วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กจบใหม่ชอบอาชีพอิสระ แนะเร่งไทยแลนด์ 4.0 รองรับกลุ่มฮิปสเตอร์

สศช. เผยไตรมาส 2 เด็กจบใหม่ใช้เวลาตัดสินใจทำงานมากขึ้น ชอบเลือกงาน และลองทำอาชีพอิสระตามวิถีฮิปสเตอร์ แนะเร่งเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลให้เด็กรุ่นใหม่

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 2 ปี 60 ว่า อัตราการว่างงานในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.2% มีจำนวนผู้ว่างงาน 470,000 คน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 1.1% โดยพบว่า ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน สูงขึ้น 24.1% เพราะเป็นช่วงจบการศึกษาและแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะผู้ที่จบระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีสัดส่วน 39% มักจะไม่ตัดสินใจทำงานทันที แต่จะรอดูหลังจากเรียนจบ 2-3 ไตรมาสก่อนสมัครงาน และเลือกงานมากขึ้น อีกส่วนเป็นเพราะคุณสมบัติของแรงงานและวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับความต้องการของตลาด

“ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลง โดยเด็กที่จบระดับอุดมศึกษาซึ่งไม่เคยทำงานมาก่อน จะใช้เวลาหางานมากกว่าเดิม ในปี 56 เด็กจบใหม่ระดับอุดมศึกษาว่างงาน 140,000 คน เพิ่มเป็น 180,000 คนในปี 59 และ 220,000 คนในปี 60 จากสาเหตุ 2 ด้านคือ นายจ้าง ตลาดแรงงานนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงานในหลายส่วน ทำให้การจ้างงานบางประเภทลดลงหรือไม่จ้างงาน ส่งผลให้การจ้างงานโดยรวมลดลง อีกด้านเป็นเพราะผู้จบใหม่เลือกงาน และชอบลองทำงานอิสระมากกว่าเดิม ชอบใช้ชีวิตสไตล์ฮิปสเตอร์ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามาช่วยให้มีความสามารถทำงานอิสระ หรือธุรกิจใหม่ๆได้มากขึ้น ดังนั้น ต้องเร่งนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลตามมา”

สำหรับครึ่งหลังของปี 60 มีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ เกษตรกรมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรที่อ่อนตัวลง และผลจากปัญหาอุทกภัยช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา และยังคาดการณ์ว่าตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. อาจเกิดพายุที่มีโอกาสเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทยตอนบน และเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นช่วงเพาะปลูกข้าวนาปี อาจส่งผลต่อกิจกรรมการทำการเกษตรและการจ้างงานภาคเกษตรได้

นอกจากนี้ ต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และยกระดับผลิตภาพแรงงาน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการแรงงาน ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตและบริการมากขึ้น อาจทำให้รูปแบบและความต้องการจ้างงานเปลี่ยนไป เช่น การจ้างงานแบบสัญญาจ้างที่มีระยะเวลา ความต้องการแรงงานที่ทำงานได้หลายหน้าที่ แรงงานที่มีทักษะทั้งด้านเทคนิคและด้านอารมณ์ ดังนั้น แรงงานต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมในทักษะด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) พบว่า ไตรมาสแรกปี 60 กลุ่มคนเจนวาย หรืออายุ 22-35 ปี จำนวน 5.24 ล้านคน มีหนี้รวมกัน 2.13 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 29 ปี มีหนี้สินต่อคนอยู่ที่ 150,000 บาท ในจำนวนนี้ 20% เป็นหนี้เสีย เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามการเติบโตของสังคมเมือง ส่งผลให้มีพฤติกรรมใช้ง่าย จ่ายคล่อง ตัดสินใจเร็ว และยังเข้าถึงสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลได้ง่าย.