วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขรัวอินเทวดา

ช่วงเวลาแรกๆที่หมอดูอีทีมานัวเนียอยู่ในไทย ค่าดูหมอตอนนั้นสองหมื่น มีเพื่อนมาชวน แถมออกเงินให้ด้วย ผมปฏิเสธเด็ดขาด “ไม่ไป ไม่เชื่อ”

เหตุผลก็ง่ายๆ เป็นหมอดูทายแม่นยังกะผู้วิเศษทั้งที ทำไมต้องทายแค่เลขแบงก์ในกระเป๋า

รายไฮโซ ตั้งใจเล่าให้ผมฟัง “ผมเจอปาฏิหาริย์” แล้วก็บอกว่าเลขนาฬิกาโรเล็กซ์ในข้อมือ ไม่เคยปลดให้ใครอื่นดู หมออีทีรู้ตัวเลขแถวยาวๆได้อย่างไร

ผมเคยทำข่าว นักต้มนักตุ๋น 18 มงกุฎ ทั้งหัวดำหัวโล้นมากมาย แชร์แม่ชะม้อย แชร์แม่นกแก้ว เปรตกู้ ก็ใช่ คุณหญิงไก่ ก็รายหนึ่ง

แต่ราย “ขรัวอิน” ผมเพิ่งอ่านจาก นิทานวชิรญาณ เล่ม 1-2 เรื่องนี้มีผู้รู้เขียนลงพิมพ์ไว้ในวชิรญาณวิเศษ เล่ม 9...5 กรกฎาคม ร.ศ.113 (พ.ศ.2437) ไม่ใช่เรื่องต้มตุ๋น แต่เป็นเรื่องอะไร ลองอ่านกันดู

เล่าลือกันว่าขรัวอินเป็นผู้มีวิชาขลังอย่างวิเศษ เดิมทีบวชเป็นพระ เสกก้นพลูเป็นเงินเฟื้องให้ศิษย์ไปซื้อหาอะไรก็ได้ แม้ไม่ใช้เงินซื้อ เวลาขรัวอยากได้อะไร แค่ออกปากก็จะมีคนยกให้

ขรัวอินแสดงวิชาขลัง จนเป็นโลกวัชชะ (โลกติเตียน) ขรัวก็ว่าง่าย สึกออกมา ใช้วิชาขลังหากินเกะกะได้เต็มที่

เช่น ไปยืมเงินชาวบ้านมา 15 บาท ถึงเวลาขรัวก็เอาเงินไปใช้ ชาวบ้านเก็บไว้ไม่กี่วันไปเปิดดู อ้าว เงิน 15 บาท กลายเป็นข้าวตอก

ขรัวอินไปซื้อผ้าที่เสาชิงช้า ต่อราคาผ้าเขาถูกๆ คนขายไม่ให้ ขรัวเลือกผ้าผืนใหม่ แล้วคลี่ผ้าให้ดูบอกว่าผ้าขาด แล้วก็ซื้อผ้าขาดผืนนั้นไปในราคาถูกๆ

ซื้อผ้าขาดร้านนี้แล้ว ก็เข้าร้านต่อๆไป วันเดียวซื้อผ้าขาดไปเป็นร้อยผืน

แต่ตอนเอาผ้าไปขายผ้าขาดกลายเป็นผ้าดี ได้กำไรครั้งละไม่น้อย พ่อค้าเสาชิงช้า กลัวขรัวอินมาก ตั้งใจจะไม่ให้เข้าร้าน แต่ขรัวมาเมื่อไร ให้ขายมักเออออให้ไปทุกที

กิตติศัพท์ขรัวอินดังมาก ชาวบ้านบ่นว่า จะไม่ยอมคบค้าไม่ยอมพูดจา แต่พอขรัวมาขอยืมเงินก็หยิบเงินให้ พอเพื่อนบ้านทัก ก็วิ่งไปทวงเงินคืน กลับมาอีกที นอกจากไม่ได้เงินคืนยังยื่นผ้าขาวม้าที่พาดไหล่แถมให้ไป

อีกวันหนึ่ง ขรัวอินไปวัดบางหว้าใหญ่ เขากำลังมีละครฉลองพระเจดีย์ทราย คนกำลังดูละครเพลินๆ ขรัวก็ขัดคอ “มาดูละครทำอะไร ไม่เป็นเรื่อง ไปหาเทวดาดูนางฟ้าบนสวรรค์กันดีกว่า”

“ถ้าขึ้นสวรรค์ได้ จะมาดูละครกันทำไม” คนที่ฟังขัดคอ เถียงกันไปท้ากันไป ขรัวก็ประกาศว่าจะ “ขึ้นสวรรค์ให้ดู” แล้วก็ขอผ้าขาวม้ามาคนละผืน

ขรัวเอาผ้าผูกต่อๆกันได้ราวสิบผืน ม้วนเป็นก้อนกลมๆครึ่งหนึ่งเหลือกองไว้บนดินครึ่งหนึ่ง “ผ้าของใคร จำไว้หนา” ขรัวว่าแล้วก็ขว้างม้วนปมผ้าขึ้นไปค้างบนฟ้า

แล้วขรัวก็ตั้งท่าจับผ้าโหนขึ้นไป แล้วก็หายไปบนฟ้า

คนดูและเจ้าของผ้าต่างก็ตั้งตารอ เมื่อไหร่ขรัวจะลงมาจากสวรรค์ รอตั้งแต่บ่ายไปจนค่ำ จนกระทั่ง “ตาสนล้าน” คนหลังวัดเครือวัลย์ มาเห็นเข้า รู้เรื่องก็บอกว่า

“ขรัวอินมันจะขึ้นไปหาเทวะดา เทวะแดที่ไหน ป่านนี้มันเอาผ้าไปจำนำขายกินหมดแล้ว”

ชื่อขรัวอินที่เดิมทีเป็นที่ครั่นคร้ามในวิชาขลังเป็นหนักหนา จึงเรียกต่อๆกันว่า ขรัวอินเทวดา มาแต่นั้น

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ วัดบางหว้าใหญ่...ที่ขรัวอินหลอกชาวบ้าน ปีนบันไดผ้าขึ้นไปหาเทวดา...ก็คือวัดระฆัง วัดเดียวกับที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปไหว้พระยิ้มรับฟ้า...แล้วก็หายตัวไป

ปาฏิหาริย์คุณยิ่งลักษณ์ครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่ารายขรัวอินเทวดา เพราะรายขรัวอิน วันสองวันก็เจอตัว แต่รายคุณยิ่งลักษณ์ โลกทั้งโลกกว้างใหญ่ จนป่านนี้ยังไม่รู้แน่ว่าอยู่ที่ไหน

สองเหล่าทัพไทย ทั้งตำรวจทั้งทหาร “งง” ไปด้วยกัน.


กิเลน ประลองเชิง