วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

(ถ้า) ไม่ชัดก็เดินหน้าลำบาก

ความเคลือบแคลงสงสัยต่อการเสียชีวิตของวัยรุ่น 2 คนในสงครามปราบยาเสพติด อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายที่เป็นเครื่องหมาย การค้าของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ ก็เป็นได้

เพราะทั้ง 2 กรณีเป็นการตายอย่างค้านสายตาของสังคม

เหยื่อสงครามปราบยาเสพติดคือ นายคาร์ล แองเจโล อาร์เนซ วัย 19 ปี ถูกตำรวจกล่าวหาใช้ปืนปล้นคนขับแท็กซี่และถูกสังหารขณะยิงปะทะกับตำรวจบริเวณย่านคาลูกัน ชานกรุงมะนิลา เมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.

พ่อแม่เพิ่งมารู้ว่าเขาเสียชีวิตก็ตอนพบเป็นศพที่โรงเก็บศพเมื่อวันที่ 28 ส.ค. หลังหายตัวไปเมื่อ 10 วันก่อนพร้อม ด.ช.วัย 14 ปีอีก 1 คน ที่ยังสูญหายอยู่ และเข้าร้องเรียนเจ้าหน้าที่เพราะไม่เชื่อฝ่ายตำรวจ

ผลชันสูตรต่อมายิ่งยืนยันชัดว่าตำรวจพูดความจริงไม่หมด เพราะพบร่องรอยเขาถูกจับทรมานและถูกยิงขณะยังใส่กุญแจมือ และวิถีกระสุนยังพบด้วยว่าเขาถูกจ่อยิงขณะนั่งคุกเข่า

คืนก่อนหน้านี้หรือคืนวันที่ 16 ส.ค. เพิ่งเกิดเหตุคล้ายกันและย่านเดียวกัน นาย เคียน ลอยด์ เดโลส ซานโตส อายุ 17 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ

พยานบอกว่าเขาถูกตำรวจนอกเครื่องแบบลากไปจ่อยิงทิ้งที่จุดที่ทิ้งขยะแล้วลากศพไปไว้ที่คอกหมูใกล้ๆ แต่ตำรวจอ้างว่านายซานโตส มีอาวุธ จึงต้องยิงเขาก่อนเพื่อป้องกันตัว

พอเรื่องนี้แดง! ฝูงชนได้เดินขบวนประท้วงการกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจ และต่อต้านสงครามปราบยาเสพติดของนายดูเตร์เต ผู้นำที่ประกาศย้ำบ่อยครั้งว่าจะสนับสนุนตำรวจที่ยิงผู้ค้ายาเสพติดทุกคน

กลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้องการตายของนายซานโตส กำลังถูกสอบคดีอาญาฐานเจตนาฆ่าและจัดฉากอำพรางคดีเช่นเดียวกับกลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการตายของนายอาร์เนซ

ถ้าผลสอบใน 2 กรณีพบว่าตำรวจจัดฉากอำพรางคดี นายดูเตร์เตในฐานะผู้ถือธงนำทำสงครามปราบยาเสพติดจะปรับท่าทีหรือไม่หรือจะฝืนเดินหน้าต่อแบบไม่สนเสียงครหาของสังคม เป็นเรื่องน่าสนใจยิ่ง.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์