บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฟรี่ ภูตแผ่นดิน

ภาพวาดแฟรี่ โดยโซเฟีย แอนเดอร์สัน ค.ศ.1869.

วันนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน มีเรื่องแปลกๆน่าสนใจจากตำนานต่างประเทศ มาฝากกันอีกแล้วครับ ในกระบวนตำนานอมนุษย์และสัตว์มหัศจรรย์ของฝรั่ง ดูเหมือนไม่มีสัตว์วิเศษตัวไหนน่าจะโด่งดังเป็นที่รู้จักกันมาเป็นเวลานานเท่ากับอมนุษย์ประเภทนี้เป็นแน่ ใช่แล้วครับ แฟรี่ (Fairy) เป็นอมนุษย์ ซึ่งหากจะเรียกว่า “ภูตแผ่นดิน” ชนิดหนึ่งก็ไม่น่าจะผิด แม้ว่าพจนานุกรมไทยหลายหลาก จะแปลคำนี้ว่า “นางฟ้า” แต่แฟรี่หาได้อยู่บนฟ้าดังที่คิด พวกนี้มีนิวาสสถานอยู่บนพื้นดินที่เดียวกับเราต่างหาก

แฟรี่อาจมีรากเดิมมาจากกรีกโรมัน แต่ที่แน่ๆ พวกมันอยู่อาศัยกันในอังกฤษเช่นเดียวกับภูตแผ่นดินพันธุ์อื่น พวกมันยึดภูมิลำเนาอยู่ทั่วไป ยกเว้นแถบคอร์นวอลล์ เดวอนและซอมเมอร์เซต เพราะที่นั่นเป็นอาณาเขตของอมนุษย์ตัวเล็กอีกหลายประเภท

แฟรี่จะเลือกชุมนุมกันอยู่ ณ ทำเลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป้อมปราการของมนุษย์โบราณ หรือหุบเขาตื้นๆที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ลานดินโบราณที่มีรูปเป็นวงเรียกว่าป้อมแฟรี่ (fairy forts) วงแหวนภูต (แฟรี่ริง-Fairy Ring) หรือคือเห็ดที่งอกต่อกันเป็นรูปวงกลมในป่า หรือวงหญ้าที่ขึ้นเป็นสันกลม หรือดินที่มีร่องลึกเป็นวงกลมก็ล้วนเป็นวงแหวนภูต แฟรี่ริงที่ชาวบ้านไม่อยากยุ่ง ที่สำคัญตามพุ่มไม้หนามก็เป็นที่โปรดปรานของชาวแฟรี่จนชาวบ้าน อังกฤษสมัยก่อนไม่กล้าตัดแม้มันจะขวางทาง เพราะต้องเสี่ยงกับการโดนแฟรี่หมายหัวโดยไม่จำเป็น

แฟรี่อาจมีฐานะที่สูงกว่าบรรดาอมนุษย์พันธุ์เล็กอื่นๆอยู่บ้าง ตรงที่เป็นเผ่าพันธุ์คล้าย “เทวดาถูกลดขั้น” ต้องอยู่ระหว่างสวรรค์และนรก ซึ่งก็คือโลกมนุษย์ของเรานี่ล่ะ พวกนี้จึงมีอุปนิสัยทั้งดีและร้ายระคนกัน แฟรี่มีทั้งเพศหญิงและเพศชาย รูปร่างเหมือนมนุษย์ตัวเล็กๆ อยู่ในวัยหนุ่มสาวเสมอ ฉลาดเฉลียวเป็นพวกอมตะไม่ตาย หรือไม่ก็มีช่วงอายุนานจนเลยอายุปกติของมนุษย์ แฟรี่เป็นพวกมีพลังวิเศษ มีฤทธิ์เวทมนตร์ ดูเหมือนจะมากกว่าภูตแผ่นดินชนิดอื่นๆ สามารถเหินไปในอากาศได้ ร่ายเวท ทำนายอนาคตได้ และที่สำคัญอวยพรให้มนุษย์ได้ ส่วนจะเป็นพรดี หรือพรร้ายก็แล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิตว่า มนุษย์คนนั้นเจอแฟรี่แบบไหน หรืออารมณ์ไหน

คาดว่าพวกแฟรี่ในตำนานดั้งเดิมของฝรั่ง น่าจะตัวสูงสง่าหล่อเหลาอยู่นานทีเดียวครับ กระทั่งมาถึงศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมานั่นแหละไปไงมาไงไม่รู้ตัว แฟรี่ที่เล่าขานกันก็ชักจะหดลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่ระดับหัวเข่ามนุษย์ ไล่เลี่ยกับภูตแผ่นดินอื่นๆ ไม่ว่าพิกซี่ โนม หรือเลเปอคาน ฯลฯ ต่างกันตรงที่แฟรี่มักไม่ค่อยมีพวกหน้าตาน่าเกลียดเหมือนภูตแผ่นดินชนิดอื่นๆ ส่วนใหญ่หน้าตาดีกันหมดล่ะครับ

ว่าถึงความสามารถที่จะเหินไปในอากาศของแฟรี่ เมื่อก่อนก็ไปด้วยอำนาจเวทของตน หรือไม่ก็ขี่หลังนกครับ แต่พอมาถึงสมัยวิกตอเรียเป็นต้นมา แฟรี่กลายเป็นภูตแผ่นดินมีปีกซะงั้น (คาดว่าคงมาจากภาพถ่ายลวงโลกจากฝีมือคนที่อ้างว่าถ่ายตัวแฟรี่ได้ครับ) มีทั้งแบบที่เป็นปีกผีเสื้อและปีกแมลง ถ้านึกไม่ออกก็ลองนึกถึงตัวการ์ตูนละครทิงเกอร์ เบล ในเรื่องปีเตอร์แพนนั่นล่ะครับ...แฟรี่มีปีก

พวกแฟรี่มีการจัดลำดับขั้นอยู่เหมือนกันนะ แบ่งออกเป็นสองกลุ่มครับ คือพวกที่อยู่กันเป็นสังคมเมืองกับพวกที่ชอบอยู่โดดเดี่ยว แถมด้วยพวกนิสัยดีกับนิสัยเลวอีกต่างหาก คล้ายๆคนเลยครับ

พวกแรก แฟรี่สังคมเมืองมักสวมเสื้อผ้าสีเขียว แฟรี่พวกนี้มักชอบจับกลุ่มกันเต้นรำร้องเพลงเป็นที่สำราญใจ ส่วนพวกโดดเดี่ยวอยู่ป่าจะแต่งตัวด้วยสีแดงน้ำตาล หรือเทามากกว่าสีเขียว พวกนี้ดูถูกการเต้นรำและความสำราญของแฟรี่สังคม แฟรี่โดดเดี่ยวมักผูกพันกับครัวเรือนแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือสถานที่ หรือที่ยึดครองใดๆ แต่ชอบติดต่อกับมนุษย์

ไม่ว่ามันจะเป็นภูตแผ่นดินแบบสังคมหรือโดดเดี่ยว นิสัยของมันก็เป็นสิ่งที่ชาวบ้านพึงระวัง เพราะไม่มีใครรู้ว่าแฟรี่ตนใดเป็นพวกดีหรือพวกร้ายกันแน่ แฟรี่ดีชอบมองหาความช่วยเหลือจากมนุษย์และตอบแทนความเมตตาของคนด้วยของขวัญและอวยพรความปรารถนาแก่คนคนนั้น ส่วนพวกร้ายก็แตกต่างจากพวกแรกลิบลับ มันจะร้ายกับมนุษย์ โดยเฉพาะคนเดินทางตอนกลางคืน แฟรี่ร้ายพวกนี้จะปรากฏตัวเป็นกลุ่ม ประมาณว่ายกโขยงกันมานั่นแหละ แล้วจัดการร่ายมนตร์ทำให้หลงทาง หรือไม่ก็หอบ ตัวคนนั้นขึ้นไปลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ถ้าหาทางเล่นงานอย่างอื่นๆไม่ได้ น้อยที่สุดก็เอาผมคนคนนั้นพันกันเล่นจนเป็นปมยุ่งไปทั้งหัว

แฟรี่เป็นภูตแผ่นดินที่ชอบยุ่งกับคนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทารกเกิดใหม่ ราวกับพวกมันมีสัมผัสพิเศษกับเด็กน้อย ไม่ว่าจะมีทารกเกิดอยู่ที่ไหน แฟรี่เป็นต้องรู้ และต้องหาทางดั้นด้นไปอวยพรตามถนัด แต่ในกรณีอันตรายสุดๆ คือถ้าทารกนั้นดันต้องใจพวกแฟรี่เข้า คราวนี้ไม่อวยพรแล้วล่ะ...แต่ขโมยเลย ว่ากันว่าภูตแผ่นดินชนิดนี้ทนความน่ารักของเด็กไร้เดียงสาไม่ได้ จึงยอมทุกอย่างที่จะได้ตัวเด็กมาเลี้ยงดู ยิ่งน่ารักยิ่งอยากได้ พวกมันจะลักตัวเด็กแล้วแทนที่ไว้ด้วยเด็กชาวแฟรี่ หรือไม่ก็แค่ท่อนไม้ท่อนหนึ่งซึ่งพวกมันเรียกว่าการแลกเปลี่ยน (...ได้ยังไง)

อย่าว่าแต่เด็กเลยครับ แม้แต่หญิงสาวหรือชายหนุ่ม หากมันอยากได้ไปใช้งาน ตั้งแต่การเพาะปลูกที่แฟรี่ทำเองไม่ได้ไปถึงงานอื่นๆ คนใดที่ถูกหมายหัวย่อมไม่มีทางพ้นมือ พวกเขาหรือเธออาจถูกล่อหลอกพาไปยังโพรงใต้เนินแถวเนินร้างโบราณที่ที่เชื่อว่าแฟรี่อาศัย ใครก็ตามที่ถูกแฟรี่ลวงไป หากกินอาหารของพวกนี้เข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีทางกลับมายังอาณาเขตมนุษย์ได้อีกเลย

แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คนที่ถูกลักพาไปแล้วอาจเป็นอันตรายถึงตาย ถ้าหากต่อมาเกิดทำอะไรไม่ถูกใจแฟรี่ก็มีสิทธิ์กลายเป็นศพถูกทิ้งอยู่ตามป่าในลักษณะซีดแห้งได้ง่ายๆ

พวกแฟรี่ แม้แต่เป็นพวกดีก็ไว้ใจไม่ได้ ภูตแผ่นดินพวกนี้ มีนิสัยประจำเผ่าพันธุ์อย่างหนึ่งนั่นคืออารมณ์แปรปรวนง่ายมาก แค่เข้าไปให้พรเด็กแต่ละ คนแต่ละครั้ง ถ้าไปเจออาการกิริยาไม่ให้เกียรติ ไม่ว่าจะจากเจ้าของบ้านหรือญาติ ย่อมหมายความว่า เด็กน้อยนั้นเข้าขั้นซวยตั้งแต่เกิด แทนที่แฟรี่จะให้พร เลยกลายเป็นสาปแทน อย่างนางฟ้าที่มาอำนวยพรในเรื่องเจ้าหญิงนิทราแล้วกลายเป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งจนนางเอกของเรื่องต้องโดนสาป...ก็นี่ล่ะครับพวกแฟรี่

อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของแฟรี่จึงเป็นเรื่องน่าขยาดสำหรับชาวบ้านในถิ่นที่มีพวกแฟรี่อยู่กันชุกชุม พวกเขาก็เลยหาทางหาสิ่งที่จะป้องกันตัวจากพวกแฟรี่ติดตัวไว้บ้าง ของป้องกันตัวนั้นคือเหล็กครับ เหล็กในความรู้สึกของแฟรี่ก็คือวัตถุมีพิษชัดๆ แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องใบโคลเวอร์ชนิดสี่แฉก (ใบโคลเวอร์ปกติมีแค่สามแฉก ใบที่มีสี่แฉกนับเป็นโคลเวอร์นำโชค) พกติดตัวเอาไว้ หรือถ้าหาไม่ได้ให้ใส่เสื้อกลับตะเข็บยามเดินผ่านทางที่คิดว่ามีแฟรี่ก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา

เห็นเลยนะครับ ว่าการเผชิญหน้ากับแฟรี่ไม่ว่าในลักษณะใด ไม่ใช่เรื่องดี อารมณ์รักอารมณ์เกลียดของพวกแฟรี่อยู่ห่างกันแค่พลิกฝ่ามือ ยามรักก็ดีเหลือหลาย ยามร้ายก็สาปสรรตั้งแต่เรื่องเล็กไปยันเอาชีวิต คนไม่ได้ตั้งใจไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพราะมองแฟรี่ไม่เห็น ก็อาจมีอันต้องโดนความอาฆาตของแฟรี่ไม่รู้ตัว หากบังเอิญล้ำเส้นอาณาเขตในป่าลึกวังเวงในภูมิประเทศที่ไร้วี่แววชีวิต แต่บังเอิญเป็นที่อยู่หรือชุมนุมเต้นรำของแฟรี่ มีสิทธิ์จะโดน “เอาคืน” ได้ง่ายๆ วิธีการของภูตแผ่นดินชนิดนี้ก็มีมากมาย ตั้งแต่ทำให้ฝันร้าย ทำให้ชิมอาหารไม่มีรสชาติ บังคับให้เต้นรำตลอดคืนไม่พัก ไปจนกระทั่งล่อให้เห็น “ทองของแฟรี่”

แฟรี่จะหาทางล่อให้เป้าหมายได้ลายแทงทองคำที่พวกมันทิ้งล่อไว้ คนที่เป็นเป้าหมายหลงกลก็จะเดินเข้าป่าตอนกลางคืนท่ามกลางแสงเดือนหงายนั่นล่ะครับ เป้าหมายจะเห็นทองคำสุกปลั่งล่อตาอยู่ที่โคนต้นไม้แห่งใดแห่งหนึ่ง...ง่ายเกินไปจนแทบไม่น่าเชื่อ เป้าหมายมนุษย์มักมีความโลภเป็นทุนอยู่แล้วก็ย่อมจะรีบโกยทองคำจนเต็มกระสอบแบกกลับบ้าน แต่ยิ่งเดินถุงทองที่หนักเพียบเมื่อครู่กลับค่อยๆเบาลงๆ เปิดออกดูอีกทีจึงรู้ว่าไอ้ที่แบกมานั้นไม่ใช่ทองคำ แต่ประการใด แท้จริงกลายเป็นใบไม้แห้งไปหมด เหยื่อพวกนี้หลายคนเสียดายจนแทบเป็นบ้าก็มี

...ใจร้ายไม่เบานะครับนี่.

โดย :คอสมอส
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน