วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โทษคุก 8 ปี! ลุงวัฒนาบึมรพ.พระมงกุฎ-สารภาพลดครึ่ง

ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 8 ปี “วัฒนา ภุมเรศ” อดีตวิศวกร กฟผ. มือบึม รพ.พระมงกุฎฯ ปรับ 1,950 บาท ในคดีมีวัตถุระเบิดและประกอบระเบิดแสวงเครื่อง “ไปป์บอมบ์”4 ลูก ซุกซ่อนไว้ในกระถางภายในบ้านพักย่านบางเขน จำเลยรับสารภาพเหลือจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท ส่วนข้อหาพยายามฆ่าฯ ใส่ระเบิด “ไปป์บอมบ์” ในแจกันดอกไม้ไปติดไว้ที่บนผนังห้องวงษ์สุวรรณ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ศาลนัดสืบ พยานประกอบ 16 ต.ค.นี้ หลังอัยการยื่นฟ้อง 2 คดี

ศาลสั่งจำคุก 8 ปี “วัฒนา ภุมเรศ” มือบึม รพ.พระมงกุฎฯ โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย 2 คดี กรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นจำเลยรวม 2 คดี ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เกิดระเบิด ทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธระเบิดไปในที่สาธารณะ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และข้อหาอื่นๆ ศาลเบิกตัวนายวัฒนาจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาสอบคำให้การ โดยนายวัฒนาไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพแต่อย่างใด

อัยการโจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค.60 จำเลยได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องชนิดจุดปะทุด้วยไฟฟ้า เป็นระเบิดแรงต่ำชนิดดินดำ ประกอบไว้ในท่อพลาสติกพีวีซีสีฟ้า หรือเรียกว่า “ไปป์บอมบ์” โดยมีตะปูเข็มเป็นสะเก็ดระเบิดใส่ไว้ในแจกันดอกไม้พลาสติก 1 ลูก เมื่อเกิดระเบิดจะทำอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บเสียชีวิต และทำลายทรัพย์สินได้ในรัศมี 5-10 เมตร จากนั้นจำเลยได้นำแจกันใส่ระเบิดแสวงเครื่องเดินทางโดยรถเมล์จาก ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

จากนั้นได้นำแจกันดอกไม้ที่ใส่วัตถุระเบิดไปติดไว้ที่บนผนังห้องวงษ์สุวรรณ แล้วเปิดสวิตช์ทำให้วงจรระเบิดทำงาน เป็นผลให้ พ.ท.กฤษฎา อินทรณเดช พ.อ.หญิงพูนศรี บุญปาลิต และผู้เสียหายอื่นทั้งทหารและพลเรือนรวม 21 คน บาดเจ็บ โดยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดไม่ถูกอวัยวะสำคัญของผู้เสียหายทั้ง 21 คน ไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่ทำให้ พ.อ.หญิงพูนศรี กับผู้เสียหายอื่นรวม 5 คน ได้รับอันตรายสาหัส และบุคคลอื่นท่ีเหลือได้รับอันตรายแก่กาย นอกจากนี้ ยังทำให้กล้องวงจรปิดและอุปกรณ์อื่นๆ ของ รพ.พระมงกุฎฯ ได้รับความเสียหาย รวม 1,201,000 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของจำเลยย่าน จ.นนทบุรี พร้อมยึดอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด ประกอบด้วย แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนตัวเก็บปะจุไฟฟ้า ชิ้นส่วนท่อพีวีซี สวิตช์ ตะปูขออะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดดำเนินคดี ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด

ส่วนอีกคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ได้ยื่นฟ้องนายวัฒนา ในความผิดฐานประกอบ ทำ และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ มียุทธภัณฑ์ (วัตถุระเบิดชนิดดินดำ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 จำเลยได้กระทำผิดโดยประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ 4 ลูกขึ้นเองเป็นระบบไฟฟ้า มีตัวตั้งเวลา และระเบิดดินดำในท่อพลาสติกพีวีซีสีฟ้าโดยใส่ไว้ในกระถางสีน้ำตาลเมื่อเกิดระเบิดจะก่อให้เกิดอันตรายรัศมีฉกรรจ์ 5-10 เมตร นอกจากนี้ ยังพบดินดำ 3 กระปุก กระสุนลูกกรดขนาด .22 จำนวน 39 นัด ภายในบ้านพักจำเลยย่านบางเขน กทม. เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลางดำเนินคดี

ศาลประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2868/60 และคดีหมายเลขดำ อ.2869/60 ตามลำดับ โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายวัฒนาจำเลยฟังทั้ง 2 คดี พร้อมสอบคำให้การ ปรากฏว่านายวัฒนาแถลงให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหา ไม่ต่อสู้คดี ศาลพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2869/60 ฐานประกอบ ทำ และมีวัตถุระเบิดฯ จำคุก 4 ปี ฐานมีเครื่องยุทธภัณฑ์ (ระเบิดดินดำ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกอีก 4 ปี รวม 8 ปี และฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ ปรับ 1,950 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท ริบของกลาง

ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.2868/60 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพจำเลยในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.