วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเพิ่งมโนไปไกล! ผอ.โรงพยาบาลดัง แจงภาพชายชรานอนพื้น ไม่มีใครทำร้าย

อย่าเพิ่งมโนไปไกล! ผอ.โรงพยาบาลดัง แจง ชายชรานอนพื้น ไม่มีใครทำร้าย และป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ไร้ญาติขาดมิตร หมดกำลังใจจะอยู่ต่อ หลังชาวเน็ตโพสต์ภาพผู้ป่วยนอนหมอบกับพื้น ระบุพยาบาลตบตี

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ตั้งคำถามกับโรงพยาบาลรัฐชื่อดังใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยระบุข้อความว่า ลุงแกเปนคนป่วยมีแผลเลือดไหลออกมาก แกไม่มีแรงเดินต้องใช้ไม้เท้า ผมเข้าอยู่ห้องน้ำข้างๆ ได้ยินเสียงผู้คุมลากนักโทษมาอาบน้ำ เอ้าถอดสิแพมเพิร์ส เสียงตีคน..คนไข้ร้อง..จนผมอาบน้ำเสร็จ ..ออกมาภาพทีผมเห็นลุงแกนอนอยู่กับพื้น โดยมีรอยเลือดหยดอยู่กับพื้นเต็มไปหมด...เดินเอ้าเดิน พร้อมเสียงลุงโดนตี โอ๊ยๆๆ. เสียงร้องของลุง เลือดจากแผลก็ไหลนองพื้น..ลุกเอ้าลุกพร้อมเสียงตี...โอ๊ยๆ (เสียงร้องลั่น) พร้อมกับนอนหมอบไปกับพื้น ลุงหมดแรง..เอ้าอยากนอนก็นอนไป..ภาพที่เห็น..รอยเลือดผมถ่ายไม่ทัน......ที่นี่คือโรงพยาบาลหรือคุกกันแน่....อยากฝากถึงผู้เกี่ยวข้องของการกระทำของเจ้าหน้าที่..พวกคุณมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า ...คำว่าจรรยาบรรณ..มันคงใช่ไม่ได้กับพวกคุณ" พร้อมโพสต์ภาพผู้ป่วยเป็นชายชรารายหนึ่งนอนหมอบอยู่กับพื้น ซึ่งมีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในด้านลบเกี่ยวกับโรงพยาบาลดังกล่าว และแชร์โพสดังกล่าวกันไปเป็นจำนวนมาก.

ล่าสุด นพ.ณรงค์ศักดิ์ เอกวัฒนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางละมุง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายชราสูงอายุ ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย สภาพจิตใจย่ำแย่ หมดอะไรตายอยาก ไม่มีญาติมาดูแล มีเพียงญาติผู้ป่วยรายอื่น และเจ้าหน้าที่คอยดูแลเท่านั้น ในวันเกิดเหตุผู้ป่วยรายนี้ได้ปัสสาวะจนล้นผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่

ทั้งนี้ พยาบาลจึงต้องพาผู้ป่วยไปอาบน้ำล้างตัว ด้วยความที่ผู้ป่วยจิตใจย่ำแย่จึงไม่อยากจะทำอะไร เจ้าหน้าที่พยาบาลก็มีการดุบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นลงไม่ลงมือ หลังจากส่งผู้ป่วยเข้าห้องน้ำแล้ว พยาบาลได้ไปทำหน้าที่อื่นๆ ก่อนกลับมาดูในห้องน้ำ จึงพบว่าผู้ป่วยนอนอยู่กับพื้นหน้าห้องน้ำ จึงมีการดุตักเตือนผู้ป่วยอีกครั้ง ส่วนรอยเลือดนั้น เกิดขึ้นจากแผลของผู้ป่วยบริเวณโคนขา ไม่ได้เกิดจากการถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีผู้นำรูปผู้ป่วยไปโพสต์

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลได้ชี้แจ้งไปยังผู้โพสต์แล้ว ซึ่งผู้โพสต์เองก็ยอมรับว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะได้ทำการชี้แจงไปยังหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป.