บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถตู้จอดทิ้งป่าสกลฯ ตรวจพบซุกกัญชาหนักเกือบตัน เร่งขยายผลหาเจ้าของ

ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสกลนคร ตรวจยึดรถหรูจอดทิ้งป่าท้ายหมู่บ้านมาตรวจสอบ หลังชาวบ้านพบจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน ตะลึงพบกัญชาแห้งอัดแท่งหนักเกือบ 1 ตัน ซุกภายในห้องโดยสาร เร่งเก็บหลักฐาน เรียกผู้ครอบครองรถสอบ ...

เมื่อเวลา 20.00 น. วานนี้ (11 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมือง สกลนคร ตรวจสอบรถตู้ ยี่ห้อฮุนได H1 สีดำ ทะเบียน ฮธ 2801 กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณกระจังรถด้านหน้าติดตราเครื่องหมายสภาทนายความ หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า รถคันดังกล่าวถูกนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณป่าละเมาะด้านหลังโรงปุ๋ย อบจ.สกลนคร บ้านดอนหมู ต.งิ้วด่อน อ.เมือง สกลนคร เป็นเวลานาน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถถูกล็อกประตูทุกด้านไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ ส่องเข้าไปดูด้านในเห็นเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลและห่อพลาสติกสีดำจำนวนมาก คาดว่าน่าจะเป็นรถที่บรรทุกของผิดกฎหมาย จึงได้ประสานรถยกนำมาไว้ที่ สภ.เมืองสกลนคร เพื่อตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้ง ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐาน แล้วได้ให้ช่างกุญแจพยายามเปิดเข้าไปเพื่อตรวจสอบด้านใน แต่ไม่สามารถเปิดได้ จึงต้องใช้วิธีงัดรถคันดังกล่าว เมื่อเปิดได้ พบภายในห้องโดยสาร มีกล่องกระดาษและห่อพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงช่วยกันลำเลียงลงจากรถ เมื่อเปิดออกพบกัญชาแห้งอัดแท่ง มีพลาสติกใสหุ้มไว้ น้ำหนักแท่งละ 1 กิโลกรัม ตรวจนับห่อพลาสติกขนาดใหญ่ได้ทั้งหมด 23 ห่อ แต่ละห่อด้านในบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่งห่อละ 40 แท่ง และห่อพลาสติกขนาดเล็กอีก 2 ห่อ ห่อละ 30 แท่ง รวมกัญชาทั้งหมด 980 แท่ง น้ำหนักประมาณ 980 กิโลกรัม จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้นำส่ง พ.ต.ต.สันทัด ถาอาดนา พนักงานงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

เบื้องต้น จากการตรวจสอบเอกสารจากทะเบียนรถคันดังกล่าวพบว่า มีชื่อนายสามารถ (สงวนนามสกุล) จ.ปัตตานี เป็นผู้ครอบครองรถ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า จะเป็นคนร้ายที่ลงมือในครั้งนี้หรือไม่ ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกับกัญชาอัดแท่งที่พบภายในรถคันดังกล่าวหรือไม่นั้น ต้องรอผลการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บลายนิ้วมือแฝง ร่องรอยและเอกสารที่อยู่ภายในรถ เพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยง และสรุปข้อมูลเพื่อติดตามหาตัวผู้เป็นเจ้าของกัญชาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.