วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"วีออร์ แกนนิก" ส่อทุจริตข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันที่ 13 ก.ย.60 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เดินทางไปจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล โดยพบว่า บริษัท วีออร์ แกนนิก ซึ่งประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 61,000 ตัน มูลค่า 313 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นสารปรับปรุงดิน แต่กลับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตนำข้าวไปคลุกกับสารชีวภาพต่างๆ โดยไม่ได้บดข้าวให้เป็นผงก่อนตามที่แจ้งไว้ในหนังสือสัญญาของ อคส.จึงมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับรัฐ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ดังกล่าวได้ชนะการประมูลซื้อข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 5 บาท เพื่อใช้ในอุตสาห– กรรมโดยแจ้งกรรมวิธีการผลิตสารปรับปรุงดินกับ อคส.ว่าจะต้องนำข้าวดังกล่าวมาบดให้ละเอียดแล้วจึงนำผสมกับสารอินทรีย์ แต่ปรากฏว่า บริษัทฯ ไม่ได้ทำตามที่แจ้งไว้ แต่นำข้าวสารที่ยังเป็นเมล็ดมาผสมกับผงคาร์บอน จึงมีความเสี่ยงที่ข้าวดังกล่าวจะนำกลับมาเวียนขายในระบบการค้าปกติให้คนบริโภคซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของการประมูล

พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำความผิดในลักษณะนี้ กับผู้ประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ทั้งคนและสัตว์บริโภคอีก 3-4 ราย ถือเป็นการผิดสัญญากับรัฐโดยนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งจะสามารถทำกำไรได้มหาศาล จึงเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้มีผู้กระทำผิดจำนวนมาก ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสกับทางภาครัฐ ซึ่งข้อมูลผู้แจ้งจะถูกปิดเป็นความลับ หากนำไปสู่การจับกุม ผู้แจ้งจะมีสินบนนำจับเป็นรางวัลสูงถึงหลักแสนบาท

ด้าน พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าวว่า ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งให้บริษัทฯ ดังกล่าวยุติการดำเนินการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด และยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นโดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว ทั้งนี้จากการสอบถามไปยังกรมวิชาการเกษตรเกี่ยวกับกระบวนการผลิตสารปรับปรุงดินตามกรรมวิธีที่บริษัทดังกล่าว ได้รับคำตอบว่า วิธีการคลุกผสมข้าวนอกจากจะไม่สามารถนำไปเป็นสารปรับปรุงดินได้แล้ว ยังเป็นอันตรายแก่พืชอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผลการตรวจสอบไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดชัยนาท ซึ่งมีพฤติกรรมกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันด้วย.