วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบค้นวิวัฒนาการของสัตว์เลื้อยคลาน ดึกดำบรรพ์เพลสิโอซอร์

Morturneria. Credit: Texas Tech University

เมื่อ 33 ปีที่แล้ว ทีมนักบรรพชีวินวิทยาของพิพิธภัณฑ์แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส เทค ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำรวจบนเกาะซีมัวร์ ในแอนตาร์กติกาและค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของเพลสิโอซอร์ (plesiosaur) สัตว์เลื้อยคลานทางทะเลที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียส ยุคเดียวกับไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน โดยเจ้าเพลสิโอซอร์ได้ชื่อว่าเป็นอสุรกายจอมโหดแห่งท้องทะเล เนื่องจากอยู่อันดับบนสุดของห่วงโซ่อาหารระบบนิเวศทางทะเล ร่างกายใหญ่โตมีความยาวกว่า 15 เมตร คอยาว ฟันแหลมเป็นรูปกรวยแข็งแรงทนทานและอวบคมมากพอที่ฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่ได้ ว่ายน้ำแคล่วคล่องและยังลอยตัวผ่านน้ำได้ด้วย และเคยอาศัยอยู่ในแถบทะเลอาร์กติกไปถึงขั้วโลกใต้ ทีมสำรวจได้ตั้งชื่อว่ามอร์เทอร์เนเรีย (Morturneria)

ล่าสุด นักบรรพชีวินวิทยาผู้ค้นพบซากดังกล่าวได้ร่วมกับนักบรรพชีวินวิทยานานาชาติจากประเทศชิลี อาร์เจนตินา ศึกษาซากมอร์เทอร์เนเรียเพิ่มเติมและค้นพบข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นมิติใหม่ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเพลสิโอซอร์ โดยสร้างมอร์เทอร์เนเรียขึ้นมาเฉพาะส่วนหัวและใช้แบตเตอรี่ช่วยแยกอาหารออกจากน้ำ ซึ่งเมื่อดูวิธีสบฟันลงมาพบว่ามอร์เทอร์เนเรียใช้วิธีการกรองกินอาหารแบบเดียวกับวาฬบาลีน ที่กินอาหารจำพวกปลา สัตว์น้ำเปลือกแข็ง ในแบบกรองกิน โดยรูปแบบการกินอาหารแบบนี้ไม่ปรากฏในพฤติกรรมการกินของสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลชนิดอื่นๆ

จึงเป็นไปได้ว่ามอร์เทอร์เนเรีย ซึ่งเป็นจำพวกสัตว์เลื้อยคลานและวาฬบาลีน ที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้น
มีวิวัฒนาการคู่ขนานหรือเบนเข้าหากัน (Convergent evolution) แต่มอร์เทอร์เนเรียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับวาฬบาลีน ดังนั้น เป็นได้ว่าสัตว์บางชนิดที่ไม่ได้มีบรรพบุรุษเดียวกัน ก็อาจมีวิวัฒนาการไปในทางเดียวกันได้ ซึ่งนักบรรพชีวินวิทยาต้องค้นคว้าหาคำตอบต่อไปอีกขั้น.