วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสทช. ลดค่าธรรมเนียม หวังคนไทยใช้เน็ตถูกลง เคาะชนะประมูลเน็ตชายขอบ

กสทช. เห็นชอบลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม พร้อมทั้งลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีช่อง สปริงนิวส์ 15% หลังสัดส่วนรายการข่าวตามเกณฑ์ พร้อมรับรองรายชื่อผู้ชนะประมูลเน็ตชายขอบ

วันที่ 6 ก.ย.60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบแนวทางการทบทวนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม เป็นอัตราใหม่ที่มีการปรับลดจากอัตราเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตในราคาที่ถูกลงโดยมีการจัดเก็บตามอัตราขั้นบันไดของรายได้ ดังนี้

รายได้ 0-100 ล้านบาท คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0.125 (จากเดิมเก็บร้อยละ 0.25)
รายได้เกิน 100-500 ล้านบาท คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0.25 (จากเดิมเก็บร้อยละ 0.5)
รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0.5 (จากเดิมเก็บร้อยละ 1.0)
รายได้เกิน 1,000-5,000 ล้านบาท คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0.75 (จากเดิมรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 1.5)
รายได้เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราค่าธรรมเนียม ร้อยละ 1.5

ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. ยังเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) และให้นำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป รวมถึงให้สำนักงาน กสทช. ไปพิจารณาทบทวนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วยเช่นกัน

จากนั้น ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบการลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีของช่องสปริงนิวส์ จำนวน
2 ใบอนุญาต ได้แก่ ใบอนุญาตกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่และใบอนุญาตบริการธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ รอบบัญชี 2558 ในอัตราลดหย่อน ร้อยละ 15 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่พึงชำระ โดยสำนักงาน กสทช. ได้ตรวจสอบและวิเคราะห์แล้วพบว่าสำหรับใบอนุญาตกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่องสปริงนิวส์ มีการนำเสนอเนื้อหารายการในสัดส่วนที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนตลอดทั้งปี จำนวน 61.87%

และสำหรับใบอนุญาตบริการธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ ช่องสปริงนิวส์ ก็มีการนำเสนอเนื้อหารายการในสัดส่วนที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนตลอดทั้งปี จำนวน 61.87% เช่นกัน ซึ่งเป็นการนำเสนอเนื้อหาสาระที่มีสัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสาร หรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนตลอดทั้งปี เกินกว่าร้อยละ 50 แต่ไม่เกินร้อยละ 90 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2556 ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์สำหรับให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สามารถขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในแต่ละปีได้ตามอัตรา หลักเกณฑ์ และวิธีการตามระเบียบ

สำหรับกิจการที่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ (ประเภทบริการทางธุรกิจ) ที่มีสัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตลอดทั้งปี เกินกว่าร้อยละ 50 แต่ไม่เกินร้อยละ 90 สามารถขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละ 15 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่พึงชำระ กรณีที่มีสัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตลอดทั้งปี เกินกว่าร้อยละ 90 สามารถขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละ 50 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่พึงชำระ

สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งไม่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีสัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตลอดทั้งปี เกินกว่าร้อยละ 50 แต่ไม่เกินร้อยละ 90 สามารถขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละ 15 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่พึงชำระ กรณีที่มีสัดส่วนรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตลอดทั้งปี เกินกว่าร้อยละ 90 สามารถขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละ 75 ของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีที่พึงชำระ ส่วนช่องอื่น ๆ ที่มีการนำเสนอเนื้อหา สัดส่วนรายการเข้าระเบียบก็สามารถยื่นขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมรายปีได้เช่นกัน

นอกจากนั้นที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และรายงานจากเลขาธิการ กสทช. ที่เข้าประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งพิจารณาเรื่องโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) 3,920 หมู่บ้าน จำนวน 8 สัญญา โดยเห็นชอบผลการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน กสทช. ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.60 วงเงินงบประมาณรวม 13,614.62 ล้านบาท ประกวดราคาในวงเงินรวม 12,989.69 ล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณลงได้ 624.93 ล้านบาท และให้สำนักงาน กสทช. ร่างหนังสือตอบข้อซักถามของ สตง. ก่อน แล้วจึงดำเนินการเรื่องการลงนามในสัญญาต่อไป

โดยสัญญาแต่ละสัญญามีผู้ชนะการประกวดราคา ดังนี้
1. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 2,812,014,000 บาท

2. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 2,103,800,000 บาท

3. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 2,492,599,999 บาท

4. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ส่วนที่ 1 ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 1,868,235,000 บาท

5. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 1,889,999,927 บาท

6. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ 2) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 786,549,600 บาท

7. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 532,064,800 บาท

8. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงินรวม 504,423,740 บาท