วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดฟ้าอูเครน (3)

ภาพจาก Line Id : @ntp5

รอบตัวผมขณะนี้ มีเสียงนกร้องสลับกับแมลงที่กระพือปีกผลิตเสียงดังหึ่งๆ บนเทือกเขาคาร์เพเทียนนี่เงียบจริงๆ แม้ว่าจะมีถนนดินดำเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามภูเขาเลากา แต่ก็มีผู้คนมาน้อย มนุษย์ส่วนใหญ่เป็นชาวไร่นาแปลงใน ผมหมายถึงเป็นชาวบ้านที่ปลูกธัญพืชและเลี้ยงสัตว์ในบริเวณบ้านพักอาศัยของตนเองเท่านั้น

สองปีที่แล้ว ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปปฏิบัติภารกิจที่เมืองโซชิ บริเวณทะเลดำของรัสเซีย ตอนนั้นอาจารย์ก็พาพวกเราขับรถตระเวนไปตามบ้านเล็กเมืองน้อยที่อยู่ตามเทือกเขาคอเคซัส ทว่าบรรยากาศและนิสัยใจคอของผู้คนบนเทือกเขาคอเคซัสแตกต่างจากเทือกเขาคาร์เพเทียนมาก ชาวอูเครนคนหนึ่งชวนว่า ฤดูร้อนหน้า ถ้ามีเวลา ผมจะพาคุณตระเวนเทือกเขาคาร์เพเทียน ไปตั้งแคมป์นอนในป่าที่เป็นบริเวณต้นแม่น้ำวิสตูลา แม่น้ำนีสเตอร์ หรือแม่น้ำทิสซอ

จากจังหวัดอีวาโน–ฟรานคีฟสค์ ของอูเครนที่ผมกำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ในขณะนี้ ถ้ามีเวลาตระเวนไปเรื่อยๆ ก็จะ เข้าโปแลนด์และสโลวะเกีย ใครชอบปีนเขา ก็มาผจญภัยได้นะครับ ยอดสูงสุดของเทือกเขาคาร์เพเทียนชื่อเกร์ลาคอฟกา สูงถึง 2,655 เมตร ใครที่ไม่มีเวลานานๆ ก็มาผจญภัยเป็นช่วงๆ ในทิวเขาอีสต์เบสคิดส์ ทิวเขาเวสต์เบสคิดส์ ทิวเขาทาทรา ทิวเขาลิตเทิลคาร์เพเทียน หรือทิวเขาไวต์คาเพเทียน ได้ครับ

พอรู้ว่ามาจากเมืองไทย เกษตรกรอูเครนความรู้ดีคนหนึ่งเล่าว่า “มีคนไทยรวบรวมผลิตพันธุ์ธัญพืชที่อูเครน เคยมาแนะนำตัวว่า พวกเขามาจากบริษัทไทยซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่เมื่อขายออกไปแล้ว เกษตรกรไม่สามารถเอาพันธุ์ไปปลูกต่อได้อีก ทำเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทของเขาทุกปี พวกเราชาวอูเครนได้ฟังแล้วก็คิดว่าเขาโม้ เราไม่เชื่อว่า ในโลกนี้จะมีคนใจเหี้ยมคนไหนที่ฆ่าได้แม้แต่เมล็ดพันธุ์ธัญพืชซึ่งเป็นสมบัติของมนุษยชาติทั้งมวล”

“พวกที่มาจากบริษัทไทยนั้นเล่าว่า เขาต้องการข้าวสาลีจาก อูเครนเพื่อเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เราจึงถามเขาว่า ในเมื่อคุณขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดให้เกษตรกรไทย ทำไมคุณไม่รับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรไทยเพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ของคุณเล่า?”

“เขาตอบว่าเกษตรกรไทยยังไม่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต จึงทำให้ราคาธัญพืชแพง เราก็จึงถามคนจากบริษัทไทยกลุ่มนั้นต่อว่า อ้า ที่คุณไม่ซื้อข้าวโพดชาวไร่ของไทยกลับ รัฐบาลไทยของคุณไม่ว่ากระไรหรือ?”

“เขายักไหล่ ผายมือ เหมือนกับจะบอก เขาคงจะมีวิธีดิวกับคนมีอำนาจบางกลุ่ม รัฐบาลถึงเกรงใจ บริษัทของเขาจึงสามารถทำธุรกิจที่เอาเปรียบเกษตรกรไทยได้ขนาดนี้”

ผมถามความเห็นอาจารย์นิติภูมิธณัฐถึงเรื่องนี้ ก็ได้รับคำอธิบายว่า....

“ในโลกนี้ มีหลายประเทศที่บริษัทใหญ่ใช้เงินเปรอปรนคนชั้นบนและชนชั้นกลาง เพื่อขังคนชั้นล่างเอาไว้ทำงานให้พวกตนได้รับความสะดวกสบาย พวกเขาต้องกดเกษตรกรไม่ให้ลืมตาอ้าปากได้ ในกรณีนี้ อาจจะมีการไม่ยอมขึ้นบัญชีข้าวสาลีให้เป็นสินค้าควบคุม”

“แต่ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลไทยจะกล้าฆ่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดกับมันสำปะหลัง ด้วยการยอมให้นายทุนเอาข้าวสาลีเข้าประเทศดอกครับ มีคนมาโจมตีรัฐบาลไทยให้ผมฟังเหมือนกันว่า เมื่อสองปีที่แล้ว มีบรรษัทนายทุนชาตินำเข้าข้าวสาลีเป็นจำนวนเงินมากถึงห้าหมื่นล้านบาท โดยนำมาจากอูเครน สหรัฐฯ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และบราซิล แต่ผมขอยืนยันว่า ผมไม่เชื่อ เอ้อ พวกคุณก็เหมือนกัน อย่าไปสนใจนะ อยู่อย่างนี้ดีแล้ว ปลอดภัยดีแล้ว”

คำเตือนของอาจารย์ ทำให้ใจที่โลดโผนโจนทะยานที่จะออกไปช่วยเกษตรกรไทยของผมลดลงไปเหลือศูนย์

ขณะนี้มืดแล้ว นกและแมลงหยุดร้อง

ทัศนาไปในภูมิภาพเบื้องหน้า ผมเริ่มเห็นภูเขาเป็นเงาตะคุ่ม

บางลูกอยู่ใกล้ บางลูกอยู่ไกล

หลายลูกอยู่ถัดออกไป.

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าอูเครน (1)

เปิดฟ้าอูเครน (2)

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com