วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เราทำงานแบบถวายชีวิต' วัชร วัชรพล เปิดเบื้องหลัง เนรมิต นสพ.มีชีวิต 15 วัน

'สิ่งที่ได้เห็นคือความมหัศจรรย์คลื่นแห่งความจงรักภักดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจแด่พระองค์ท่าน เป็นภาพที่เห็นแล้วขนลุกเป็นความรู้สึกรับรู้ได้ทันทีว่า ประชาชนรักพระองค์ท่านมากขนาดไหน ไม่ว่า ร้อน ฝนตก ก็มุ่งมั่นที่จะไป ไม่มีคำว่าถอยหลังกลับมา

'ครั้งนี้พวกเราชาวไทยรัฐตั้งใจทำโปรเจกต์นี้มากๆ หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ รวมถึงความทรงจำต่างๆ ที่ทุกคนมีแด่พระองค์ท่าน ว่าครั้งหนึ่งพวกเราได้เกิดในยุคของรัชกาลที่ 9 แล้วก็ความทรงจำนั้นก็คงจะอยู่กับพวกเราไปจนวันตาย'

เป็น 2 ประโยคที่กลั่นด้วยความตื้นตันออกมาจากหัวใจ วัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี หัวเรือใหญ่ของไทยรัฐรุ่นที่ 3 ประโยคแรกบอกความรู้สึกในฐานะประชาชนที่ได้มีโอกาสเข้าไปกราบพระบรมศพ บอกแบบนั้น

ประโยคหลังหนึ่งในหัวเรือหลัก 'เครือไทยรัฐกรุ๊ป' ผู้มีส่วนร่วมเล่า โปรเจกต์ใหม่ 'ไทยรัฐส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อฉบับพิเศษบันทึกประวัติศาสตร์' เป็นการรวมหัวใจบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่เป็น 'หนังสือพิมพ์มีชีวิต' 15 วัน เพื่อคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง 

และเป็นการถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่ยึดเหนี่ยวหัวใจ ที่ตัวเขายึดเป็นหลักไมล์ เป็นแนวที่ยึดมั่นในการดำรงชีวิต ในคำสอนที่เป็นอมตะ 'ความซื่อสัตย์' ไม่มีวันตาย

Q : อยากให้เล่าย้อนความสำเร็จของหนังสือพิมพ์มีชีวิต "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิเศษ" (Thairath AR) ครั้งที่แล้วที่ไม่ใช่ในเชิง 'มูลค่า' เราจะพบ 'คุณค่า' อะไรในนั้นบ้าง

จากโปรเจกต์คราวที่แล้ว ที่เราได้ทำหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิเศษ หรือเรียกว่า 'Thairath AR' (ย่อจาก Augmented Reality) ที่เราเอาเทคโนโลยีมาใช้ปีที่แล้ว จากเสียงตอบรับจากคนอ่านผมคิดว่าประสบความสำเร็จมากๆ แต่ประเด็นมันไม่ใช่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมานำเสนอ มันเป็นความรู้สึกที่ได้รับจากเทคโนโลยีนั้นๆ แล้วการผสมผสานของสื่อทั้งหมดในมือของไทยรัฐออกมาได้อย่างลงตัว เป็นที่น่าประทับใจของประชาชนกับหนังสือพิมพ์ที่ทุกคนเรียกว่ามีชีวิต หนังสือพิมพ์ที่มีความสุข ซาบซึ้ง ร้องไห้ได้ เป็นหนังสือที่ประทับใจเหมือนพระองค์ท่านยังสถิตอยู่ในใจพสกนิกรทุกคนไม่จากไปไหน

และเราในฐานะคนทำงานนี้ขึ้นมา เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวไทยรัฐทุกคน เป็นการทำงานที่ทุกคนมีความหวัง เป็นการทำงานอย่างเต็มที่ ทุ่มเทสุดหัวใจ โดยไม่มีใครเกี่ยงงาน เพื่อช่วยกันบันทึกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์สำคัญ เป็นการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจทุกภาคส่วนจริงๆ 

Q : ครั้งนี้เป็นการสานต่อเพื่อถวายงานเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อพ่อหลวง อยากให้เล่าเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่เป็นการถวายงานด้วยหัวใจของเราชาวไทยรัฐครั้งสำคัญในช่วงชีวิตพวกเราอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงเวลาแบบนี้ทางเครือไทยรัฐทั้ง 3 สื่อคิดว่าเราอยากจะมีส่วนร่วมเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยกันบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติไทย และก็ของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยของพวกเรา โดยตั้งใจทำงานชิ้นนี้อย่างเต็มที่เหมือนกับงานชิ้นก่อน ทุ่มทุกสรรพกำลังทำงานเพื่อให้สมพระเกียรติของพระองค์ท่านเต็มกำลังความสามารถที่สุด 

โดยโปรเจกต์ หลังจาก 'หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษครบ 100 วันในหลวงสวรรคต แสง สี เสียง และสื่อประสม' เมื่อปีที่แล้วผ่านไป หลังจากนั้นเรามีแพลนโครง การมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า เราก็คงจะต้องทำอะไรอีกสักครั้งเพื่อถวายงานพระองค์​ท่านในช่วงที่จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

Q : เป็นการร่วมมือของ 3 สื่อครั้งสำคัญอีกหนึ่งครั้งเพื่อพระองค์ท่าน อยากให้ขยายความหมายของคำนี้ ใครรับหน้าที่อะไร ทำอะไร ยังไงบ้าง?

จากความสำเร็จของ Thairath AR คราวที่แล้ว พวกเราก็นำมาต่อยอดเพิ่มในโปรเจกต์ครั้งนี้ทั้ง 15 วันนี้ ทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ได้จัดทำตัวหนังสือพิมพ์รวมถึงข้อความต่างๆ รวบรวมบทความหรือว่าเขียนข้อความต่างๆ รูปเรื่องราวหรือว่ารูปอะไรต่างๆ ขึ้นมา ส่วนทางไทยรัฐทีวีนั้นได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดในการผลิตกราฟิกอะไรต่างๆ ที่เข้ามาผสมในส่วนของเออาร์ ส่วนไทยรัฐออนไลน์ก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแอปพลิเคชันตัวนี้ร่วมกับบริษัทอุ๊คบี นี่คือคร่าวๆ ความยิ่งใหญ่ 

ในส่วนของ นสพ.ยังใช้คอนเซปต์ของ 'Thairath AR' โดยการที่จะผสมผสานสื่อที่เรากล่าวสักครู่คือเมื่อคุณอ่านตัวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจะสามารถใช้แอปพลิเคชันไทยรัฐเออาร์เพื่อดูคอนเทนต์เสริมต่างๆ ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจ หรือเรื่องราวพระราชประวัติต่างๆ ของพระองค์ ซึ่งจะทำให้การอ่านและรับชมนี้เป็นสมบูรณ์แบบมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น อย่างที่คราวที่แล้วหลายๆ คนเรียกว่าหนังสือพิมพ์พูดได้ ซาบซึ้ง ร้องไห้ได้ เป็นหนังสือพิมพ์มีชีวิต 

Q : ครั้งนี้เห็นว่าไทยรัฐทีวีได้มีส่วนสำคัญมากอีกครั้งหนึ่งในงานพระราชพิธีนี้ อยากให้ถ่ายทอดให้ฟังหน่อย?

จริงๆ มีหลายโปรเจกต์ที่ทางไทยรัฐทีวีได้จัดทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ อย่างแรกก็คงจะเป็นเรื่องของฉากพิเศษ ฉากในสตูดิโอ Visual สตูดิโอของไทยรัฐ ที่จะสร้างขึ้นมาพิเศษในช่วงเวลานี้ ซึ่งได้รับเกียรติจาก เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ (สาขาทัศนศิลป์-จิตรกรรมในปี พ.ศ. 2554) เป็นผู้ออกแบบฉากที่เรียกว่าต้องติดตามชม เป็นภาพและบรรยากาศต่างๆ รวมถึงความอลังการของฉากที่สร้างขึ้นมาอย่างสมพระเกียรติ

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญและเป็นเกียรติประวัติไม่แพ้กันเป็นความภูมิใจของพวกเรามากๆ โดยเราจะเป็นช่องทีวีดิจิตอลช่องแรกที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานให้กับทีวีพูล ซึ่งเราได้ผลิตฉากกราฟิก งานกราฟิกต่างๆ ที่จะใช้ในการถ่ายทอดของทางทีวีพูล จะรับผลิตโดยไทยรัฐทีวี

Q : นี่เป็นครั้งแรก!

ครั้งแรกของทีวีดิจิตอลที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ตรงนี้ ก็คงแสดงให้เห็นถึงว่าไทยรัฐทีวีนั้นมีศักยภาพในการทำกราฟิกเป็นที่ยอมรับของทุกๆ คนในวงการโทรทัศน์ไทย ความจริงก็รวมไปถึงที่ต่างชาติ เพราะว่าเราก็ได้โชว์นำแสดงผลงานนี้ออกไปสู่ต่างชาติด้วยเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราจริงๆ 

ถามว่าความยากง่าย 'คิดว่ามันเป็นมาตรฐานของเราอยู่แล้ว แต่ว่างานนี้เราก็ต้องใส่ใจรายละเอียดเข้าไปมากขึ้น เก็บรายละเอียดให้ครบ แล้วก็ทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างที่เรามีลงไปเพื่องานนี้โดยเฉพาะ อาจจะใช้เวลามากกว่างานกราฟิกอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ก็ด้วยความเต็มใจ ก็ด้วยศักยภาพที่เรามีอยู่เราทำได้'

Q : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐครั้งนี้ก็ไม่ได้พิมพ์แค่วันเดียว

ใช่ครับ ธีมมันคือ 15 วัน 14 ปก จาก 14 ศิลปินที่เป็นปกสไตล์แจ็กเกต ซึ่งศิลปินแต่ละท่านก็ได้วาดรูปพระองค์สำหรับโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะอยากให้ติด ตาม เก็บสะสมทุกความอาลัย ทุกช่วงเวลาให้ครบทุกฉบับทั้ง 15 วัน ซึ่งจะเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 13-27 ต.ค. ซึ่งหน้าปกของหนังสือพิมพ์จะแตกต่างออกไปในทุกๆ วัน นอกจากนั้นคอนเทนต์หรือว่าเนื้อหาในแต่ละวันก็จะแตกต่างไปเรื่อย เรื่องราวของเออาร์ที่จะมาผสมผสานเติมเต็มให้อรรถรสก็จะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

โดยครั้งนี้มีการเพิ่มในส่วนของการสั่งจองหรือสั่งซื้อนอกจากแผงหนังสือใกล้บ้านคุณ ตามปกติเรามีการร่วมมือพิเศษกับไลน์แมน สามารถสั่งหนังสือให้ไปจัดส่งให้ท่านถึงบ้านได้แบบสะดวก

Q : ครั้งที่แล้วมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ขาดตลาดไปช่วงหนึ่งเพราะพิมพ์จำนวนมหาศาล ครั้งนี้เตรียมตัวรับมืออย่างไร

ต้องบอกว่าพอเรามีประสบการณ์ จากการทำคราวที่แล้วมากขึ้น ทีมงานก็ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดอะไรต่างๆ ส่งผลให้เราเตรียมตัวเป็นอย่างดีในครั้งนี้มากขึ้น

Q : ย้ำอีกทีในฐานะที่มักลงไปคลุกคลีแต่ละยูนิตของการทำงานเป็นยังไงบ้างครับ? มีใครบ่น เหนื่อย ท้อ หมดแรง ไม่ไหว อะไรแบบนี้มีไหม

พูดได้เลยครับว่า ไม่มีใครบ่นเลยกับงานนี้ ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกแผนก ทุกส่วน ทำด้วยหัวใจแล้วก็ความเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์

Q : ที่ผ่านมาคุณได้รับแรงบันดาลใจหรือหลักการด้านใดจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทำให้ตัวเองดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขบ้าง?

จริงๆ คำสอนของพระองค์ท่านมีเยอะมาก แล้วก็ทุกข้อ ทุกสิ่ง ทุกคำสอนที่พระองค์ตรัสสอนพวกเราเป็นสิ่งที่ดีหมด แต่หากจะต้องให้หยิบขึ้นมาแค่หนึ่งสิ่ง ขอหยิบสิ่งที่พระองค์ท่านตรัสเรื่อง 'ความซื่อสัตย์' เพราะความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานของความดีทุกๆ อย่าง ผมคิดว่าเป็นคำสอนที่ผมได้นำมาใช้แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัวหรือว่าการทำธุรกิจอะไรต่างๆ นะครับ ผมว่าทุกอย่างคำนี้ตอบได้ ‘ความซื่อสัตย์’

Q : ในฐานะของการเป็นเจ้าของสื่อหรือเป็นสื่อ คุณวัชรได้รับแรงบันดาลใจแล้วมาประยุกต์ใช้ชีวิตประจำวันบ้างไหม

ในฐานะของสื่อนะครับ สิ่งที่พวกเราให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำต่อไปก็คือการเผยแพร่คำสอนต่างๆ ของพ่อไปสู่ชนรุ่นหลังและรุ่นลูกต่อไปครับ

Q : ไม่ว่าจะกี่เจเนอเรชั่นก็จะสัญญาอย่างนี้?

ครับ เพราะผมเชื่อว่าคำสอนของพระองค์เป็นอมตะ ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยตลอดกาล

Q : ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกที่ผ่านมาเห็นว่าคุณมีโอกาสได้ไปกราบพระบรมศพด้วย

สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือความมหัศจรรย์ ของคลื่นแห่งความจงรักภักดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจแด่พระองค์ท่าน เป็นภาพที่ผมเห็นแล้วขนลุกมากๆ เป็นความรู้สึกรับรู้ได้ทันทีเลยว่าประชาชนทุกคนรักพระองค์ท่านมากขนาดไหน ไม่ว่าจะร้อน จะฝนตก ทุกคนก็ยังไป เมื่อตั้งใจจะไปแล้วก็มุ่งมั่นที่จะไปไม่มีคำว่าถอยกลับ

Q : สุดท้ายอยากฝากอะไรในฐานะผู้บริหารในเครือไทยรัฐที่ทำงานถวายพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ในความหมายเราจะทำเพื่อพระองค์ท่านตลอดไป?

คิดว่าพวกเราชาวไทยรัฐตั้งใจทำโปรเจกต์นี้เป็นอย่างมาก หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่จะช่วยร่วมบันทึกประวัติศาสตร์รวมถึงความทรงจำต่างๆ ที่มีต่อพระองค์ท่านว่าครั้งหนึ่งพวกเราได้เกิดในยุคของรัชกาลที่ 9 แล้วก็ความทรงจำนั้นก็คงจะอยู่กับพวกเราไปจนวันตายครับ

Q : หากพระองค์ท่านทรงฟังบนสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดอยากจะบอกอะไรกับพระองค์ท่าน

คงจะต้องบอกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่ได้มีโอกาสเกิดในยุคของรัชกาลที่ 9 หากชาติหน้า 'ถ้ามีจริงก็อยากจะเกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป'