วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' แนะ กรธ.ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ อย่าเสพติดอำนาจ ยึดอัตตาร่าง ก.ม.

"นิพิฏฐ์" ยกโพลสวน กรธ.ออกกฎหมายย้อนแย้งหลักการ จวกยับออกกติกาบอนไซพรรคการเมือง เหน็บเจ็บพ้นจาก กรธ.อย่าเผลอใส่ชุดพรางไปสอนหนังสือ

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่คัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะกำหนดในกฎหมายให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบต่างเบอร์ต่างเขต แม้อยู่พรรคเดียวกันแทนแบบเดิม แบบเขตเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ว่า ตนกังวลว่าหาก กรธ.ยังยึดความเห็นของตัวเองเป็นหลัก จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อีกทั้งจะทำให้พรรคการเมืองหาเสียงยาก เช่น กรณีหัวหน้าพรรคการเมืองไปปราศรัย หรือขึ้นเวทีดีเบตแต่ละพื้นที่ สื่อมาลงข่าวต่างเขตก็ต่างเบอร์ชาวบ้านจะสับสนไปกันใหญ่ ที่สำคัญคือตามหลักการระบอบประชาธิปไตยการปรับปรุงหรือร่างกฎหมายที่จะบังคับใช้ เมื่อประเทศไทยเราเลือกที่จะกำหนดให้ผู้สมัครลงเลือกตั้งจะต้องสังกัดพรรคการเมือง หรือต้องมีพรรคสังกัด ไม่สามารถลงสมัครแบบอิสระได้ แสดงถึงแนวคิดของระบบแล้วว่า ประเทศไทยเน้นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมือง เพื่อให้เป็นสถาบันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่ใช่สร้างความเข้มแข็งโดยยึดตัวบุคคลเป็นหลัก แต่การร่างกฎหมายของ กรธ.ในกรณีนี้ถือเป็นการร่างกฎหมายที่ย้อนแย้งหรือขัดแย้งในตัวเอง

"เมื่อเราเลือกที่จะให้ผู้สมัคร ส.ส.ต้องมีพรรคสังกัด ไม่มีผู้สมัครอิสระ หมายความว่าเราจะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้พรรคการเมือง ต้องออกนโยบายที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่การออกแบบโดยการร่างกฎหมายเช่นนี้ เป็นการบั่นทอน หรือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลงจากเดิม โดยมุ่งสร้างความสำคัญให้ตัวบุคคล ซ้ำยังสร้างความแตกแยกภายในพรรค ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบ เมื่อพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง ประชาธิปไตยของชาติเราก็ไม่เข้มแข็ง ผมอยากฟังคำชี้แจงของ กรธ.เช่นกันว่า เมื่อผลโพลสะท้อนความเห็นของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ว่า ไม่เอากับแนวคิดนี้ของ กรธ.เขาจะชี้แจงสังคมอย่างไร ทำไมไม่ยึดเอาความสะดวกและความเข้าใจ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก ที่บอกว่าจะเอาแบบเดิม คือ เขตเดียวเบอร์เดียว เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ จะรับรองได้ว่า ระบบที่ กรธ.เลือกจะสามารถป้องกันการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งได้ดีกว่าแบบเดิม ไม่ใช่ปากบอกว่ารับฟัง แต่ปักธงล่วงหน้าไว้แล้วว่าหัดเป็นคนแพ้บ้าง ไม่ใช่ชนะทุกครั้ง ที่สุดมันจะเป็นเผด็จการจนเกินไป จะมีผลเสียหายตามมา" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนจะไม่เสนอความติดเห็นใดๆ ต่อ กรธ.แล้ว เพราะเขาตั้งธงมาอย่างนี้แล้ว จะร่างกติกาออกมาอย่างไรก็ขอให้ออกมา แต่อย่าให้ถึงขนาดกำหนดให้ต้องตีลังกาเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะตนอายุมากแล้ว คงตีลังกาเข้าไปเลือกตั้งไม่ไหว ขอฝากถึง กรธ.ว่า ถ้าท่านออกแบบกฎหมายมาดีก็จะได้รับการจารึกชื่อในแผ่นทองคำ แต่ถ้าออกแบบมาแล้วยังล้มเหลว ก็ไม่รู้ว่าจะจารึกชื่อไว้ที่ไหน เพราะอาจจะมีการชำระประวัติศาสตร์ในอนาคต และยังมีความเป็นห่วง กรธ.เพราะมีหลายคนที่เป็นนักวิชาการ เป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย หากยังยึดอัตตา ยึดแนวคิดตัวเองเป็นหลัก เมื่อพ้นหน้าที่ กรธ.ไปแล้ว อาจติดนิสัยใส่ลุดลายพรางสวมท็อปบูทไปสอนหนังสือเด็ก ดังนั้น เมื่ออยู่ในอำนาจก็อย่าเสพติดติดอำนาจ อยากให้มหาวิทยาลัยและนักศึกษาบอยคอตคนเหล่านี้ เพื่อสร้างบทเรียนให้คนที่เป็นเผด็จการทางความคิด ที่ไม่รับฟังเสียงส่วนใหญ่ของสังคม