วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมียนมาแย่แล้ว (1)

ภาพข่าวต่างๆ ที่กระจายว่อนไปเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและกองทัพเมียนมากับโรฮีนจา โดยเฉพาะกับกองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกันหรืออาร์ซา วันนี้มีของปลอมเยอะครับ ภาพปลอมเสียงปลอมข่าวปลอมถูกปล่อยมาจากทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทั้งรู้และไม่รู้ ทำให้เมียนมาตกที่นั่งลำบากอย่างมากในสายตาของประชาคมโลก

สมัยก่อนตอนที่ปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหารยังเป็นแค่เรื่องภายในประเทศของตนเอง แต่วันนี้ หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงออกมาเล่นงานเมียนมาและสื่อต่างๆก็ออกมาแพร่ขยายกระจายคำพูดเหล่านั้น แพร่ออกไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่ว่าภาพจะออกมาแบบใด ก็ส่งผลเสียให้รัฐบาลเมียนมาทั้งขึ้นทั้งล่อง

คนเมียนมาในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธต่างโมโหรัฐบาลเมียนมาที่ปล่อยให้โรฮีนจาฆ่าชาวพุทธเมียนมา เพราะในมือถือของแต่ละคนได้รับเรื่องราวความขัดแย้งในพื้นที่ซึ่งเป็นภาพที่คนพุทธถูกตัดแขน ตัดขา ถูกฆ่า ถูกข่มขืน ฯลฯ

ส่วนภาพที่โรฮีนจาถูกฆ่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเมียนมาทำร้ายก็แพร่ไปสู่โลกภายนอก สร้างความโกรธแค้นไม่ใช่เฉพาะกับมุสลิมเท่านั้น แม้แต่คนทั่วไปก็โกรธที่เห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศหนึ่งทำร้ายมนุษย์ด้วยกันอย่างรุนแรง ทั้งที่มนุษย์เหล่านี้ ก็เกิดในแผ่นดินเมียนมา อยู่ในเมียนมากันมาหลายชั่วอายุคน รัฐบาลเมียนมาน่าจะยอมรับให้เป็นพลเมืองและให้ความช่วยเหลือ พัฒนาชาวโรฮีนจาจากยะไข่เหล่านี้ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศตนเอง แต่ภาพที่ออกมาทางโซเชียลมีเดียกลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม

เทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถบิดเบือนภาพและเสียงได้ตามใจต้องการ เรื่องความขัดแย้งในยะไข่ ต่างฝ่ายต่างปล่อยภาพและเสียงของตนออกมาเพื่อให้เกิดความเกลียดชังฝ่ายตรงข้าม

คนจำนวนไม่น้อยทวีตภาพผู้หญิงที่กำลังโศกเศร้ากับศพผู้ชายที่ผูกติดกับต้นไม้ ภาพนี้ถูกส่งต่อกันว่าเป็นเรื่องในรัฐยะไข่ แต่แท้ที่จริงภาพนี้เกิดขึ้นที่อาเจะห์ อินโดนีเซีย พ.ศ. 2546 หรือภาพของเด็ก 2 คนที่กำลังร้องไห้ใกล้กับศพของแม่ ซึ่งสะเทือนใจมาก เชื่อว่าอารมณ์แรกที่เห็นภาพ ทุกคนก็คงจะมี ความรู้สึกโกรธรัฐบาลเมียนมา ทว่า ภาพนั้นกลับเป็นภาพถ่ายที่รวันดาเมื่อ พ.ศ.2537 โดยนายอัลเบิร์ต ฟาเซลลี จากซิปา และเป็นหนึ่งในภาพชุดที่ชนะรางวัลเวิลด์เพรสอวอร์ด

ปลายเดือนสิงหาคม 2560 นายเมห์เหม็ด ซิมเซก รองนายกรัฐมนตรีตุรกี ทวีตภาพ 4 ภาพ เป็นภาพศพจำนวนนับร้อยที่ขึ้นอืดนอนเรียงรายกันเป็นแถว รองนายกฯเมห์เหม็ดเรียกร้อง ให้ประชาคมโลกหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ภาพที่นายเมห์เหม็ดทวีตถูกทวีตซ้ำเป็นพันๆครั้ง สร้างความโกรธแค้นให้กับคนทั้งโลก แต่ในความเป็นจริง ภาพที่รองนายกฯตุรกีทวีตดันเป็นภาพของคนเมียนมาที่ตายจากพายุไซโคลนนากิสซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2551 อ้าว แล้วความเกลียดชังที่เกิดขึ้นใครจะเป็นคนรับผิดชอบ นี่ขนาดรองนายกรัฐมนตรีของประเทศใหญ่ ยังกล้าโพสต์ภาพที่ผิดไปจากความเป็นจริง แล้วไอ้ปื๊ดอีเปี๊ยกลูกเจ้น้องก้นซอยสองเล่าครับ จะโพสต์ภาพที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้กันมากขนาดไหน

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากการใช้ภาพทางโซเชียลมีเดียเพื่อปั่นหัวคนให้ทะเลาะกันมากขึ้น ต้องขอบคุณบีบีซีและโจนาธาน เฮด ที่แกะรอยภาพปลอมเหล่านี้เผยแพร่ให้เราได้ทราบ

สังคมเมียนมาเองก็มีการปลอมภาพว่าคนเมียนมาพุทธโดนทำร้ายจากโรฮีนจาแล้วก็ส่งต่อกันจนเกิดความโกรธแค้นขึ้นในใจของคนเมียนมาที่อยู่ทั้งในและนอกประเทศ อย่างเช่นภาพจากบังกลาเทศ ใน พ.ศ.2514 ซึ่งถูกส่งต่อไปในสังคมออนไลน์จนทำให้เข้าใจเพี้ยนไปกลายเป็นว่าชาวโรฮีนจาในเมียนมาเป็นกลุ่มก่อการร้าย

เรื่องนี้เหมือนกับสถานการณ์ในติมอร์ก่อนที่จะมีการแยกประเทศ ที่วันดีคืนดีก็มีมือมืดไปเผาโบสถ์คริสต์ อีก 2 วันต่อมา ก็มีมือมืดไปเผาสุเหร่ามุสลิม หลังจากนั้นก็มีการเข่นฆ่ากันด้วยความโกรธแค้นจนติมอร์ตะวันออกอยู่กับอินโดนีเซียไม่ได้ ต้องแยกประเทศออกมาในที่สุด.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com