วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้การ 191 เชื่อ 2 ผู้ต้องหา ร่วมแก๊งอุ้มรีดนักธุรกิจ ยังกบดานในไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เชื่อ 2 ผู้ต้องหาร่วมอุ้มรีดนักธุรกิจ ยังไม่ออกนอกประเทศ ฝ่ายสืบสวนเร่งแกะรอยติดตาม ด้าน ผกก.โคกคราม ระบุ มีผู้เสียหายชาวจีน มาขอดูข้อมูลกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย แล้ว 2 ราย ถูกไถเงิน กว่า 4 ล้านบาท ...

วันที่ 12 สิงหาคม พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ ตำรวจ 191 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัว นายอุทิศ ก่อแก้ว และนายฐิติกร ชื่นอุรา ผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ร่วมก่อเหตุอุ้มรีดเงินนักธุรกิจชาวจีน

ซึ่งล่าสุด ได้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 9 คน บุกเข้าพบ นายสุรชัย แซ่ย่า งในห้องทำงาน ก่อนพาออกไปจากบริษัท ทั้งนี้ จากการการสืบสวนยืนยันได้ว่าคนร้ายทั้งสองยังไม่หลบหนีออกนอกประเทศ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ใด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไปสืบหาร่องรอยแล้ว 

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาขบวนการนี้มีการก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 คดี จากการสอบสวนพบข้อมูลหลักฐานชัดเจนแล้ว 4-5 คดี และทราบว่ามีผู้เสียหายส่วนหนึ่งเริ่มทยอยเข้าขอดูข้อมูลผู้ต้องหาในคดีนี้ที่ สน.โคกคราม แล้ว จึงฝากถึงผู้เสียหายที่ยังไม่เข้าแจ้งความ ขอให้ไปดูข้อมูลผู้ต้องหาได้ที่ สน.โคกคราม เพื่อจะได้แยกดำเนินคดีผู้ต้องหากลุ่มนี้ในลักษณะต่างกรรมต่างวาระต่อไป

ขณะที่ พันตำรวจเอกศรายุทธ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการ สน.โคกคราม เปิดเผยความคืบหน้าคดีอุ้มรีดเงินนักธุรกิจชาวจีน ว่า คดีนี้มีผู้เสียหายมาขอดูข้อมูลกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย รายหนึ่งเป็นนักธุรกิจชาวจีน ที่สามีถูกจับกุมในข้อหาปลอมบัตรประชาชนที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อกลางเดือน เมษายน 2557 ที่ถูกหลอกเสียเงินไปกว่า 4 ล้านบาท โดยมีการนัดจ่ายเงินที่โรงแรม ทาว อิน ทาวน์ พื้นที่ สน.วังทองหลาง

ส่วนอีกรายผู้เสียหายเป็นชาวจีนที่ต้องการมีบัตรประชาชนไทย ถูกหลอกให้จ่ายเงินไป 7 แสน 5 หมื่นบาท เหตุเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ซึ่งทั้งสองคดีได้ประสานให้พนักงานสอบสวนของทั้ง 2 สน. รับผู้เสียหายไปร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ยังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อขบวนการนี้ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นชาวจีน 2 ราย ที่เปิดร้านนวดในพัทยา และถูกเรียกค่าคุ้มครองไปกว่า 10 ล้านบาท และยังมีข้อมูลว่ามีความเกี่ยวพันกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบย่านดอนเมืองด้วย

สำหรับพฤติกรรมของขบวนการนี้จะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวชาวจีนที่มาลงทุนในประเทศไทย มักใช้อุบายหลอกเข้าตรวจสอบบริษัทว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ และทำทีตรวจสอบบัตรประชาชน โดยมี นายโก๊ะ เต็ก ชวน ผู้ต้องหาชาวสิงคโปร์ ทำหน้าที่หาเหยื่อ.