วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่านไป 7 วัน ไฟไหม้ซ้ำสอง โรงงานรีไซเคิลแผ่นยาง ที่สมุทรสาคร

ไฟไหม้ซ้ำ โรงงานรีไซเคิลแผ่นยาง ที่สมุทรสาคร ห่างจากครั้งแรกแค่ 7 วันเท่านั้น ด้านชุดผจญเพลิงเผย แม้ไม่ลุกลาม แต่ยากต่อการทำให้ดับสนิท เพราะแผ่นยาง พลาสติก และโฟม ถูกเผาละลาย กองเป็นก้อนแข็ง ...

เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 14 กันยายน 2560 ร.ต.ท.สุวิทย์ มูลทรงเกียรติ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น ที่โรงงานรีไซเคิลแผ่นยางและพลาสติก ตั้งอยู่เลขที่ 18/13 หมู่ที่ 5 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วประสานรถน้ำดับเพลิงทั้งจากในพื้นที่และตำบลใกล้เคียง กว่า 10 คัน เข้าตรวจสอบและระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ โดยมีนายแคน ชาวไต้หวัน เป็นเจ้าของ พบเพลิงไหม้รุนแรง ต้องใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ 

เบื้องต้น พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นที่กองแผ่นยางและพลาสติกด้านใน หรือตรงกลางของโรงงาน ก่อนลุกลามไปทางด้านหลัง ขณะที่ทางด้านนอก หน้าโรงงานนั้น มีซากของโครงหลังคาที่หักพัง และเศษยางเก่า ที่เคยถูกไฟไหม้กองทบถมอยู่ให้เห็น เนื่องจากโรงงานแห่งนี้เคยเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

จากการสอบถาม คนที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เล่าว่า โรงงานรีไซเคิลแผ่นยางแห่งนี้ เคยเกิดไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ทางโรงงานก็ยังไม่ได้เปิดทำการ แต่เจ้าของจะมานอนเฝ้าทุกคืน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำอีก แล้วก็เกิดจริงๆ ส่วนสาเหตุนั้น ไม่มีใครรู้

ด้านเจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิง ระบุว่า ไฟไหม้ครั้งนี้ แม้จะไม่ลุกลามและควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่จะให้ดับสนิทนั้นค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากด้านในโรงงาน มีแผ่นยางเก่า ที่นำมารีไซเคิล กองทับถมกันเป็นจำนวนมาก โดยแผ่นยาง พลาสติก และโฟมนั้น เป็นวัสดุที่เมื่อถูกไฟไหม้จะละลายลงมากองรวมกัน แล้วจับตัวเป็นก้อนเหนียว แข็ง ทำให้ยากต่อการดับไฟ ต้องมีการเขี่ยออกแล้วฉีดน้ำลงไปให้ถึงด้านล่าง จึงจะสามารถทำให้ไฟดับสนิทลงได้

อีกทั้งบริเวณโดยรอบก็ไม่ค่อยมีแหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้บางครั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ ต้องล่าช้าไปบ้าง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ประสานกับเจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป.