วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยิ้มน่ารัก! เปิดโปรไฟล์ น้องสาวเนม Getsunova 'ไฮโซนาม' ทายาทเอสแอนด์พี

เป็นอีกหนึ่งสาวสวย น่ารัก ที่เราเห็นตามงานสังคมแล้วสะดุดตาในรอยยิ้มเป็นพิเศษ ล่าสุดเราเจอเธอในงานแฟชั่นโชว์ในคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017 จากแบรนด์ ‘คานิท’ (Canitt)

งานนี้ ไฮโซโปรไฟล์ ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดเข้าไปพูดคุย ขุดคุ้ย ทำความรู้จัก ‘นาม - ปรมา ไรวา’ สาวไฮโซไฟแรงอายุ 26 ปี ทายาทรุ่นที่ 2 ของเอสแอนด์พี เชนร้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหารยักษ์ใหญ่ของไทย เธอคือน้องสาวสุดรักสุดหวงของนักร้องไฮโซชื่อดัง ‘เนม - ปราการ ไรวา’ หรือ ‘เนม Getsunova’

นาม ปรมา เริ่มเล่าให้เราฟังว่าตอนนี้เธอช่วยทำร้านที่บ้าน แล้วก็ทำแบรนด์ใหม่ ตอนนี้เธอเข้ามาดูแลแบรนด์ใหม่ของ S&P ชื่อว่า SNP Headquarter เป็นร้านอาหารแต่ก็มี baking lab cake studio แล้วก็มี workshop space ที่เป็นคอนเซปต์ใหม่ ทำมาได้ปีนึงแล้ว ตอนนี้ก็กำลังขยายจะเปิดอีก 2 สาขาภายในปีหน้า แล้วเราก็จะมีสอน workshop เป็นที่ R&D ให้ลูกค้าได้เข้ามาใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น

เป็นยังไงบ้างกับผลตอบรับ? ที่ได้มาทำธุรกิจครอบครัวเต็มตัว 

นามรู้สึกว่ามันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นะ คือตอนแรกจริงๆ นามต้องอธิบายก่อนว่า จริงๆ คนที่เซตคอนเซปต์ทั้งหมดคือ ลูกพี่ลูกน้องนาม คือจริงๆ เป็นไอเดียของคุณพ่อที่อยากจะเปิดธุรกิจนี้ ลูกพี่ลูกน้องของนามคือ คุณจอม - วิสาขา ไรวา คือคนที่ครีเอตแบรนด์ Vanilla Industry เขาก็มาเซตคอนเซปต์มาทำอะไรให้หมด เราก็เหมือนเป็น understudy เพราะตอนนั้นเราเพิ่งเริ่มการทำงาน คุณพ่อเลยบอกว่า พี่จอมเขาทำเก่ง ให้นามไปไปเรียนรู้งานจากพี่จอม พอพี่จอมเขาเซตอะไรให้เสร็จแล้ว เขาก็เหมือนปล่อยให้เราดูแลแล้ว แต่เราก็ยังคอยปรึกษาเขาอยู่ค่ะ

จริงๆ เรียนจบด้านไหนมา

นามเรียน อาร์ตค่ะ คือตอนเรียนนามเรียนพวก static design เป็นการเรียนเกี่ยวกับด้านเซรามิกดีไซน์จากอังกฤษค่ะ คือไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจเลย แต่ว่าเราก็ชอบด้านนี้ แต่ว่าสิ่งที่เอาเข้าไปทำเป็นโปรเจกต์การเรียนก็คือเกี่ยวกับอาหารหมดเลย ก็คือแบบเราลิงก์เข้ามาเกี่ยวกับอาหารหมดเลย แล้วตอนนี้นามก็ยังมีงานที่เราทำเองด้วยค่ะ เกี่ยวกับอะไรที่จะ entrance การทานอาหาร เพราะนามไม่ได้ทำอาหารเก่ง คุณแม่ทำเก่ง คุณป้าทำเก่ง แต่ว่าเราไม่ได้ทำเก่ง เราจะทำยังไงเราจะทำดีไซน์เป็น covert ได้อย่างไร เราก็เรียนในด้านนั้น แล้วก็อ่านพวก phycology behind แบบการกิน แล้วก็เอามารวมกัน”

ถามว่าที่บ้านเป็นนักธุรกิจ ตอนเราเลือกเรียนอาร์ตที่บ้านว่ายังไง?

ตอนแรกนามก็ทะเลาะกับคุณแม่ เพราะจริงๆ ตอนแรกนามอยากเรียน business เพราะนามก็ชอบด้านนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก หัวสมองยังวิ่งแล่นอยู่ ครูก็เลยแนะนำว่า เฮ้ย! ทำไมแบบไหนๆ เรามาด้านนี้แล้ว แล้วครูที่โรงเรียนไฮสกูลก็บอกว่า ด้านดีไซน์เธอดีมาก ตอนจบโรงเรียนไฮสกูลก็ได้รางวัลของ design technology ในปีนั้น เขาก็แบบทำไมไม่ทำต่อ ครูก็อยากให้เรียนต่อด้านนั้น เราก็โอเคงั้นเราไปชูด้านนี้ก่อน แล้ว business ค่อยกลับมาเรียนก็ได้

ย้อนไปช่วงที่ทะเลาะกับคุณแม่แรงขนาดไหน?

แม่ก็ร้องไห้ แต่นามก็ร้องไห้เหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นนามจำได้ว่าคุณพ่อบอกว่า พ่อไม่สนใจว่าลูกอยากเรียนอะไร ก็เรียนไป แต่ขออย่างเดียวแค่เรียนให้จบ ทำยังไงก็ได้ขอให้เรียนให้จบ จะเรียนยังไงก็เรียนไป”

โตกับมาครอบครัวยังไง วิธีการสอนของคุณพ่อกับคุณแม่

คุณแม่กับคุณพ่อเป็นคนละคาแรกเตอร์กันเลยค่ะ (หัวเราะน่ารัก) คุณแม่เขาจะเป็นคนที่เห็นตัวเลขปุ๊บเขารู้เลย วิเคราะห์ได้หมด คุณพ่อนามจะเป็นด้านอาร์ต เป็นเหมือนอาร์ติสต์ คุณแม่จะเป็นเรื่อง marketing ค่ะ คุณพ่อก็จะเป็นด้านอาร์ต คุณพ่อก็จะเป็นแบบที่นามบอกคือ อะไรก็ได้ แต่คุณแม่ก็จะแบบเข้มงวดนิดนึง

ตอนไปเริ่มเรียนอังกฤษใหม่ๆ นามร้องห่มร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เพราะไปโรงเรียนประจำตั้งแต่ 9 ขวบ ตอนนั้นเป็นตอนเดียวที่คุณพ่อดุมาก แล้วร้องไห้ ไม่ไป มีครั้งหนึ่ง เปิดประตูวิ่งออกมาจากรถ รถขับไปแล้ว อยู่บ้านที่อังกฤษกำลังจะไปโรงเรียน รถออกมารับ พอรถจอดรอ รอประตูบ้านเปิด เราเปิดประตูรถ วิ่งกลับไปเพื่อที่จะเข้าไปในบ้าน แม่บ้านขึ้นมาเปิดเราก็วิ่งขึ้นไปล็อกประตูเลย แบบยังไงก็ไม่ไป 2 ปีแรกคือช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต

ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กๆ ?

ใช่ค่ะ อยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ 9 ขวบ ตอนเด็กๆ นามไม่เคยห่างคุณพ่อคุณแม่เลย นามเป็นคนที่ติดครอบครัวมาก แต่ว่าก็ต้องอยู่อังกฤษมาตลอดจนจบปริญญาตรี

นามจะได้กลับบ้านจริงๆ แล้ว ก็คือกลับทุกปิดเทอม โรงเรียนประจำจะมีวันหยุดที่เรียกว่า exit สมมติ 3 อาทิตย์ exit ทีนึง ก็คือปล่อยกลับบ้าน 2 วัน แล้วก็กลับมาอยู่บ้านเราที่ London แต่ว่าคือก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนบ้าน แต่ว่าช่วงแรกๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จะบินมา มาเยี่ยมช่วงนั้นแล้วก็กลับบ้าน แล้วอีกสักอาทิตย์ ก็จะปิดเขาเรียก half terms ก็คือหยุด 9 วัน อันนั้นเราบินกลับเมืองไทยแล้วแล้วก็บินกลับมา มันก็จะเป็นอย่างนี้ ประมาณเดือนครึ่ง แล้วเราปิดเทอมอีกแล้ว คือมันก็กลับค่อนข้างบ่อย แต่ว่าคือไปทีใจก็หายค่ะ เพราะเรานอนกับพ่อแม่ตลอด นามยังจำวันที่พ่อแม่ไปส่งได้อยู่เลย เรางงว่าแบบไปถึงก็ให้ไปจับมือกับเพื่อนคนนึง แล้วน้ำตาก็เริ่มไหล นอนไม่ได้เลย”

ผ่านตรงนั้นมาได้ยังไง

นามโทรคุยกับที่บ้านตลอดจนทั้งโรงเรียนรู้จักว่านามคือใคร เพราะนามร้องไห้ตลอดเวลา เลยต้องโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ก่อนไม่มีมือถือ ก็ต้องใช้โทรศัพท์ในบ้าน บ้านในโรงเรียนประจำ แล้วเป็นโทรศัพท์ payphone นามจำได้เลยตอนนั้นเราจะต้องโทรไปที่คอลเซนเตอร์ที่ลิงก์เราให้โทรกลับมาเมืองไทย นามยังจำเบอร์นั้นอยู่ได้เลย แล้วก็ต้องโทรไป ขอติดต่อเบอร์นี้ โทรหาคุณพ่อ แล้วทุกครั้งเวลาที่นามโทรไปจะต้องร้องไห้ แล้วคนที่อยู่โทรศัพท์ก็ตกใจ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่รับโทรศัพท์ ก็จะมีคนปลอบว่าไม่เป็นไรนะครับ คุยกับพี่ก่อน แล้วพอผ่านไปปีสองปีสามปีมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”

เม้าท์เรื่องพี่ชาย เป็นยังไงบ้าง?

พี่เนมก็ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ 9 ขวบเหมือนกันค่ะ เราห่างกัน 5 ปี เพราะฉะนั้นตอนที่เราไป เขาสนุกแล้ว เขาโตแล้ว ตอนนั้นคือทุกวันนามจะต้องให้เขาโทรหานามตอนทุ่มครึ่ง โทรเข้ามาเบอร์ที่โรงเรียน ถ้าวันไหนเขาโทรมาสายแค่ 1 นาที เราก็จะร้องไห้ เพราะว่าเขาโทรมาสาย เราจะเครียดมาก แต่ก็ผ่านมาได้ค่ะ คิดถึงตอนนั้นก็ขำดี (หัวเราะ)

เป็นน้องสาวติดพี่ชายมั้ย

ติดค่ะ (ยิ้ม) บางทีนามกับพี่เนมจะกัดกัน แกล้งกัน แล้วบางทีเขาก็จะโมโหมาก ถ้าไม่สบายใจก็พยายามเคลียร์กัน พอโตขึ้นมาก็ไม่ค่อยทะเลาะกันแล้ว ตอนเด็กๆ ทะเลาะกันบ่อยมาก พี่เนมเขาจะชอบแกล้งนาม แต่พอโตขึ้นมากลายเป็นสนิทกัน เขาก็จะมาเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเช่น เจอสาวคนโน้นคนนี้ (หัวเราะ) 

ตอนนี้มีแฟน มีความรักรึยังคะ?

นามมีอยู่แล้ว หัวใจไม่ว่างแล้วค่ะ มีตั้งนานแล้ว (หัวเราะสดใส)

ต่อไปจะทำอะไรอีกบ้าง

จริงๆ นามก็อยากทำของครอบครัวต่อด้วยแล้วก็อยากทำอะไรของตัวเองด้วย ต่อยอดอะไรที่เป็นฟู้ดโปรดักส์ จริงๆ ก็คิดไว้แล้วค่ะ คิดไว้ตั้งนานแล้วมีลิสต์ไว้ว่าอยากทำอะไร คืออยากทำแต่ยังไม่มีเวลา เพราะตอนนี้พยายามโฟกัสโปรเจกต์นี้ จริงๆ อยากทำ แพ็กเกจฟู้ด เป็นโปรดักส์ คือเราต้องการเอาอะไรที่เรามี facilities อยู่แล้วมาต่อยอด แต่ว่าด้วยความที่ว่า คุณพ่อคุณแม่ คุณลุง คุณน้า ให้โปรเจกต์นี้มา แล้วเขาก็เหมือนพยายามให้เราโตขึ้น เราก็พยายามนะ

"นามมีความรู้สึกว่านี้คือความรับผิดชอบของเราต้องทำให้ดีที่สุด ถึงตอนช่วงแรกๆ ก็ท้อมาก เพราะแบบยากจัง ทำไมทำไม่ได้ ร้องไห้เครียด มีปัญหานิดนึงก็ร้องไห้แล้ว คุณพ่อก็บอกว่า เรื่องเล็กนิดเดียวถ้าทำอันนี้ไม่ได้ จะทำอะไรได้ เราก็เลยแบบโอเค ไม่ต้องสนใจฟังคอมเมนต์คนอื่นที่มาว่าเรา เขาติก็นำมาใช้ว่าโอเคเราจะปรับปรุง คือตอนนั้นมันท้อมาก คนโน้นก็พูดอย่างนี้ คนนี้ก็พูดอย่างนี้ ว่าควรจะปรับตรงนี้ ซึ่งตอนแรกเราท้อ เรารู้สึกว่าทำไมมันไม่ดีไปหมดเลยในสิ่งเราทำ แต่พอเสร็จเราก็โอเคเดี๋ยวเราเอามาปรับให้มันดีขึ้นดีกว่า"

เวลาที่ท้อหรือเครียด วีธีการคลายเครียดฉบับคุณนาม ?

จริงๆ นามมีแบรนด์ Triadic Affair กับเพื่อนเป็นแบบหมวกแก๊ปทำมาจากหนังงู เป็นสิ่งที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ตอนนั้นเราก็คิดไว้ว่า ทำไรกันดีกว่า เลยเลือกทำสิ่งนี้ ตอนนี้ก็ยังทำอยู่คือมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำคลายเครียดด้วยเหมือนกันเพราะเราชอบทำ เราไม่ได้มองว่ามันเป็นงาน เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่อยากทำ

วิธีดูแลตัวเอง?

นามพยายามที่จะออกกำลังกายค่ะ มีอยู่ช่วงนึงอ้วนมาก ตอนนั้นไม่สบายเป็นไทรอยด์ค่ะ เราก็อยู่โรงเรียนประจำด้วย กินเยอะมาก กินยา จริงๆมันควรจะผอมลงแต่เราทานยา แล้วเราทานอาหารแบบเยอะมาก ทานไอติม 9 แท่ง จนที่บ้านตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น กลับมาแล้วคุณพ่อคุณแม่ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราก็ไม่รู้ตัวว่าอ้วนขึ้นมาก เมื่อก่อนหนัก 67 กก. ค่ะ แต่ตอนนี้น้ำหนัก 47 กก. พอเราหายจากไทรอยด์ก็ลดลงเองค่ะ

เป็นคนชอบกินด้วยมั้ย ?

ชอบมาก ตอนเด็กๆ มีปัญหาคือไม่ชอบทานอาหารเลย พอโตขึ้นมาชอบทานกินได้ทุกอย่าง แล้วเพื่อนนามจะชอบคอมเพลนว่า ทำไมเราทานเท่ากัน ทำไมน้ำหนักขึ้นเร็ว แต่จริงๆ นามว่าพอช่วง 25 ทานแล้วน้ำหนักมันขึ้นนะ แต่ก่อนน้ำหนักมันไม่ได้ขึ้น

ภาพบางส่วน : namraiva