บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กทม.-ภาคกลาง ฝนหนัก13-18ส.ค.

อุตุเตือนให้ระวัง ‘อ่างทอง’น้ำเพิ่ม

น้ำกาฬสินธุ์คลี่คลายหลังสูบน้ำออกจากพื้นที่แถมน้ำชีเริ่มลดลง เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์ลดการระบายนํ้าพื้นที่ 5 อำเภอยังได้รับผลกระทบจากนํ้าท่วมขัง ส่วนน้ำมูลเพิ่มระดับขึ้นเพราะรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้พื้นที่ติดริมน้ำยังอ่วม ขณะที่กรมอุตุฯเตือนช่วงวันที่ 13-18 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักในภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังฝนหยุดตกหลายวัน โดยผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์วันที่ 12 ส.ค.ว่า ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จังหวัดสั่งเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่หลังระดับน้ำชีเริ่มลดลง เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์ลดการระบายน้ำ สอบถามนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ปัจจัยหนึ่งที่ให้ระดับน้ำในพื้นที่ลดลงช้าเพราะเขื่อนอุบลรัตน์ของ กฟผ.ที่ จ.ขอนแก่น ระบายน้ำลงมาเติมในลำน้ำชีทำให้ จ.กาฬสินธุ์ ระบายน้ำลงน้ำชีไม่ได้เพราะน้ำชีหนุนสูง ด้วยเหตุนี้ได้ทำหนังสือขอให้เขื่อนอุบลรัตน์ ลดการระบายน้ำลง ซึ่งเขื่อนอุบลรัตน์ได้ยอมลดปริมาณการระบายน้ำจากเดิมวันละ 15.5 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 12 ล้าน ลบ.ม.และจะลดลงอีกวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ สำหรับภาพรวมพื้นที่ได้รับผลกระทบยังมี 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง ยางตลาด ฆ้องชัย กมลาไสย และร่องคำ

ที่วัดโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยนายเจษฎา จันทร์อุไร ผอ.สำนักพัฒนาฝีมือแรงงานกาฬสินธุ์ นายคารม คำพิฑูรย์ นอภ.ฆ้องชัย พ.ต.อ.ศักดินันท์ มูลมณี ผกก.สภ.ฆ้องชัยและคณะนำถุงยังชีพไปแจกผู้ประสบภัยน้ำท่วมบ้านโนนศิลาเลิงที่อพยพมาอาศัยอยู่วัดโนนศิลาเลิงนานกว่า 3 สัปดาห์ พร้อมกันนี้ได้นำช่างจากศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชันบ้านดอนแคนเคลื่อนที่ไปถ่ายทอดวิชาความรู้ วิชาชีพช่างและอาชีพทำมาหากินให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย

ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม พ.อ.ชวลิต พบจันอัด ผบ.นพค. 22 นำกำลังทหารร่วมกับข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูตลาดสดเทศบาลตำบลนาแกหลังถูกน้ำท่วมนานถึง 2 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกับลำน้ำก่ำที่ไหลระบายมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ภายหลังน้ำลดลงจึงได้ระดมทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาฟื้นฟู สำหรับพื้นที่ อ.นาแก คาดว่ามีพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 แสนไร่

ด้าน จ.อุบลราชธานี ระดับแม่น้ำมูลที่รับน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องโดยที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย เมื่อเช้าวันเดียวกันวัดได้ 113.01 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ล้นตลิ่งฝั่งขวาพื้นที่ อ.วารินชำราบ 1.01 ซม. โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 ซม. ทำให้บ้านเรือนติดริมน้ำยังถูกน้ำท่วมขังเป็นบางแห่ง ขณะที่ น.อ.ฐานันดร์ ทิพเวส ผบ.กองบิน 21 พร้อมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกำลังทหาร กองบิน 21 นำถุงยังชีพจากกองทัพอากาศลงเรือท้องแบนไปแจกผู้ประสบภัยที่ชุมชนวังสว่าง เขตเทศบาลนครอุบลราชธานีที่ถูกน้ำท่วมบ้านนานกว่า 1 สัปดาห์ หากผู้ประสบอุทกภัยต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4524-3090 ต่อ 4 3232

ส่วนที่ศูนย์อพยพบ่อบำบัดน้ำเสีย ชุมชนท่าบ้งมั่ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีและเจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อนำคณะสงฆ์ (ธรรมยุต) และคณะญาติธรรมชาวจังหวัดอุบลราชธานีนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคและถังสังฆทานที่ได้จากการทำบุญ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม และไข่ไก่มอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายในศูนย์อย่างทั่วถึง

สำหรับ จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นวันละกว่า 10 ซม. เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้เพิ่มการระบายน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำที่อยู่ท้ายเขื่อนและเป็นการพร่องน้ำรองรับกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากทางภาคเหนือ ล่าสุดวัดที่สถานีวัดระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,292 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 6.55 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร ในขณะเดียวกันฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีน้ำท่วมนาข้าวหลายแห่งประกอบกับน้ำในคลองลำท่าแดงยังเอ่อล้นเข้าท่วมจนต้นข้าวจมน้ำเกือบมิดรวงและที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือนที่อยู่นอกเขตคันกั้นน้ำถูกน้ำท่วมขัง

ที่เกาะหลีเป๊ะ หมู่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล แหล่งท่องเที่ยวสำคัญติดอันดับโลกถูกน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ หลังฝนตกหนักติดต่อกัน อาทิ ชุมชนหลังโรงเรียน ชุมชนชาวเล และชุมชนอื่นๆทำให้บ้านเรือนชาวเลและร้านค้าต่างๆจมอยู่ใต้น้ำ ต่อมา พ.ต.ท.ชาญวิทย์ ศรีหร่าย สว.หน. สภ.เกาะหลีเป๊ะ นำกำลังช่วยขนย้ายสิ่งของชาวบ้านไปไว้ในที่ปลอดภัย ในเบื้องต้นผู้ประกอบการได้นำเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกแล้ว ขณะที่นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล กล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมเพราะมีเอกชนบางรายไปสร้างสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำไหลธรรมชาติ การแก้ปัญหาคือไปดูที่ที่มีการถมที่ขวางทางทางน้ำไหลธรรมชาติและแก้ไขให้น้ำระบายออกไปได้

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงวันที่ 13-18 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ตะวันออกและภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง