วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัยชนะที่ขาดเสน่ห์ของ "พลพรรคช้างศึก" ???

โดย iPoppz_5

ควันหลงหลังเกมที่ "พลพรรคช้างศึก" ทีมชาติไทย บุกไปกะซวกไส้ ทีมชาติเมียนมา ในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ ด้วยสกอร์ 3-1 ถึงถิ่น มัณฑาลา ธิรี สเตเดียม...

เกมดังกล่าว "พลพรรคช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ได้ 3 ประตูจาก "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร นาทีที่ 17, "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา นาทีที่ 32 และ "เจ้านิว" ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ นาทีที่ 78 ส่วนเจ้าถิ่น ทีมชาติเมียนมา ได้ประตูปลอบใจจาก ออง ตู ในช่วงเริ่ม 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง

แน่นอนว่าด้วยความสำคัญของเกมในนัดนี้เทียบไม่ติดกับเกมในระดับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี ที่เราได้โม่แข้งก่อนหน้านี้ ดังนั้นความเข้มข้นของการแข่งขันจะดูลดทอนอารมณ์ความมันลงไปพอสมควร ทั้งยังเป็นการลองระบบใหม่ เช่น การจับ "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน จากตำแหน่งแบ็กซ้ายไปเล่นในตำแหน่งตัวทำเกมให้กับทีม ตลอดจนส่งบรรดาผู้เล่นที่เพิ่งถูกเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติอย่าง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม รวมถึง สุพจน์ จดจำ ที่ได้โอกาสลงประเดิมสนามในนามทีมชาติเป็นนัดแรก

เรามาไล่เรียงที่ 2 ใน 3 ประตูของ "พลพรรคช้างศึก" ทีมชาติไทย เป็นการเข้าทำที่สวยงาม ลงตัว และยอดเยี่ยม ซึ่งประตูแรก มาจาก "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน แทงขึ้นหน้าให้ "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร เข้าไปยิงประตูอย่างเลือดเย็น ส่วนประตูที่สองนั้น เป็นการทำชิ่ง 1-2 ที่ลงตัวระหว่าง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กับ สรรวัชญ์ เดชมิตร ก่อนที่หัวหอกจากค่าย "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะยกบอลเข้าตัวผู้รักษาประตูทีมชาติเมียนมา เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น 

อย่างไรก็ตาม แม้สกอร์จะชนะด้วยสกอร์ที่ค่อนข้างห่าง ผนวกกับเข้าทำที่น้อยครั้งแต่ถือว่าเด็ดขาด แต่กลับยังมีเสียงติติงจากโลกอินเทอร์เน็ตส่วนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปแบบการเล่นที่น่าจะมีระดับความเมามันมากกว่านี้ (พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว)

ถ้าเรามาซาวด์เสียงคำวิพากษ์วิจารณ์มองผิวเผินก็อาจจะจริง แต่นั่นเป็นการมองในมุมเดียวเสียมากกว่า ถ้าเจาะลึกลงรายระเอียดจริงๆ อย่างที่พูดไปตอนแรกนั่นแหละว่ามันเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องที่เน้นลองระบบปลีกย่อยมากกว่า และที่เห็นว่าในครึ่งหลังดูเนือยลงไปเป็นเพราะว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นเข้าบอลเกินกว่าเหตุ หลายๆครั้งก็เข้าแบบติดตามจนผู้เล่นของไทยเราต้องร้องโอดโอยในสนามอยู่หลายครั้ง ขณะที่ สุพจน์ จดจำ (ในวันที่ทั้งจดจำและไม่น่าจดจำ) ที่ได้โอกาสลงสนามนัดแรกในนามทีมชาติแต่กลับต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะมีอาการบาดเจ็บ

เราจึงไม่เห็นความจำเป็นเลยที่ “พลพรรคช้างศึก” ทีมชาติไทย ต้องวิ่งฝ่าฟันดงเท้าของผู้เล่นเจ้าถิ่นสักเท่าไหร่ เพราะเกิดจากมากกว่านี้ก็คงไม่คุ้ม ซึ่งอย่าลืมว่าในอีก 3 วันถัดมาจะมีโปรแกรมอุ่นเครื่องอีกนัดกับ ทีมชาติเคนยา ที่สนามเอสซีจี สเตเดียม และโปรแกรมของฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ ขอบอกได้แค่ว่ากลับมาด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สึกหรอมากนักนับว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าการคว้าชัยชนะในเกมนี้เสียอีก