วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปตร.ยกแรก ตัดอำนาจผบ.ตร.ไปให้ภาค

1-9 ตชด.และนครบาล จัดงบเองโยกย้ายเอง ปปช.ปล่อยปูคดีน้ำ54

โรดแม็ปเลือกตั้งเริ่มเห็นเค้าลาง หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. “พรเพชร” เริ่มกระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ทันที คาดไม่เกิน 12 ธ.ค. เห็นโฉม 7 เสือใหม่ ลุ้นต่อกฎหมายลูกที่เหลือ “สมชัย” แข็งใจอยากให้ชุดใหม่เข้ามาสานงานต่อเร็วๆ แกนนำ กปปส.อุบไต๋ข่าวแยกวงไปตั้งพรรคใหม่ “วิทยา” ยันยังไม่ได้คุยกัน “อลงกรณ์” หวั่นทำ ปชป.วงแตกเหมือนกลุ่ม 10 มกรา แนะ “สุเทพ-อภิสิทธิ์” ไปเคลียร์ใจกันก่อน ชี้ รบ.แห่งชาติเกิดยาก รธน.ไม่เอื้อ “ยิ่งลักษณ์” รอดตัว ป.ป.ช.ไม่เอาผิดบริหารจัดการน้ำท่วมใหญ่ปี 54 คสช.ฮึ่มใส่ นปช.อย่าเพิ่งป่วน “เต้น” เมินขอเดินหน้าทวงหาความยุติธรรม ชุดปฏิรูปตำรวจเน้นกระจายอำนาจ ยุบทิ้ง ก.ต.ช. เหลือแค่ ก.ตร. ทำเนียบระทึกชาย-หญิงแฝงตัวประชิด “บิ๊กตู่”

ประเด็นการตั้งรัฐบาลแห่งชาติแม้ไม่มีเสียงตอบรับจากภาคส่วนต่างๆ แต่โรดแม็ปการจัดการเลือกตั้งเริ่มพอมองเห็นเค้าลาง หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา

“พรเพชร” เริ่มสรรหา กกต.ใหม่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงภายหลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า ตามขั้นตอน กกต.ชุดปัจจุบันต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 14 ก.ย.นี้ แต่ยังให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ ส่วนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ จำนวน 7 คน มีที่มาจาก 2 ทาง คือ 2 คน มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้คัดเลือก อีก 5 คนมาจากคณะกรรมการสรรหา หลังจากนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการสรรหาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้คัดเลือกตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาภายใน 20 วัน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ต้องสรรหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น กกต.ให้เสร็จภายใน 90 วัน คือวันที่ 12 ธ.ค. จากนั้นส่งรายชื่อให้ประธานสนช. บรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุม สนช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 45 วัน หากไม่เห็นชอบบุคคลใด ต้องกลับไปเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่เป็นรายบุคคล

ลุ้น 2 ก.ม.ลูกกระทบชิ่งโรดแม็ป

นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ระยะเวลานับตั้งแต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ให้ สนช.พิจารณา จนถึงวันที่กฎหมายประกาศ บังคับใช้ รวมเวลาทั้งสิ้น 149 วัน นับจากวันที่ 18 เม.ย. 2560 ในส่วน สนช.สามารถพิจารณากฎหมายเสร็จภายใน 60 วัน ที่เหลือเป็นกระบวนการส่งเรื่องให้ กรธ. และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่า เห็นด้วยกับร่างของ สนช.หรือไม่ และการตั้ง กมธ. ร่วม 3 ฝ่ายทบทวนร่างกฎหมาย และส่งมาให้ สนช.พิจารณาอีกครั้ง ก่อนส่งให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย กรอบเวลาจัดการเลือกตั้งต้องพิจารณาเงื่อนเวลาเหล่านี้ด้วย ยังไม่รู้ว่ากฎหมายลูกอีก 2 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะใช้เวลาอีกนานเท่าไร ส่วนจะกระทบกับโรดแม็ปเลือกตั้งที่วางไว้ปลายปี 2561 หรือไม่ คงตอบไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขที่อธิบายไปแล้วต้องไปคิดกันเอง

“สมชัย” คาด 12 ธ.ค.ได้ กกต.ใหม่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า ในวันที่ 14 ก.ย. กกต.ชุดนี้ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ยังทำหน้าที่ต่อไปจนกระทั่งมี กกต.ชุดใหม่ ส่วนกระบวนการสรรหานั้น หากดำเนินการได้เสร็จใน 90 วัน เท่ากับจะได้รายชื่อคนที่ได้รับการสรรหาเป็น กกต.ใหม่ภายในวันที่ 12 ธ.ค. จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการของ สนช.ที่จะต้องตั้งกรรมาธิการฯขึ้นมาตรวจสอบประวัติ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน จากนั้นบุคคลที่ได้รับการสรรหาจะต้องลาออกจากตำแหน่งเดิม โดยยื่นหลักฐานต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายใน 15 วัน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ หากเป็นไปตามกรอบเวลานี้เท่ากับในกลางเดือน ก.พ.-มี.ค.จะได้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ส่วนตัวอยากให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่โดยเร็ว เพื่อเตรียมการเลือกตั้งในอนาคต เพราะหากเข้ามาช้าอาจจะไม่ทันเตรียมงานได้

กกต.ยังไม่กำหนดวันเลือกตั้ง

ที่โรงแรมคลาสสิคคามิโอ จ.พระนครศรีอยุธยา สำนักงานคณะกรรมการ กกต. จัดกิจกรรม กกต.พบสื่อมวลชน โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปี 9 เดือน ที่ กกต.ชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ ได้ทุ่มเทมุ่งมั่นมาตลอด และเราจะมุ่งมั่นต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ ประเทศไทยมีหลายโจทย์ที่รอการแก้ไข โดยเฉพาะโจทย์ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ยืนยันว่าข่าวที่ระบุว่า กกต.กำหนดวันเลือกตั้งในช่วงเดือน ส.ค.2561 ไม่เป็นความจริง เพียงแต่เจ้าหน้าที่กำหนดตารางการทำงาน เพราะวันเลือกตั้งจะกำหนดได้ต่อเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ตราบใดที่ พ.ร.บ.ฉบับสุดท้ายยังไม่เสร็จ กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ แต่การเลือกตั้งเป็นงานใหญ่ต้องเตรียมการไว้ก่อน

ติง “จาตุรนต์” อย่าติเรือทั้งโกลน

วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล คสช. เป็นลักษณะเดียวกับโปลิตบูโรว่า ขอนายจาตุรนต์อย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลน คนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ก็รักชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกับนายจาตุรนต์ และพรรคเพื่อไทย แต่คนเหล่านี้คงไม่คิดเอาแบบอย่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่คิดและให้พรรคเพื่อไทยทำตาม จนวันนี้คนในเครือข่ายพรรคเพื่อไทยต้องทยอยเดินเข้าคุกตะราง ตนไม่ได้ชื่นชอบการรัฐประหาร แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราควรทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร หากในอนาคตคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่ตั้งขึ้นมา ทำหน้าที่ออกนอกลู่นอกทาง ตนและพี่น้องประชาชนในนามกลุ่ม กปปส.ที่ร่วมต่อสู้กันมา จะรวมตัวดำเนินการเอาคนเหล่านี้เข้าคุกเอง ขอให้ฝ่ายการเมืองทำงานตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ ดีกว่าสร้างวาทกรรม ขอให้มองผู้อื่นด้วยเจตนาดี การเมืองจะได้ลดความขัดแย้งลง

อุบไต๋ กปปส.แยกตั้งพรรคใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า มีความกังวลหากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส. จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ นายถาวรตอบว่า กรณีนี้ไม่ขอแสดงความเห็นใดๆ

“วิทยา” แจงในกลุ่มยังไม่คุยกัน

นายวิทยา แก้วภารดัย อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์แสดงความกังวล หากกลุ่ม กปปส.แยกออกไปจัดตั้งพรรคการเมืองจริงนั้น ทราบตามข่าวในสื่อ แต่เรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกันในบรรดาแกนนำกลุ่ม กปปส.แต่อย่างใด ส่วนจะชัดเจนหรือเป็นแนวคิดใครนั้น ไม่ทราบ ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน

ให้ “สุเทพ–มาร์ค” เคลียร์ใจก่อน

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระแสข่าวกปปส.จะแยกตั้งพรรคการเมือง เป็นเรื่องน่ากังวลจะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง เพราะมีฐานเสียงเดียวกัน อาจเหมือนกรณีกลุ่ม 10 มกรา ที่ทำให้พรรคอ่อนแอไประยะหนึ่ง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะคิดถึงการตั้งพรรคใหม่ คาดว่าจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ช่วงปลายปีนี้ ทั้งสองฝ่ายคงคุยกันเพื่อหาทางออก เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ ย่อมรู้ดีว่าการเกิดพรรคใหม่เหมือนตอน 10 มกรา ย่อมเกิดผลกระทบต่อประชาธิปัตย์โดยตรง ควรหาทางออกร่วมกันที่เป็นทางสายกลาง แต่ยังเชื่อว่าทั้งสองคนพิสูจน์มายาวนานว่ามีความรักในพรรคอย่างไม่มีข้อสงสัย

รธน.ไม่เปิดช่องให้ รบ.แห่งชาติ

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนแนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ คงเป็นไปไม่ได้ในการเมืองระบบรัฐสภา เพราะหมายความว่าทุกกลุ่มการเมืองรวมตัวเป็นรัฐบาล จะไม่มีฝ่ายค้านในสภา รัฐบาลแห่งชาติจะเกิดได้ภายใต้ระบบที่ไม่ใช่ระบบรัฐสภา เช่น รัฐบาลจากรัฐประหาร หรือรัฐบาลยามบ้านเมืองเกิดภาวะสงคราม ข้อเสนอนี้เป็นความตั้งใจดีหวังให้เกิดการปรองดอง แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งในระบบรัฐสภา เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้เปิดช่องให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้ โอกาสเป็นไปได้ที่สุดตอนนี้ คือการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ คือการที่พรรคการเมืองที่มีแนวอุดมการณ์ทางเดียวกัน รวมตัวครองเสียงข้างมาก คงไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุลตรวจสอบ ก็คงเพียงพอแล้วกับการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อกลับสู่ประชาธิปไตยปัญหาขัดแย้งจะลดน้อยลง เนื่องจากมีกติกาบ้านเมืองกำกับไว้ ใครเดินออกนอกรอยระบอบประชาธิปไตยก็ต้องถูกลงโทษไม่ว่าพรรค การเมืองใดก็ตาม

พท.จวก ปชป.ปลุกเกลียดชังไม่เลิก

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาต้านแนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพราะอาจไปเข้าทางระบอบทักษิณ ว่า การที่นายวิรัตน์จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิ แต่ไม่ควรมาเหน็บแนมหาประโยชน์ หรือใส่ร้ายบุคคลอื่นด้วยความเท็จระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง แต่บางพรรคกลับใช้วาทกรรมนี้เป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชัง หากมีคนถามว่าพรรคการเมืองที่บอยคอตการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร แจกที่ดิน สปก.ให้เศรษฐี สร้างโรงพักหมื่นล้านได้แต่เสาและเล้าไก่ สลายการชุมนุมจนมีคนตาย 99 ศพ นักการเมืองพวกไหนที่เป่านกหวีดชัตดาวน์ประเทศ นอนขวางการเลือกตั้งจนมีการรัฐประหาร ถือเป็นระบอบอะไร ความจริงเราไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ไม่อยากทะเลาะด้วย หรือถูกดึงไปสู่ความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์

“เสี่ยหนู” โวแหลก ภท.แพ้ไม่เป็น

ช่วงเย็นวันเดียวกันที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดห้องทำงานชั้น 25 ให้ลูกพรรคนำโดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย เข้าอวยพรในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 51 ปี โดยนายสรอรรถนำกล่าวอวยพรว่า เชื่อว่ามาถึงวันนี้ถ้าหัวหน้าพรรคจะประกาศเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ โชคช่วย เพราะมีครบทุกอย่าง รอเพียงวันเวลา หากเปรียบเป็นยาเมื่อก่อนอาจเป็นยาทั่วๆไป แต่วันนี้นายอนุทินคือยาสามัญประจำบ้านรักษาได้ทุกโรค มีแต่คนต้องการอยากได้ ด้านนายอนุทินกล่าวตอบว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ทุกคนเริ่มยืดเส้นยืดสาย ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะประกาศเลือกตั้งวันนี้ พรุ่งนี้ กลางปีหน้าหรือขยับไปอีกนิดหน่อยก็พร้อมแล้ว มั่นใจว่าภูมิใจไทยเป็นแบรนด์ที่ดี ถึงวันลงคะแนนขอให้ความมั่นใจว่าทุกคนจะไม่กลับบ้านมือเปล่าแน่ “วันนี้ผมมีคำเดียว พร้อมสู้ และพรรคภูมิใจไทยสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น”

“บิ๊กแดง” ปัดตอบเส้นทาง “ปู” หนี

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบเส้นทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้หลบหนี ที่มีการระบุว่าออกไปทางพื้นที่กองกำลังบูรพาซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ว่า เป็นไปตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ระบุไว้ ส่วนข้อสันนิษฐานว่าอาจมีการเปลี่ยนรถที่ใช้หลบหนี ทำให้ไม่มีภาพที่ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในรถยนต์ต้องสงสัยตามภาพกล้องวงจรปิดที่นำมาเผยแพร่นั้น ขอให้เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บังคับบัญชาชี้แจงดีกว่า กองทัพภาคที่ 1 ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดทุกอย่างแล้ว โดยมีหน่วยข่าวรายงานข้อมูลเพื่อนำมาประเมินและประมวลภาพข่าว เพื่อดูถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สรุปจากแค่หน่วยข่าวใดหน่วยข่าวหนึ่งที่รายงานมา แล้วสื่อมวลชนนำไปตีความ

ขอกรองการข่าวก่อนสรุปชี้ชัด

พล.ท.อภิรัชต์กล่าวต่อว่า การรวบรวมข่าวสารจากตำรวจ หน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายหน่วย ต้องนำมาปฏิบัติการด้านการข่าวกรองก่อน ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน ขอให้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำงานเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ไม่ใช่รีบจับใครมาแล้วบอกคนนั้นคนนี้เหมือนเมื่อก่อนจะเห็นได้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความรอบคอบติดตามเหตุการณ์มากขึ้น ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเองจะถูกตำหนิว่าจับแพะหรือแกะอีก ขอให้ทุกคนใจเย็น เชื่อว่าไม่ช้าคงทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีทหารให้การช่วยเหลือหลบหนี พล.ท.อภิรัชต์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

“ยิ่งลักษณ์” รอดตัวน้ำท่วมใหญ่ 54

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. แถลงถึงความคืบหน้าการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีบริหารจัดการน้ำโดยมิชอบเมื่อปี 2554 ว่า ป.ป.ช.มีมติว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิดกรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่บริหารจัดการน้ำปี 2554 ทำให้เกิดอุทกภัย และเกิดความเสียหายกว่า 3.5 แสนล้านบาท โดยเห็นว่าการดำเนินการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำตามขั้นตอนบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงไม่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พยานหลักฐานไม่เพียงพอถึงขั้นชี้มูลความผิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์บกพร่องต่อหน้าที่ หรือเกิดจากความบกพร่องของใคร เป็นเรื่องธรรมชาติ พายุมาหลายลูกมาก ป.ป.ช.ไม่คิดว่าต้องหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้ ที่ผ่านมาดูตามพยานหลักฐาน ข้อมูล ไม่คิดว่าบกพร่อง

คสช.ฮึ่มใส่ นปช.อย่าเพิ่งป่วน

อีกเรื่อง พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่ม นปช.เตรียมจัดแถลงข่าวทวงความยุติธรรมคดี 99 ศพ ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ในวันที่ 14 ก.ย. ว่า ต้องถามว่าถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง คสช.ต้องขอร้อง ขอความร่วมมือว่าอย่าเพิ่งทำ เรายังไม่อนุญาตให้ดำเนินการได้ในช่วงนี้ เพราะยังมีงานสำคัญของชาติรออยู่หลายประการ หากถึงเวลาสมควรแล้วสถานการณ์บ้านเมืองเรียบร้อย บรรยากาศเหมาะสม คสช.จะผ่อนปรนให้ หากกลุ่ม นปช.จัดแถลงข่าวจริง ทางเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร จะเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ถ้ากิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองขอให้พึงระมัดระวัง ไม่อยากให้คิดว่ามีความขัดแย้งแบ่งฝ่ายเกิดขึ้น หากยังยืนยันจะแถลงข่าวจริง ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไป

“เต้น” ยันแถลงทวงหายุติธรรม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เข้าใจข้อห่วงใยของ คสช. ขอชี้แจงว่าการแถลงข่าววันที่ 14 ก.ย. ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เป็นการใช้สิทธิของประชาชนตามกฎหมาย หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาชี้แนวทางการดำเนินคดีจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ซึ่ง ป.ป.ช.ยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ เพื่ออธิบายแนวทางการทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ไม่มีการพาดพิงตัวบุคคล หรือปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าเจ้าหน้าที่จะเข้าสังเกตการณ์ก็ไม่ขัดข้อง เราให้ความร่วมมือกับ คสช.มาตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเบี้ยว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรฯ นัดประชุมและแถลงข่าวแนวทางต่อสู้ซึ่งก็ทำได้

ปฏิรูป ตร.เน้นกระจายอำนาจ

ที่รัฐสภา นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักการกระจายอำนาจ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารงานบุคคล 2.งบประมาณ 3.การบริหารงานภายในให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ไปบริหารกันเอง ตามที่นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร ประธานคณะอนุกรรมการด้านหน้าที่ อำนาจและภารกิจตำรวจ เสนอมา อาทิ เรื่องการบริหารงานบุคคล ให้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายในกองบัญชาการภาคของตัวเอง แต่ไม่สามารถโยกย้ายตำรวจข้ามภาคได้ เพื่อให้ตำรวจเติบโตในหน่วยงานที่สังกัด ยกเว้นตำรวจบางระดับที่ให้ย้ายข้ามภาคได้ ส่วนการบริหารงบประมาณต้องไปแก้ไข พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ จะไปกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

ยุบทิ้ง ก.ต.ช.เหลือไว้แค่ ก.ตร.

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการรับฟังความเห็นการปฏิรูปตำรวจ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มสภาทนายความ สื่อมวลชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีต ผบ.ตร. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. การสัมภาษณ์นายสุเทพเพราะเห็นว่าเป็นอดีตรองนายกฯ ที่กำกับดูแลตำรวจมา และยังเป็นแกนนำการชุมนุมที่เคยมีความขัดแย้งกับตำรวจ ส่วนโครงสร้าง สตช. มีการพูดคุยเบื้องต้นว่า มีแนวโน้มจะให้คงไว้เฉพาะคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะสลายคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อให้เหลือ ก.ตร.เพียงชุดเดียวเหมือนองค์กรอื่น มาปกครองกันเอง โดยที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุด

ก.ม.ฟอกเงินไม่อันตรายต่อผู้สุจริต

วันเดียวกัน ที่โรงแรมดุสิตธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “การใช้มาตรฐานสากลเป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน” ระหว่างเป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่รายงานผลการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ว่า ถ้ากองทัพเดินด้วยท้อง อาชญากรรมก็เดินด้วยเงิน เราตัดวงจรตั้งแต่ตอนนี้ได้ เงินจ่ายไปไม่ถึงไม่ช้าก็ต้องหยุด แต่ถ้าไม่สกัดกั้นการก่อการร้ายจะระบาดไปทั่ว เราจึงออก พ.ร.บ.เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการอุดหนุนทาง การเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง ถือเป็นกฎหมายฝาแฝดกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) การปราบปรามต้องอาศัยหน่วยงานด้านการข่าว คือ ปปง. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถ้าให้อำนาจ ปปง.ไปก็อาจไม่พอ แต่ถ้าให้มากแล้วไม่มีการควบคุม ปปง.อาจเป็นโจรเสียเอง ยุคนี้เราอยากให้การต่อต้านการฟอกเงินเป็นไทยแลนด์ 4.0 ที่น่าเชื่อถือ ระงับยับยั้งการกระทำความผิด คนที่บริสุทธิ์ไม่ต้องห่วง ปปง.ไม่เป็นอันตรายกับผู้สุจริต

“เรืองไกร” แจงอนุ กกต. สอย 9 รมต.

ที่สำนักงาน กกต. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังเข้าให้ถ้อยคำกับอนุกรรมการไต่สวน กกต. กรณียื่นคำร้องให้สอบรัฐมนตรีจำนวน 9 ราย ว่า เป็นการเข้าชี้แจงครั้งแรกหลังยื่นคำร้องไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ได้ยืนยันในคำร้องและให้ข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมเอกสารเกี่ยวกับการที่ ป.ป.ช.สอบเรื่องเงินลงทุนในที่ดินเขาใหญ่ของนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้อนุกรรมการไต่สวนยังได้สอบถามตนถึงการมายื่นคำร้องซึ่งก็ได้ชี้แจงว่า ตนเลือกเฉพาะการถือครองหุ้นที่เข้าลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เอาหุ้นทุกตัวที่รัฐมนตรีถือครองมาเป็นเกณฑ์การร้อง และเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 264 ไม่ยกเว้นให้ครม.ถือครองหุ้นได้ รวมทั้งการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยก็ไม่เข้าลักษณะให้ยกเว้น แต่เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 9 รัฐมนตรีที่จะชี้แจง

นักธุรกิจจีนมอบเงินช่วยน้ำท่วม

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับมอบเงินบริจาคกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน ผ่านกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จากบริษัท ผู้ประกอบการจีนในประเทศไทย บริจาครวมเป็นเงิน 3.5 ล้านบาท รวมถึงเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น มูลค่ากว่า 3 แสนบาท โดยนายกฯได้กล่าวขอบคุณทั้งคนไทย คนจีน ที่ร่วมทำความดีเพื่อแผ่นดิน ดูแลผู้ที่เดือดร้อนกว่า รัฐบาลยังต้องดูแลประชาชนให้ก้าวสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทำเนียบระทึกแฝงตัวประชิดนายกฯ

ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกและหัวหน้า คสช. กำลังเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า หลังร่วมออกกำลังประจำสัปดาห์เต้นเแอโรบิกกับข้าราชการ ร.ต.สมชาย อาจผึ่ง อ้างตัวเป็นอดีตนายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) และนางยุวรี ปิยะนุสรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยังแมนสปอร์ต จำกัด พร้อมพวกเป็นชาย 1 คน และหญิงอีก 1 คน รวม 4 คน แต่งกายด้วยชุดวอร์มแฝงตัวเข้ามาร่วมออกกำลังกาย และพยายามเดินเข้าประชิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตำรวจทำเนียบฯพยายามกันไม่ให้เข้าถึงตัว ทำให้ชายดังกล่าวตะโกนเรียก นายกฯจึงหันมาถามว่า “มีอะไร ถ้าจะถ่ายรูปก็เข้ามา” ร.ต.สมชายจึงเดินเข้าไปพูดคุย พล.อ.ประยุทธ์จึงบอกให้ร้องเรียนมาตามขั้นตอน ก่อนชี้นิ้วให้ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯรับเรื่องไปดูแล

เผยก่อนหน้านี้เคยบุกถึง ร.1 รอ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ร.ต.สมชาย นางยุวรี และพวก เคยแต่งชุดวอร์มแฝงตัวบุกไปดักรอพบ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงบ้านพักภายใน ร.1 รอ. มาแล้ว เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เพื่อร้องเรียนกรณีเข้าร่วมประมูลตัดเย็บเสื้อโปโลจำนวน 2 แสนตัว เพื่อแจกข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัด กทม. แต่เกิดปัญหาไม่สามารถส่งมอบได้ เคยยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชน ที่สำนักงาน ก.พ. มาแล้ว แต่เรื่องไม่คืบหน้า แต่เจ้าหน้าที่ใน ร.1 รอ. ไม่อนุญาตให้เข้าพบ การบุกมาประชิดตัวรอบที่ 2 ถึงทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้ ทำให้ทีม รปภ.นายกฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเนียบฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน ตกใจเดินกันวุ่นวายสอบถามถึงสาเหตุที่เข้ามาร้องเรียน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยประจำทำเนียบรัฐบาล ระบุว่าเลขาธิการนายกฯไม่ได้ติดใจ แต่การออกกำลังกายประจำสัปดาห์จากนี้ต่อไป อนุญาตให้แค่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบเท่านั้น