องกับทางสมเด็จพระนางเจ้าฯ มากกว่า ในตอนนั้นมีผ้าไหม ได้นำผ้าไหมมาตัดเย็บ ขึ้นโชว์ในงานแสดงของท่านตามแต่โอกาสมากกว่า

และเมื่อเราถามต่อถึงความรู้สึกส่วนตัวที่จะไม่มีท่านแล้วหลังจากนี้ จะดำเนินชีวิตในทิศทางไหน อิทธิ เล่าให้เราฟังแบบเสียงสั่นเครือว่า 

เคยฝันนานมาแล้ว เคยฝันและก็คิด แต่ในฝันก็จะตกใจนิดนึงเมื่อไม่มีท่าน ประเทศเราจะเป็นยังไง แต่เคยว่าความคิดไว้ สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆ คือประชาชนคนไทยทุกคนเรามีที่พึ่งพาจิตใจเป็นท่าน มันน่าใจหายมากนะ เข้าใจว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าอันนี้ไม่มีวันเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะว่าท่านทรงทำเกือบทุกอย่างเพื่อพสกนิกรชาวไทย เพราะฉะนั้น ชีวิตคนไทยดีได้ในหลายแขนงนั้นก็เพราะพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้นการที่ไม่มีท่าน มันทำให้อาจจะมีคำถามขึ้นว่า แล้วอะไรต่อ จะมีพ่อคนไหนดูแลลูกอีกไหม หรือว่าบางทีเราก็ต้องเริ่มดูแลตัวเองจากนี้ไป น่าจะเป็นลักษณะอย่างนั้นมากกว่า (เสียงสั่นเครือ) เสียใจคือเสียใจอยู่แล้ว คือเราไม่ได้เกิดในหลายแผ่นดิน เราเกิดในรัชกาลที่ 9 เพราะฉะนั้นอยากมีประสบการณ์ร่วมกับประวัติศาสตร์ไทย และอยากแสดงความเคารพด้วยตัวเองตรงนั้น น่าจะได้เข้าร่วมในพระราชพิธีด้วย

ด้วยการที่เป็นคนทำเสื้อผ้า จึงอยากวอนให้ประชาชนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำเพื่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย 

เป็นเรื่องของความเรียบง่าย อะไรก็แล้วแต่ที่ สีดำ-สีขาว สุภาพที่เป็นลักษณะของการไว้ทุกข์ที่แสดงออกถึงการไว้ทุกข์แบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ถ้ามีใส่ก็ควรใส่ อาจจะต้องทุกอย่าง ผม หน้า ทุกอย่างอาจจะเรียบร้อย.

ภาพ: vatit_itthi