วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พิชัย' ดีใจ นักลงทุนญี่ปุ่น สนใจมาไทย แต่ยังห่วงรัฐแค่จัดฉาก

"พิชัย" ยัน ส่วนตัวดีใจที่นักลงทุนญี่ปุ่นมากันมาก แต่ห่วงเป็นแค่การจัดฉาก ไม่มั่นใจ นักลงทุนญี่ปุ่นที่มาจะลงทุนจริง เหตุปัจจัยการเมืองเป็นอุปสรรคการลงทุน จี้ นักลงทุนต้องการวันเลือกตั้งแน่นอน...

วันที่ 14 ก.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เชิญนักลงทุนญี่ปุ่นประมาณ 570 ราย นำโดยกระทรวงเมติของประเทศญี่ปุ่น เข้ามาประชุมโดยหวังว่าจะมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นให้กับประเทศไทย นับเป็นเรื่องดีและเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับประเทศ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตามที่รัฐบาลคาดหวังหรือไม่

โดยก่อนหน้านี้ สถานทูตญี่ปุ่น ได้เชิญนายพิชัยทานข้าวเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทย โดยมี นายยูจิ มิซูคามิ เลขาทูตทางด้านการเมือง และ นายทาเฮ อาเบะ เลขาทูตทางเศรษฐกิจ อีกทั้งการที่ตนมีโอกาสได้พูดคุยกับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นหลายบริษัท ต่างได้รับการยืนยันว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังอยากลงทุนในประเทศไทย แต่ที่ยังไม่ลงทุน เพราะประเทศไทยมีปัจจัยหลายด้านที่ยังสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะการเมืองที่ยังไม่แน่นอน และการปกครองปัจจุบันที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ทำให้การเจรจาการค้าและการเจรจาเขตการค้าเสรีทำไม่ได้ เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจลงทุน ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นหันไปลงทุนในประเทศอื่นในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่ได้ประโยชน์อย่างมากจากภาวะการเมืองของไทยในปัจจุบัน เพราะนักลงทุนไม่กล้าเสี่ยงกับอัตราภาษีและการกีดกันการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นและจะแข่งขันยาก

ทั้งนี้ เชื่อว่านักลงทุนญี่ปุ่นที่มีการลงทุนมากกว่าครึ่งของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในประเทศไทย จะกลับมาลงทุนอีกครั้ง หลังจากมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว และสามารถที่จะเจรจาเขตการค้าเสรีได้ อย่างไรก็ดี นักลงทุนญี่ปุ่นเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังมีศักยภาพที่จะขยายตัวและพัฒนาได้อีกมาก จึงเป็นที่น่าสนใจในการลงทุน ในขณะที่ประเทศในปัจจุบันแม้จะพัฒนามากกว่าแต่มีข้อจำกัดมาก ดังนั้นไทยจึงต้องเร่งแก้ไขข้อจำกัดและแสดงให้เห็นศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้อย่างแท้จริง โดยต้องเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นยังกังวลถึงยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งหากโลกมีการเปลี่ยนแปลงจะทำให้มีปัญหาได้ และยังไม่มั่นใจว่ากรรมการยุทธศาสตร์จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอไหมที่จะรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเห็นมีแต่ทหารและนักธุรกิจใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น ห่วงว่าจะเป็นข้อจำกัดมากกว่า

นายพิชัย ยังตั้งคำถามอีกว่า หากจำกันได้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นหลายครั้ง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และไปเยือนประเทศในยุโรป อเมริกา และจีนด้วย เพื่อชักชวนนักลงทุนให้มาลงทุน แต่ไม่ปรากฏว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด การลงทุนจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ขนาดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังยอมรับเอง โดยอยากให้มีการแถลงตัวเลขการลงทุนจริงหลังเสร็จงาน

ดังนั้นการที่จะดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนได้ นอกจากประเทศไทยจะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ แล้ว การสร้างบรรยากาศให้เป็นประเทศเป็นประเทศที่น่าอยู่ เป็นประเทศที่มีเสรีภาพ มีหลักธรรมาภิบาลที่ดี ไม่มีข่าวสารในด้านลบในเรื่องต่างๆ ออกไปทั่วโลก เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน.