วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญี่ปุ่นเคลื่อนทัพลงทุน "อีอีซี" ไทยลุ้นขึ้นแท่นศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหม่

“เมติ” ชื่นชมรัฐบาลไทยทำให้เกิดกระแสการลงทุนในอีอีซี พร้อมมั่นใจจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอนาคต “อุตตม” ปลื้มวางเป้าปี 61 จะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มกว่าแสนล้านบาท ลุ้น “แจ็ค หม่า” มาไทยเดือน พ.ย.นี้

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการนำหน่วยงานภาครัฐและคณะนักลงทุนญี่ปุ่น 500 ราย นำโดยนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รมว.เศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (เมติ) ลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้นักลงทุนญี่ปุ่นต่างพอใจโดยนายเซโกะระบุว่า จะก่อให้เกิดการลงทุนจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นรายเดิมและรายใหม่ในไทย โดย เฉพาะในพื้นที่อีอีซี เนื่องจากมองว่าประเทศไทยจะเป็นประตูการค้า หรือเกตเวย์เชื่อมโยงการค้า การลงทุนสู่อาเซียน

ทั้งนี้ คาดว่าการลงทุนจริงๆ ในอีอีซีปี 2561 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 100,000 ล้านบาทและญี่ปุ่นจะมีส่วนสำคัญต่อการลงทุนดังกล่าว เพราะญี่ปุ่นพอใจที่ไทยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันกับญี่ปุ่น ภายใต้กรอบการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ดังนั้น จึงมอบให้สำนักงานอีอีซีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนถึงแผนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระหว่างไทยและญี่ปุ่นเพื่อที่จะสานต่อให้เกิดเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้สำนักงานอีอีซีไปจัดทำแผนยุทธศาสตร์ร่วมกับญี่ปุ่น ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายอีอีซี และการพัฒนาบุคลากรที่ญี่ปุ่นมองว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในเรื่องดังกล่าว สำหรับกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทยกับญี่ปุ่นล่าสุดพบว่ามีหลายกิจการเช่นบริษัท ณรงค์ จำกัด จับคู่กับบริษัท ไฟเทค จำกัด ของประเทศญี่ปุ่นผลิตหุ่นยนต์สมองกล

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนอีคอมเมิร์ซ-พาร์ค ของลาซาด้า กรุ๊ป ขณะนี้ยังเป็นไปตามแผนที่จะมีการก่อสร้างในสิ้นปีนี้ โดยแนวทางการพัฒนาในพื้นที่อีอีซีได้ข้อสรุปรายละเอียดหมดแล้ว

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานอีอีซี กล่าวว่า นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของกลุ่มอาลีบาบา จะเดินทางมาไทยเพื่อหารือลู่ทางการลงทุนในอีอีซีเดือน พ.ย.นี้ โดยเฉพาะโครงการอีคอมเมิร์ซพาร์คซึ่งขณะนี้ยืนยันว่า อีอีซีมีนักลงทุนสนใจอย่างต่อเนื่อง และสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจริง 60,000 ล้านบาท และในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีเม็ดเงินลงทุนจริง 1.5 ล้านล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าบริษัท แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินและยุทโธปกรณ์ของฝรั่งเศสที่อยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน และโบอิ้งของสหรัฐฯ ที่กำลังวิเคราะห์รายละเอียดโครงการลงทุนศูนย์ฝึกบุคลากรด้านการบินร่วมกับประเทศไทยก็คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาร่วมทุนได้ภายในไตรมาสแรกปี 2561

นอกจากนี้ สำนักงานอีอีซียังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการชักชวนให้เกิดการลงทุนในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (ดิจิทัลพาร์ค) ในอีอีซี โดยคาดว่าจะมีทั้งบริษัทไมโครซอฟต์ อเมซอนดอทคอม ไอบีเอ็ม คาเลสติก้า ที่จะพร้อมลงนามความร่วมมือกันในเดือน ก.ย.นี้

นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รมว.เศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เมติ) กล่าวว่ามั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยในการลงทุนในอีอีซี และขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยพื้นที่อีอีซีจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่หลากหลายและที่สำคัญนักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจในพื้นที่อีอีซี

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดบริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พื้นที่อีอีซีมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศไทยได้มากขึ้น นักลงทุนญี่ปุ่นเดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่ครั้งนี้ก็สนใจที่จะลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ของอมตะ 10 ราย ในขณะนี้

ด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า คณะนักลงทุนญี่ปุ่นจำนวน 90 บริษัท ได้เยี่ยมชมพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จังหวัดระยอง ซึ่ง ปตท.และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกันพัฒนาให้เป็นเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) ในการส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศให้ประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

“การเดินทางมาเยือนพื้นที่อีอีซีไอของคณะนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพและโอกาสทางการค้า และการลงทุนในประเทศไทย ซึ่ง ปตท.พร้อมให้การสนับสนุนนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสร้างให้เกิดการเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น พัฒนาและผลักดันให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์กลางการค้า การลงทุน รวมถึงเป็นแหล่งระดมพลังสมองของประเทศ”.