วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค้างประกันสังคม 2 พันกว่า ธนาคารอายัด7หมื่น! ตลกชื่อดัง โร่ร้องตำรวจ

มันจะงงหน่อยๆ ! โอ๋เบบี้โจ๊ก ดาราตลกชื่อดัง ถูกธนาคารอายัดเงินในบัญชี ให้เหตุผล สำนักงานประกันสังคมทำหนังสือให้อายัด เพราะค้างกองทุนและเสียค่าปรับรวม 2 พันกว่า แต่ธนาคารอายัดทั้งบัญชีมีเงินกว่า 7 หมื่น 

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 ก.ย.2560 นายธนัช ศรีบรรจง อายุ 49 ปี หรือ โอ๋เบบี้โจ๊ก ดาราตลกชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ตันติกร ดวงตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อขอลงบันทึกประจำวัน หลังจากเงินในบัญชีธนาคารของตนถูกอายัดจนไม่สามารถนำออกมาใช้ได้แต่เมื่อเข้าไปสอบถามทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการ และทางธนาคารต้นสังกัดที่ได้เปิดบัญชีไว้ กลับโยนกันไปมาจนทำให้ตนได้รับความเดือดร้อน

นายธนัช กล่าวว่า สืบเนื่องจากหลายปีก่อน ตนได้เปิดกิจการ ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาและตัดเย็บเสื้อกีฬา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกช้างสามเศียร ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ชื่อร้าน ศรีบรรจงสปอร์ต โดยมีลูกน้องซึ่งต้องส่งเงินประกันสังคมอยู่ 4-5 คน ก่อนที่จะยกเลิกกิจการไปเมื่อปี 2558 และได้ดำเนินการแจ้งยกเลิกกิจการกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการแล้ว

"จนกระทั่งวันที่ 13 ก.ย.2560 กดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จำนวน 1 หมื่นบาท โดยมีเงินในบัญชี อยู่ประมาณ 7 หมื่นบาท แต่ไม่สามารถกดได้ จึงได้โทรสอบถามทางธนาคารต้นสังกัด แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่า ทางสำนักงานประกันสังคมได้มีหนังสือ แจ้งให้อายัดบัญชีเอาไว้ จากนั้นจึงได้รีบเดินทางไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ประกันสังคม แจ้งว่า ได้ค้างเงินกองทุนทดแทนอยู่ จำนวน 480 บาท และค่าปรับอีก จำนวน 1,797.12 บาท จึงได้สั่งอายัด บัญชีดังกล่าวตามจำนวนข้างต้น จนกว่าจะมีการจ่ายส่วนที่ค้าง จึงได้สอบถามกลับไปว่าจะให้ดำเนินการยังไง ถึงจะสามารถถอนเงินในบัญชีที่ถูกอายัดได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกันสังคมแจ้งว่า ทางสำนักงานประกันสังคมได้มีหนังสือแจ้งทางธนาคารให้อายัดเฉพาะยอดเงินที่ระบุไว้เท่านั้น แต่สาเหตุที่ทางธนาคารอายัดเงินทั้งหมดนั้นให้ไปสอบถามทางธนาคารเอง"

เขาเล่าต่อว่า ต่อมาตนจึงได้โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ทางธนาคารที่เปิดบัญชีไว้ โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารได้แจ้งว่า ได้มีหนังสือสั่งการให้อายัดบัญชีถูกต้อง แต่ทางสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้ระบุจำนวนเงินมา ทางธนาคารจึงต้องดำเนินการอายัดบัญชีไว้ทั้งหมด จนทำให้ตนเดือดร้อนมาก เนื่องจากไม่สามารถนำเงินออกมาใช้จ่ายส่วนที่ค้างกับประกันสังคมได้ อย่างไรก็ตามหากตนจ่ายส่วนที่เหลือแล้ว ทางสำนักงานประกันสังคม แจ้งว่าต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วัน ก่อนที่จะส่งเรื่องไปให้ทางธนาคาร และทางธนาคารใช้เวลาดำเนินการอีก 5 วัน ซึ่งใช้เวลารวมแล้วกว่า 20 วัน ตนจึงมองว่า นานเกินไป

"ในฐานะประชาชน ทำไมทางหน่วยงานของรัฐ และสถาบันการเงิน ไม่ติดต่อประสานงานกัน ซึ่งทำให้เห็นว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ความเดือดร้อนก็ตกอยู่กับประชาชน หากเกิดเหตุเร่งด่วน ต้องการจะใช้เงินรักษาพ่อแม่ และต้องใช้เงินฉุกเฉินจะทำอย่างไร ไม่ใช่โยนกันไปมา ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปเดินเรื่องกับทางธนาคารให้ยุติการอายัดบัญชีต่อไป"

นายธนัช กล่าวอีกว่า กรณีที่ทางสำนักงานประกันสังคมได้แจ้งว่า ก่อนจะอายัด ก็ได้มีหนังสือแจ้งให้รีบดำเนินการจ่ายส่วนที่ค้างนั้น ตรงนี้ตนน้อมรับ เพราะอาจจะเกิดความผิดพลาดที่ตนเองเพราะกิจการได้เลิกไปนานแล้ว จึงอาจจะเป็นไปได้ว่าหนังสือยังส่งไปที่ร้าน จนทำให้มาไม่ถึงตน

ทางด้าน นางสาวเกตุธริน ไชยศรี หัวหน้าประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการ แจ้งว่าระบบได้แจ้งตัดเงินนั้นถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จะออกหนังสือยืนยันให้ เพื่อไปขอปลดการอายัดบัญชี แต่ทางด้านธนาคารไม่น่าจะตัดบัญชีของยอดเงินทั้งหมด น่าจะตัดแค่เงินค่าประกันสังคม ซึ่งจะได้ประสานไปยังทางธนาคารต้นสังกัดที่ขอเปิดบัญชีให้ปลดการอายัด และในกรณีที่ผู้ประกันตนในมาตรา 39 คือจ่ายเงินเองทางเคาน์เตอร์เชอร์วิส ถ้าจ่ายไปตลอดก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าค้างจ่ายเกิน 3 เดือน ทางประกันสังคมจะตัดสิทธิ์ทันที แต่มีหนังสือแจ้งเตือนให้ทราบทุกครั้ง และบางครั้งมีผู้ประกันตนได้ถูกตัดสิทธิ์แต่ไม่ทราบยังคงจ่ายเงินตามเคาน์เตอร์เซอร์วิสตลอด เงินก็ยังเข้าบัญชีประกันสังคม จึงจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกับต้นสังกัดอีกครั้ง