บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักอาฆาต! สรุปม้วนเดียวจบ ‘อุ้มน้องพลอย’ 3 ปีที่รอคอย รักซ้อน ฆ่าสิ้น หนีตาย

รักนี้ต้องอาฆาต...สรุปคดีอุ้มฆ่า 'น้องพลอย' สิ้นสุด 3 ปีที่แม่รอคอย 

- 21 พ.ค. 2557 (3 ปีที่แล้ว) น.ส.พลอยรินทร์ หรือ น้องพลอย ผลิผล อายุ 28 ปี หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

- นางพัชรี ปั้นทอง ผู้เป็นแม่ บอกเล่าว่า ก่อนหายตัวไป น.ส.พลอยรินทร์ ได้ส่งข้อความมาทางไลน์ว่า ให้เตรียมอาหารให้ ผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่เห็นมา ทักไลน์ และโทรหาลูกก็ไม่รับ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.ท่าเรือ

- โดยผู้เป็นแม่มั่นใจว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นอดีตทหารนายหนึ่ง(ยศสิบเอก แต่ถูกให้ออกราชการตั้งแต่ปี 2557)ซึ่งเป็นอดีตแฟน และมีพ่อเป็นนายทหารยศใหญ่ ซึ่งลูกสาวจับได้ว่า อดีตทหารที่ตนคบหา มีภรรยาและลูกอยู่แล้ว ลูกสาวจึงขอเลิก แต่ฝ่ายชายกลับไม่ยอมพร้อมกล่าวอาฆาต

- โดยแฟนเก่า หรืออดีตทหารนายนี้ เคยส่งข้อความอาฆาตลูกสาวว่า หากเลิกจะทำร้ายร่างกาย ต่อมาไม่นานน้องพลอยก็ถูกอุ้มหายไป

- หลังจากเกิดเหตุ ครอบครัวของน้องพลอยได้เข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าตลอดระยะเวลาหลายปี ทางครอบครัวจึงเดินหน้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน

- เมื่อวันที่ 12 ส.ค. หรือในวันแม่ที่ผ่านมา ผู้เป็นแม่ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐว่า “หลังจากเฝ้ารอคอยลูกสาวมานานกว่า 3 ปีแล้ว ยังมั่นใจว่าลูกสาวน่าจะยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะไม่ทราบความเคลื่อนไหว หรือได้รับการติดต่อจากลูกสาว และแม่ก็ส่งข้อความหาลูกทุกวันแม้ว่าลูกจะไม่ตอบ”

- 12 ส.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 50 นาย ปิดล้อมจับกุมตัว นายพลกฤต วิเศษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหารจังหวัดสระบุรี ที่ก่อเหตุอุ้ม น้องพลอย หลังสืบทราบว่าได้หลบหนีมาอาศัยอยู่กับแฟนสาวคนใหม่ ในพื้นที่บ้านหนองไม้ไผ่ ต.หนองไม้ไผ่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา

- ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมในช่วงเย็น ผู้ต้องหาไหวตัวทันได้วิ่งหนีกระโดดออกหน้าต่างหลังบ้าน เข้าไปในไร่ติดกับป่ามันสำปะหลัง และป่าอ้อย เป็นพื้นที่กว้างกว่า 100 ไร่ หายตัวในความมืด ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานทหารให้ช่วยนำสุนัขทหารเข้าร่วมค้นหาข้ามคืน 

- จากการสอบถามญาติ ทราบว่าผู้ต้องหาไม่ใช่คนในพื้นที่ ซึ่งในระหว่างที่วิ่งหลบหนียังใส่กางเกงขาสั้น และถอดเสื้อยืดสีแดงที่ใส่อยู่ทิ้งไว้ในป่ามัน จึงเชื่อว่าน่าจะยังหลบหนีไปได้ไม่ไกล เนื่องจากไม่ชำนาญเส้นทาง

- ขณะที่ นางชุติกานต์ อุทัยอ่วม ภรรยาคนปัจจุบันของนายพลกฤต กล่าวว่า อยู่กินมาได้ประมาณ 3 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 2 ขวบ สามีไม่เคยบอกว่าทำงานอะไร แต่จะออกจากบ้าน 2-3 เดือนจะกลับมาสักครั้ง อยู่ไม่กี่วันก็บอกว่าจะไปทำงานอีก ซึ่งปกติสามีเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห จึงไม่กล้าถามอะไรมาก ส่วนเรื่องที่มีคดีกับน้องพลอย ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพิ่งจะมาทราบเรื่องจากตำรวจ 

- จนกระทั่งเย็นวันที่ 12 ส.ค. หลังค้นหามา 1 วันเต็มๆ โดยช่วงหลังให้เฮลิคอปเตอร์ช่วยบินค้นหา แต่ยังไม่พบผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ต่างหมดเรี่ยวหมดแรงไปตามๆ กัน เนื่องจากอากาศช่วงกลางวันร้อนมาก

- 13 ส.ค. 60 ในช่วงบ่าย นายพลกฤต ได้ให้ทางญาติติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยให้ทางญาติติดต่อกับผู้นำท้องถิ่น ประสานเจ้าหน้าที่ทหารที่รักษาความสงบในพื้นที่ โดยขอให้กำลังตำรวจทั้งหมดที่เฝ้าอยู่ในพื้นที่ ถอนกำลังออกให้หมด เพราะเกรงจะได้รับอันตราย

- กระทั่งกำลังตำรวจที่เฝ้าปิดล้อมได้ถอนกำลังกลับออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวหมดแล้ว ต่อมา ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้เดินทางมารับมอบตัวบริเวณบ้านพักหลังดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันเดียวกัน

- เวลาประมาณ 17.30 น. พ.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บังคับการกรมทหารราบ ที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เปิดเผยว่า จากการร่วมสอบปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้น นายพลกฤต ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้พาตัวน้องพลอยไปจริง และได้ลงมือฆ่าน้องพลอยไปแล้ว ก่อนจะนำศพไปทิ้งในพื้นที่อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี และได้นำตัว นายพลกฤต ขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ เดินทางออกจากกองพันทหารราบที่ 23 มุ่งหน้าไปที่ จ.สระบุรี เพื่อไปชี้จุดที่ทิ้งศพน้องพลอย

- โดยก่อนหน้านี้ ทนายรณณรงค์ แก้วเพชร ผู้ช่วยเหลือด้านคดีความแม่ของน้องพลอย ระบุว่า นายพลกฤตได้ศัลยกรรมใบหน้าใหม่ด้วย

- 13 ส.ค. เวลาประมาณ 19.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบศพน้องพลอยแล้ว และมีร่องรอยของการเผา

- จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายพลกฤตให้การรับสารภาพอ้างว่า ลักพาตัวหรือน้องพลอย อดีตแฟนสาวไปจริง โดยไปดักอุ้มน้องพลอยหลังจากเลิกงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง จากนั้นนำตัวไปกักขังไว้เพื่อทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อย เตะ กระทืบจนน้องพลอยเสียชีวิตเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะความหึงหวงเนื่องจากน้องพลอยพยายามตีตัวออกห่างและส่งไลน์มาบอกเลิกหลังรู้ว่าตนมีภรรยาและครอบครัวแล้ว ก่อนนำศพไปเผาทิ้งในพื้นที่ป่ารกร้าง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี.