วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมดเวลาฮันนีมูน

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย เสร็จสิ้นภารกิจในศึกคัดบอลโลก โซนเอเชียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สรุปผลงานในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย ทีมไทยรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่มบี ลงเล่นไปทั้งหมด 10นัด มี 2 แต้ม ยิงได้ 6 และเสียไป 24 ประตู

แต่กระนั้นเองก็ยังต้องขอชื่นชมนักเตะทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจทุ่มเทกันมาตลอด

และต้องขอสดุดี “เจ้าตี๋” สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวารจอมเก๋าเป็นพิเศษ หลังจากที่เขาตัดสินใจประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติ

“สินทวีชัย” เป็นนักเตะตัวอย่างที่น่ายกย่อง ที่ผ่านมาเจ้าตัวรับใช้ทีมชาติไทยมายาวนานเกือบ 20 ปี

ที่สำคัญเขาไม่เคยเกี่ยงงอนใดๆ ไม่ว่าจะถูกเรียกเข้ามาอยู่กับทีมในสถานะตัวจริงหรือตัวสำรองก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นผู้เล่นที่มีสปิริตนักกีฬาเต็มเปี่ยม

จากนี้ไปก็ขอให้ “ตี๋น้องรัก” โชคดีกับช่วงโค้งสุดท้ายของการค้าแข้งกับสโมสรต้นสังกัด มีพบก็ต้องมีจาก แต่เชื่อเหลือเกินว่าเขาจะอยู่ในใจแฟนบอลชาวไทยไปอีกนาน

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีแนวคิดที่จะจัดแมตช์เกียรติยศให้กับสุภาพบุรุษอย่างสินทวีชัย นักกีฬารุ่นหลังจะได้เอาเป็นแบบอย่าง เพราะทำแล้วผู้ใหญ่เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญ

กลับมาที่ทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังจากที่ “มิโลวาน ราเยวัช” กุนซือชาวเซิร์บ เข้ามารับงานเป็นเฮดโค้ชให้ “ช้างศึก” แทน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็พอจะได้เห็นความแตกต่างอยู่บ้างพอสมควร

โดยเฉพาะปรัชญาเน้นรับแล้วโต้กลับ

ราเยวัชแสดงให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือในการวางแท็กติกตั้งแต่นัดแรกที่คุมทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก จนเกือบจะทำให้เราได้ 3 แต้มประวัติศาสตร์ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ถ้าหากไม่ถูกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยิงตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแบบงงๆเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าราเยวัชก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไป และยังคงต้องปรับตัวให้เข้ากับนักเตะไทย รวมไปถึงธรรมชาติของวงการฟุตบอลไทยให้มากกว่านี้ด้วย

หลังจากนี้ทีมชาติไทยชุดใหญ่จะต้องว่างเว้นว่างจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆไปพอสมควร ในปีนี้จะมีก็คงเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่อง อย่างไรก็ตาม ผมยังอยากให้เน้นในทุกๆเกม เนื่องจากตอนนี้ทุกอย่างมีความสำคัญทั้งหมด

อันดับโลกของทีมชาติไทยจะขึ้นหรือลงก็ขึ้นอยู่กับเกมอุ่นเครื่อง “ฟีฟ่าเดย์” นี่แหละ ซึ่งโต้โผหลักคงจะหนีไม่พ้นสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่จำเป็นต้องสรรหาแมตช์อุ่นเครื่องที่มีประสิทธิภาพมาให้

ถ้าอยากให้ “ช้างศึก” อันดับขยับ (ขึ้น)

ส่วนปีหน้านี้ “มิโลวาน ราเยวัช” จะต้องเจอกับความกดดันอย่างแท้จริงเสียที “ช้างศึก” จะต้องป้องกันแชมป์ “ซูซูกิคัพ” ให้ได้แบบไม่มีข้อแม้ รวมไปถึงเกมที่ใหญ่กว่า ซึ่ง “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จัดการปูทางเอาไว้ให้อย่าง “เอเชียน คัพ” ในปี 2019 ด้วย

จากนี้หมดช่วงเวลาฮันนีมูนอย่างเป็นทางการแล้ว

เอ๊ะ...ว่าแต่ว่า สมาคมฟุตบอลฯทำสัญญากับ “ราเยวัช” แบบปีต่อปีนี่นา

เอาเป็นว่าใครที่เชียร์ก็คงต้องลุ้นการต่อสัญญาของเจ้าตัวก่อนเป็นอันดับแรก!!!

พาวเวอร์บอมบ์