บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯ ลุยสางปัญหาที่ดิน อุทยานฯทับลาน เพื่อความยุติธรรมทุกฝ่าย

กรมอุทยานฯ ลุย อุทยานฯทับลาน สางปัญหาที่ดินเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย แบ่งเป็น 3 กลุ่มปัญหาตั้งแต่พื้นที่ทับซ้อนกับ ส.ป.ก. พื้นที่รัฐจัดให้และราษฎรอาศัยตามมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 ส่ง 48 ทีมเอ็กซเรย์สำรวจข้อมูลพื้นที่การถือครองก่อนสิ้นเดือน ส.ค.ได้ 15,000 แปลง กว่าแสนไร่

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯได้จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาที่ดินอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรีและนครราชสีมา มีนายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็น ผอ.ศูนย์ เพื่อจัดทำแผนปฎิบัติการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตอุทยานฯ ทับลาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยุติธรรมกับทุกฝ่าย

โดยเบื้องต้น แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน พื้นที่อุทยานฯ ทับลาน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนระหว่างอุทยานฯ ทับลาน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี และ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 58,582 ไร่ ให้หารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งผลการพิจารณาคาดว่า จะออกมา 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตร กรรม (ส.ป.ก.) มีอำนาจหน้าที่ตามเขตปฏิรูปที่ดิน กรมอุทยานฯ จะพิจารณาเสนอเพิกถอนพื้นที่

แนวทางที่ 2 ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน จะพิจารณาดำเนินการต่อราษฎรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 และแนวทางที่ 3 ให้กรมอุทยานฯ และ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายทั้ง 2 หน่วยงาน จะร่วมกัน เพื่อตรวจสอบ และจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และเงื่อนไขที่กำหนด

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า สำหรับ กลุ่มที่ 2 พื้นที่เดิมที่หน่วยงานของรัฐจัดสรรที่ดินให้ราษฎรที่อยู่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามโครงการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎร เพื่อเกษตรกรผู้ยากไร้ (คจก.) การรับรองสิทธิ์ทำกิน (สทก.) โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง (พมพ.) และโครงการพัฒนาป่าเสิงสาง-ครบุรี ท้องที่ อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2521 และโครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขาทับลาน 1 และ 2 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโครงการของรัฐซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนที่จะประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เห็นควรให้ใช้ มติ ค.ร.ม. 30 มิ.ย. 2541 เข้าดำเนินการพร้อมทั้งปรับปรุงเงื่อนไขท้ายมติ ค.ร.ม. 30 มิ.ย. 2541 ในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยกรมอุทยานฯ จะได้เร่งสำรวจพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในสินเดือน ก.ย.นี้ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

นายธัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่ม 3 ราษฎรที่อยู่อาศัย/ทำกินในเขตอุทยานฯทับลาน และปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 เห็นควรพิจารณาแก้ไขหรือเพิ่มเติมเงื่อนไขท้ายมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 ให้สามารถยืดหยุ่นตามสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยให้ราษฎรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบต่างๆ ที่จะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่เหล่านี้ เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน และราษฎรในพื้นที่ ทั้งนี้ ต้องกำหนดให้อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีหัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน เป็นคณะกรรมการ และเลขานุการ และให้มีการตรวจสอบติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยความเข้มข้น สามารถตอบสนองต่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนตลอดไป ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต้องเป็นไปอย่างรัดกุมรอบคอบและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ด้าน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 1(ปราจีนบุรี) และ สบอ.ที่ 7 (นครราชสีมา) แบ่งเป็น 48 ชุดๆ ละ 8 คน เพื่อสำรวจข้อมูลและประชาชนสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ คาดว่า จะได้ข้อมูลรายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน ประมาณ​ 15,000 แปลง เนื้อที่กว่า 1 แสนไร่ ใน อ.เสิงสาง และอ.ครบุรี ก่อนสิ้นเดือน ส.ค.นี้