วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ รับ ตั้งเครื่องรูดบัตรไม่ทัน ผุดรถโมบายธงฟ้าประชารัฐใช้แทน

สนธิรัตน์ ยอมรับ ติดตั้งเครื่องรูดบัตรคนจน ในร้านธงฟ้าประชารัฐ ได้แค่ 2,000 แห่ง จากเป้าหมาย 8,000 แห่ง หันแก้ปัญหา ผุดรถโมบายธงฟ้าประชารัฐ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทดแทน ส่วนร้านค้าที่เหลือ ทยอยติดเครื่องรูดบัตรให้แล้วเสร็จต่อไป..

วันที่ 14 ก.ย.60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง ธนาคารกรุงไทย กรมการค้าภายใน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยว่า การติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ภายในร้านธงฟ้าประชารัฐ อาจติดตั้งได้เพียง 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่ต้องการติดตั้งให้ครอบคลุมร้านธงฟ้าประชารัฐในทุกตำบลทั่วประเทศ 8,000 แห่ง ภายในวันที่ 1 ต.ค.60 ที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถใช้ได้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมแจ้งว่า จะติดตั้งเครื่องรูดบัตรตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้เพียง 2,000 แห่งเท่านั้น เพราะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา เพราะกระบวนการติดตั้งมีหลายขั้นตอน ทั้งการเปิดบัญชีของร้านค้า ตรวจสอบกระบวนการทางการเงิน จึงต้องใช้เวลาดำเนินการ ส่วนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอีก 6,000 แห่ง ซึ่งกระทรวงฯ ได้ส่งรายชื่อให้กระทรวงการคลังแล้วนั้น ทั้งกระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทยจะเร่งติดตั้งเครื่องรูดบัตรในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐไม่ได้ตามเป้าหมาย 8,000 แห่งภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงฯ จะนำรถขายสินค้าธงฟ้าเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) มาจัดทำเป็นรถธงฟ้าประชารัฐ โมบาย ยูนิต โดยติดตั้งเครื่องรูดบัตรภายในรถ และจำหน่ายสินค้าธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น เพื่อให้มีครอบคลุมทั่วประเทศ ส่วนจะมีจำนวนเท่าไร และแนวทางการดำเนินการอย่างไรนั้น จะจัดประชุมใหญ่วันที่ 16 ก.ย.นี้ เพื่อหารือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และตัวแทนจาก 920 อำเภอทั่วประเทศ จึงจะได้ข้อสรุป

สำหรับผู้ผลิตสินค้า ที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐนั้น ขณะนี้มีจำนวน 50 ราย มีสินค้าร่วมรายการ 252 รายการ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกี่ยวข้องกับการศึกษา และสินค้าที่เกี่ยวกับปัจจัยการเกษตร โดยยังเปิดรับผู้ผลิตที่สนใจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มสินค้าของผู้ผลิตขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และโอทอปด้วย คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบจากการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการเดือนละ 3,200 ล้านบาท รวมทั้งปีประมาณ 38,000 ล้านบาท จากผู้มีบัตรสวัสดิการ 11.67 ล้านคน ทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น.