วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตู่ยัวะ-ไม่ใช่แก๊ง จวกสื่อโผทหาร

อวยหวานเจี๊ยบ วันเกิดบิ๊กป้อม กกต.หวั่นเสี่ยง ปลอมบัตรลต.

“บิ๊กตู่” นำทีมเบิร์ธเดย์ 72 ปี ให้พี่ใหญ่ สื่อนัย “ท่านอยู่กับผมทั้งชาติแหละ”ยัวะสื่อมโนโผทหารตั้งแก๊งบูรพาพยัคฆ์-วงศ์เทวัญ ย้อนแรงถ้าไม่มีญาติอยู่ในโผไม่ต้องไปยุ่ง “บิ๊กป้อม” สุดปลื้มน้องๆ แห่อวยพรคึกคัก บอกอยากให้ขาเดินได้ปกติ ส่วนโผทหารจบส่งถึงมือนายกฯแล้ว “ประยุทธ์” ย้ำปราบโกงสั่งยกระดับ ศอตช.เป็นองค์กรถาวร ปธ.กกต.เหน็บ สนช. ขอบคุณที่เซ็ตซีโร่ ไม่ต้องมาเสี่ยงกับกติกาพิสดารของ กรธ. หนุนปลดล็อกการเมืองเตรียมตัวรับศึกเลือกตั้ง “สมชัย” สงสาร 7 อรหันต์ชุดใหม่รับกรรม เชื่อมีบัตรเลือกตั้งปลอมว่อนทั้งประเทศ เชิญ “มีชัย” เบิ่งตาดูสาธิตปัญหา “สังศิต” สับ คสช.รื้อโครงสร้าง ปปง.หวังฟื้นรัฐราชการ พท.ร่อน จ.ม.เปิดผนึกจี้สอบทุจริตระบายข้าวฉาว

แม้มีกระแสกดดันจากฝ่ายการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาล คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ใกล้มีผลบังคับใช้เร็วๆนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยืนยันว่ายังไม่มีการปลดล็อกการเมืองในช่วงนี้นั้น

“บิ๊กตู่” นำทีมเบิร์ธเดย์ 72 ปีพี่ใหญ่

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมครอบครัวเดินทางไปทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 72 ปี ก่อนเดินทางกลับเข้ามายังบ้านพักรับรองมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) โดยมีรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ นายทหาร นายตำรวจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และกลุ่มนักธุรกิจ ทยอยเข้าอวยพร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาถึงเวลา 07.45 น. และเข้าอวยพร พล.อ.ประวิตรเป็นการส่วนตัว ก่อนกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆก่อนเดินทางกลับว่า “ผมอวยพร พล.อ.ประวิตรมาตั้งแต่ปี 2519 ยืนยันว่าท่านแข็งแรงดี แม้จะเพิ่งเข้ารับการรักษาตัวมาไม่นาน ท่านอยู่กับผมทั้งชาติแหละ” ทั้งนี้ไม่ได้มีการหารือกับ พล.อ.ประวิตร เรื่องโผทหาร

“บิ๊กป้อม” อยากให้ขาเดินได้ปกติ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายกฯมาอวยพรให้กำลังใจ วันนี้มีน้องๆ มาอวยพร อายุ 72 ปีแล้วอยาก ให้ขาเดินได้ปกติ อยากให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้ามีความสงบ เลิกขัดแย้งกัน รัฐบาลและ คสช.อยู่ทำงานมา 3 ปีแล้ว ความขัดแย้งน่าจะลดน้อยไป ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2560 หลังการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารไปเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ทุกอย่างจบแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เรียบร้อยดี เมื่อถามว่าตำแหน่งที่สื่อนำเสนอไปถูกต้องหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มีคนอยู่แค่ 3-4 คน สลับกันไปมา จะให้ไปอยู่ที่ไหน ตำแหน่งมีเพียง 2-3 ตำแหน่ง และนำโผทหารส่งนายกฯ เรียบร้อยแล้ว

เปิดส่วนขยายรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน- บางซื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานเปิดงาน “ร่วมใจ เชื่อมสุข เพื่อประชาชน” เพื่อให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-บางซื่อ จากนั้นได้เยี่ยมชมเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย และร่วมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ผู้บริหาร รฟม. โดยสารรถไฟฟ้าตู้ที่ 1 จากสถานีเตาปูนไปยังสถานีกำแพงเพชร ต่อไปยังสถานีสนามไชย เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เพื่อดูความคืบหน้าการออกแบบก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดในประเทศ และยังทดลองนั่งรถรางลอดอุโมงค์แม่น้ำเจ้าพระยา จากสถานีสนามไชยไปยังสถานีอิสรภาพ เขตบางกอกใหญ่

ยัวะสื่อตั้งแก๊งบูรพาฯ-วงศ์เทวัญ

นายกฯให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการเข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตรว่า อวยพรให้ทุกวัน รู้จักมาตั้งแต่ปี 2519 การอวยพรให้กับคนอันเป็นที่รักคนใกล้ชิดไม่จำเป็นต้องเป็นแค่วันคล้ายวันเกิด หรือครบรอบวันแต่งงาน เพราะเรารักเขาก็หวังให้ต่างคนต่างมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง คือความผูกพันทางจิตใจ ไม่ใช่แก๊ง ไปเขียนกันว่าเป็นแก๊งบูรพาพยัคฆ์ หรือแก๊งวงศ์เทวัญ สื่อไปตั้งกันเองทั้งนั้น ต่อไปคนเหล่านี้ต้องขึ้นมารับตำแหน่ง กลายเป็นบูรพาพยัคฆ์มีมากขึ้น ปีนี้เป็นรอบของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ “อะไรของมันวะ เฮ้อ! ยืนยันว่าพวกผมไม่ได้ทำงานกันแบบนั้น”

ปรี๊ดแตกโดนจี้ถามโผทหาร

ผู้สื่อข่าวถามว่าบัญชีรายชื่อทหารถึงมือแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “ทำไมพวกคุณมีชื่ออยู่ในโผด้วยหรือเปล่า ไม่ได้อยู่ เดี๋ยวรายชื่อก็ออกกันมาเองแหละ เขาเพิ่งประชุมกันวันที่ 10 ส.ค. จะให้วันนี้ถึงมือผมได้อย่างไร แล้ววันนี้ใครดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง มีญาติพวกคุณเป็นด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หาคนดีๆให้เข้ามาเป็นได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปเขียนให้บางคนขึ้นมาอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ทั้งที่วันนี้ยังเป็นรองอยู่ระดับล่าง กลับไปเขียนว่าเป็นตัวแข่งขัน ทุกอย่างเสียหมด คนที่อยู่ระดับล่างก็ไม่เข้าใจว่าอะไรกัน อย่าลืมว่าก่อนจะขึ้นเป็นแม่ทัพต้องเป็นรองแม่ทัพมาก่อน ก่อนจะขึ้นเป็นผู้ช่วยฯ เป็น 5 เสือต้องเป็นแม่ทัพก่อน ซึ่งทั้ง 5 คน มีโอกาสขึ้นเป็นผบ.ทั้งสิ้น ไม่ใช่ใครก็ได้ข้ามมาเป็น วันนี้ผมตอบหมดแล้ว ทะเลาะมาเยอะ แต่เป็นการทะเลาะเพราะความรักนะ”

ย้ำปราบโกงไล่ล่าผู้ร้ายตัวจริง

ต่อมาช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 2/2560 ว่าวันนี้ยังพบปัญหาทุจริตอยู่ เราต้องรื้อค้นออกมาให้ได้ ไม่ได้มุ่งหวังว่าใครจะเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย แต่ต้องได้รับการยอมรับ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ต้องหาผู้ร้ายตัวจริงให้ได้ อย่าไปเหมาเป็นข้าราชการฝ่ายเดียว คนทำผิดมีทั้งผู้ให้และผู้รับ ผู้เรียกผลประโยชน์และผู้เสนอผลประโยชน์ เพื่ออำนวยความสะดวก ต้องเล่นงานทั้ง 2 ทาง การบังคับใช้กฎหมายต้องสมดุล ไม่เช่นนั้นแก้ไขปัญหาไม่ได้ หรือคงไม่มีใครอยากทำงาน คนดีมีเยอะ คนไม่ดีมีเพียงส่วนน้อย และมีคนที่มีอำนาจ ต้องไปหาให้เจอ ที่สำคัญต้องไม่สร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้น ส่วนการทำงานของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ล่าสุดมีเรื่องร้องเรียนเข้ามานับร้อยเรื่อง แต่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนนำเรื่องส่งมอบให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)

สั่งยกระดับ ศอตช.องค์กรถาวร

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเลขานุการ ศอตช. แถลงว่า นายกฯมอบเป็นนโยบายว่าการดำเนินคดีกับทุกกลุ่มต้องเป็นเท่าเทียม เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนกระทำผิดต้องถูกดำเนินการด้วย การแก้ไขปัญหาต้องรอบคอบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเก่าแต่ไปสร้างปัญหาใหม่ อนุกรรมการด้านการป้องกันฯจึงเสนอที่ประชุมให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จัดเก็บด้วยระบบดิจิตอลไว้กับส่วนราชการที่สังกัด โดยนายกฯขอให้ไปศึกษาว่ามีประเทศใดบ้างทำลักษณะนี้ และมีผลกระทบอื่นตามมาหรือไม่ นายกฯสั่งการว่าต้องทำทุกกลุ่มเป้าหมาย และเห็นว่าควรยกระดับ ศอตช. ให้เป็นหน่วยงานที่มีกฎหมายรองรับมากกว่าหน่วยงานเฉพาะกิจ ที่ออกตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปคิดเรื่องนี้ ว่าควรเป็นหน่วยงานกลางที่ขึ้นอยู่กับสำนักนายกฯหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาศอตช. เป็นกลไกขับเคลื่อนดำเนินงานตรงนี้

ยกเครื่อง 7 ปัญหาเร่งด่วนชาติ

กระทั่งเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า ปัญหาจำเป็นเร่งด่วนของชาติที่ต้องเร่งแก้ไข เมื่อแก้ด้วยวิธีเดิมแล้วไม่ยั่งยืน ต้องคิดใหม่ให้รอบคอบ ดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ที่ผ่านมาอาจถูกนายทุนไม่ดีหลอกใช้ หรือทำให้ถูกบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นแพะรับบาป เป็นเหยื่อเกมการเมืองที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ถูกนำไปอ้างความชอบธรรม โดยปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขมี 7 ด้าน คือ 1.เร่งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ดูแลให้ประชาชนมีโอกาสที่เท่าเทียม ลดความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม 2.การพัฒนาศักยภาพคน 3.การสร้างความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มความสามารถการแข่งขัน 4.ยกระดับด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 5.ดูแลสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ 6.ยกระดับการบริหารราชการของภาครัฐ และ 7.ดูแลความเสี่ยงจากภายนอกเพิ่มขึ้นในทุกมิติ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

พัฒนาคนมีคุณภาพสร้างชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มที่คุณภาพคน เริ่มที่ครอบครัวและการศึกษา รัฐบาล และ คสช. ให้ความสำคัญเรื่องนี้จึงตั้งเป้าหมายพัฒนาคนตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไว้ ต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ และสติปัญญา มีทักษะคิดวิเคราะห์ มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกดีงาม นำไปสู่งานและรายได้ที่สร้างความมั่นคงให้ชีวิต ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมมีความปรองดองสามัคคี การสร้างคนโดยเพิ่มศักยภาพคนในชาติ จะเป็นพื้นฐานขับเคลื่อนประเทศ การปฏิรูปการศึกษาที่กำลังดำเนินอยู่นี้ นับเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อวางแนวทางปรับปรุงการเรียนการสอน รวมถึงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การปฏิรูปสอดคล้องกับการสร้างคนที่มีศักยภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

กกต.เหน็บ สนช.ขอบคุณที่โละ

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ผู้สมัคร ส.ส.จับเบอร์เขตใครเขตมัน ว่า รูปแบบนี้จะก่อให้เกิดความยุ่งยาก เพราะต้องทำทั้ง 350 เขต ทำให้การพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ต้องไปแยกพิมพ์ตามโรงพิมพ์แต่ละจังหวัด อาจเกิดการปลอมแปลงบัตรได้ เบื้องต้นยังเป็นเพียงแนวคิด กรธ. หากมีข้อยุติแล้ว กกต.อาจทำหนังสือเสนอความเห็นไปยัง กรธ. หากเห็นว่าสิ่งใดส่อไปในทางไม่สุจริต “ขอบคุณ สนช. ที่เซ็ตซีโร่พวกผม ขอบคุณจากใจจริงไม่ได้ประชดประชัน พวกผมจะได้ไม่ต้องมาจัดการเลือกตั้งที่วุ่นวายในอนาคต กติกาใหม่จะทำให้ฝ่ายปฏิบัติตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ทำงานยาก การจับเบอร์รายเขต การพิมพ์บัตรใบเดียวจะเกิดความวุ่นวายมาก และการที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. บอกว่าหากมีปัญหา กกต.ต้องรับผิดชอบ การให้พวกเราพ้นจากตำแหน่ง ก็เท่ากับไม่ต้องมารับผิดชอบ ไม่ต้องมาเสี่ยง”

หนุนปลดล็อกพรรคการเมือง

นายศุภชัยยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องฝ่ายพรรค การเมือง ให้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ว่า มองว่าเป็นเรื่องดีพรรคการเมืองจะได้ไปเตรียมการ เช่น ระบบไพรมารี่โหวต ที่ต้องหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด แต่เป็นดุลพินิจของ คสช.จะพิจารณา กกต.คงไม่ไปก้าวล่วง แต่หาก คสช.มองว่าการปลดล็อกพรรคการเมืองจะทำให้เกิดความวุ่นวายนั้น ขณะนี้ยังมีกฎหมายห้ามชุมนุมเกิน 5 คนควบคุมอยู่ และตนมองว่าพรรคการเมืองคงไม่ไปก่อความวุ่นวาย แต่ปลดล็อกเพื่อให้พรรคได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เตรียมตัวรับการเลือกตั้ง และกติกาใหม่ๆ

รอ กกต.ชุดใหม่มาตั้งเลขาฯเอง

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า หนังสือแจ้งมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดนายอำพล วงศ์ศิริ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต.คนใหม่ ส่งมาถึงสำนักงาน กกต.แล้วในวันที่ 11 ส.ค. สำนักงาน กกต.จะเสนอเข้าที่ประชุม กกต. ในวันที่ 15 ส.ค. เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนตัวเห็นว่าควรให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเกรงว่าหาก กกต.ชุดปัจจุบันเร่งสรรหา อาจถูกมองว่าวางคนของตัวเองไว้

สงสาร 7 อรหันต์ชุดใหม่รับกรรม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงการใช้บัตรเลือกตั้งในอนาคตว่า การกำหนดให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว โดยเอาคะแนนของผู้สมัครรายเขตมาคำนวณ ส.ส. ของพรรคที่ควรจะได้ทั้งประเทศแล้วนำมาจัดสรรปันส่วนให้แก่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ระบบจัดสรรปันส่วนผสม) แสดงให้เห็นว่าบัตรเลือกตั้งหนึ่งใบมีสองคุณค่า คือ เลือกคน (ส.ส.เขต) และเลือกพรรค (นำไปจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ) องค์ประกอบของบัตรที่จำเป็นต้องมี คือ 1.หมายเลขผู้สมัคร 2.สัญลักษณ์ และชื่อพรรค ทำให้ต้องมีบัตรเลือกตั้งถึง 350 แบบ ตามจำนวนเขตเลือกตั้งการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 350 แบบ กกต.ไม่สามารถจัดพิมพ์ที่ส่วนกลางได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา ต้องกระจายอำนาจให้ กกต.จังหวัด เป็นผู้ดูแลควบคุมป้องกันการทุจริตระหว่างการจัดพิมพ์ หามาตรการป้องกันทุจริตจากบัตรปลอม แต่ระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับจังหวัด อาจต่ำกว่าโรงพิมพ์ใหญ่จากส่วนกลาง โอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ย่อมมีมากกว่า ที่เขียนมาทั้งหมด กกต.พร้อมรับไปดำเนินการ. แต่ถามว่าทำแล้วเกิดประโยชน์ หรือทำแล้ววุ่นวาย สงสาร กกต.ใหม่ 7 คน ในอนาคต

เชิญ “มีชัย” เบิ่งดูวิธีสาธิตปัญหา

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 9-12 ส.ค. กกต.จัดสัมมนาผู้บริหารสำนักงาน กกต. พิจารณายกร่างคู่มือการเลือกตั้งมีการอภิปรายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการเลือกตั้งตามที่ กรธ.เสนอมา เห็นว่า มีหลายเรื่องที่อาจไม่เป็นผลดี และเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการจัดการของ กกต.ในอนาคต เช่น กรณีให้พรรคการเมืองมีหมายเลขที่แตกต่างกันไปในแต่ละเขตเลือกตั้ง ดังนั้น สำนักงาน กกต.จะทำการสาธิตการเลือกตั้งจำลอง ในกรณีบัตรเลือกตั้งมีความแตกต่างกัน 350 แบบ และแสดงตัวอย่างความแตกต่าง ของบัตรที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การใช้ Micro letter การซ่อนลายน้ำที่ต้องอ่านด้วยรังสียูวี การซ่อน Audio code ในบัตรเลือกตั้ง โดยจะเชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. หรือตัวแทนมาร่วมชมการสาธิต ในวันที่ 17 ส.ค. เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างกัลยาณมิตร แต่หาก กรธ. และ สนช. ยืนยันให้พิมพ์บัตร 350 แบบ กกต.ก็พร้อมน้อมรับไปดำเนินการ

“อำนวย” ซัดดูถูกประชาชน

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุคนที่ได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งใหม่คือประชาชนนั้น นายมีชัยไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง รู้ได้อย่างไรว่าที่ผ่านมามีการซื้อเสียงตามที่กล่าวหา พูดเช่นนี้เหมือนดูถูก กกต. ดูถูกผู้สมัคร และดูถูกประชาชนที่เลือกผู้แทนตามระบบประชาธิปไตย ผู้สมัครแต่ละคนต้องได้คะแนนเสียงเป็นแสนๆกว่าจะได้เป็น ส.ส. แล้วจะนำเงินที่ไหนไปซื้อเสียงมา ผู้สมัครต้องลงพื้นที่พบประชาชนถามสารทุกข์สุขดิบเป็นเหมือนญาติ เขาถึงไว้ใจเข้ามาทำหน้าที่แทน คะแนนเสียงไม่ได้มาเพราะเงิน ใครที่ทุจริตยังมีผู้สมัครคนอื่นเป็นหูเป็นตา ฟ้องร้องตามกระบวนการ ถ้านายมีชัยเชื่อว่าระบบเลือกตั้งใหม่เป็นเรื่องดี ก็ดี แต่ไม่ควรพูดดูถูกนักการเมือง และประชาชนเช่นนี้

“พรเพชร” ยังไม่ส่งปมผู้ตรวจฯ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ได้รับคำร้องของ สนช. 34 คน ขอให้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วมีประเด็นสงสัยคือการกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ ตามที่กำหนดไว้บทเฉพาะกาล เมื่อพิจารณาจากคำร้องแล้วเห็นว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะเสนอให้ตั้ง กมธ.ร่วมกันหรือไม่ภายใน 10 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 16 ส.ค. หากพ้นกำหนดแล้วไม่มีเสนอให้ตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย จะสามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที แต่หากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเสนอให้ตั้ง กมธ.ร่วมกันก็ต้องตั้งแล้วพิจารณากันก่อน

“สังศิต” สับ คสช.ฟื้นรัฐราชการ

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อปรับโครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อ้างว่าเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน ต้องถามว่าโครงสร้างเดิมก่อนปรับเปลี่ยนที่ใช้มาเพียง 1 ปี วัดประสิทธิภาพกันตรงไหน การให้กรรมการ ปปง.มีที่มาจากฝ่ายบริหารทั้งหมด อาจกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง เพราะ ปปง.มีอำนาจสูง สามารถยับยั้งธุรกรรมทางการเงินได้ทันที อาจทำให้สากลตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระ การประเมินอันดับของไทยจะไม่ดีขึ้น คนคิดคำสั่งแบบนี้สะท้อนว่าต่อสู้การฟอกเงินไม่เก่ง เติบโตมาในระบบ รับคำสั่งในการทำงานมาตลอด โดยไม่ตั้งคำถาม พยายามฟื้นรัฐข้าราชการเหมือนช่วง พ.ศ.2490 ที่ข้าราชการทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหารเป็นใหญ่ แต่สุดท้ายระบบนี้ก็สิ้นไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ

พท.จี้สอบทุจริตระบายข้าวฉาว

อีกเรื่องวันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ขอ ให้ตรวจสอบ และทบทวนวิธีการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาล ระบุว่า ตามที่ นบข.อนุมัติระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลที่เก็บในโกดังต่างๆ แต่ปรากฏว่าการดำเนินการส่อว่าจะมีการทุจริตเป็นขบวนการ นำมาซึ่งความเสียหายแก่รัฐ เจ้าของโกดังและคลังสินค้าเรียกร้องให้ทบทวนการประมูลข้าว แต่รัฐบาลและ คสช.เพิกเฉย มีการให้ทหารเข้าไปควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของสื่อมวลชนในการตรวจสอบ ทั้งนี้มีการเปิดช่องให้ทุจริต ดังนี้ 1.การจัดให้ข้าวสารในสต๊อกเป็นข้าวเกรดซี โดยไม่มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถประมูลขายเพื่อการบริโภคของคนได้ 2.การจัดระดับข้าวเป็นเกรดซี ทำให้ข้าวคุณภาพดีกลายเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ เพื่อประมูลขายในราคาต่ำ 3.มีผู้ขอเสนอซื้อข้าวในราคาสูง แต่คณะทำงานไม่ขายกลับขายให้อีกบริษัทหนึ่งในราคาต่ำกว่า 4.ผู้ประมูลข้าวบางรายไม่มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ และไม่พบข้าวที่ได้จากการประมูลอยู่ในความครอบครอง น่าเชื่อว่าจะมีบุคคลบางกลุ่มตั้งนอมินีในการประมูล 5.อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการนำข้าวดังกล่าวกลับมาขายเป็นข้าวบริโภคของคน ทำให้เกิดช่องทางทุจริตในส่วนต่างราคา

ไล่บี้นายกฯฟัน จนท.ที่มีเอี่ยว

จดหมายยังระบุอีกว่า พรรคเพื่อไทยได้มอบหมาย ให้คณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพูดคุยกับเจ้าของโกดังหลายแห่ง พบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขอเรียกร้องนายกฯในฐานะประธาน นบข. มีคำสั่งให้ตรวจสอบการระบายข้าวในปี 2560 รวมถึงทบทวนนโยบายการระบายข้าวของ นบข. หากพบการระบายข้าวจากข้าวคุณภาพดี แต่ไปขายเป็นข้าวเสื่อมเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์หรือพลังงาน ขอให้ยกเลิกการประมูล และให้ตรวจสอบคุณภาพข้าวใหม่ด้วยวิธีที่มีมาตรฐาน และได้รับการยอมรับ รวมทั้งให้ตรวจสอบหาผู้กระทำผิดในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้าพบมีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดกระทำการทุจริต และแสวงหาประโยชน์ ขอให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เหมือนกับที่นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศไว้

ซัด สตง.ชงตบ อปท.ขั้วตรงข้าม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าก่อนวันตัดสินคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค. จำเลย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดูสงบนิ่ง แต่ผู้มีอำนาจกลับดูร้อนรนเหมือนคนรู้ตัวว่ากำลังทำผิดหรือไม่ ทั้งดำเนินคดีกับผู้แสดงความคิดเห็น ปิดสถานีโทรทัศน์พีซทีวี หรือกระทั่งจะตรวจสอบองค์กรปกครองท้องถิ่น อ้างว่ามีความเคลื่อนไหวใช้งบประมาณขนคนมาให้กำลังใจ ทั้งที่ถ้าพิจารณาด้วยเหตุผลเป็นไปไม่ได้เลย มีคนสงสัยว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ สตง.ชงให้รัฐบาลตบ เพื่อกดดันผู้นำท้องถิ่นมากกว่า การลงพื้นที่มอบทุนช่วยเหลือโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานของแกนนำนปช. ระหว่างวันที่ 12-13 ส.ค. ถูกจับตามองจากฝ่ายความมั่นคง มีการเชิญตัวแทนไปพบ มีเจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์ทุกจุด ไม่ได้ขัดข้อง แต่แปลกใจว่ากลุ่มอื่น เช่น กรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปลงพื้นที่นั้น มีแนวปฏิบัติแบบเดียวกันหรือไม่

ไม่หวัง ป.ป.ช.รื้อสลายเสื้อแดง

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงการเรียกร้องให้พิจารณากรณีสลายการชุมนุมปี 2553 ใหม่ ว่าอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลทั้งเก่าและใหม่ให้สมบูรณ์ และจะเดินทางไป ป.ป.ช.สัปดาห์หน้า แม้การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาคงคาดหวังอะไรได้ไม่มากนัก และการขับเคลื่อนของ นปช.ก็ลำบาก ไม่รู้จะหาความเป็นธรรมจากไหน แต่พร้อมทำหน้าที่เป็นโชว์รูมแสดงความอยุติธรรมให้สังคมได้เห็น เชื่อว่าความอยุติธรรมไม่จำเป็นต้องเกิดกับตัวเอง แต่ถ้าเห็นเกิดขึ้นต่อหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ทำให้คนในสังคมเกิดความรู้สึกร่วมกันได้

ผบ.ตร.สั่ง “ศรีวราห์” ระวังมือที่สาม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกระแสข่าวการเสียชีวิตของนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ว่ายังไม่ได้รับรายงานการพบศพนายวุฒิพงษ์ ส่วนศพที่พบริมแม่น้ำโขงฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ต้องพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เพื่อยืนยันตัวผู้เสียชีวิตให้เป็นไปตามหลักสากล ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าเหตุใดจึงมีข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตนายโกตี๋ ใกล้วันตัดสินคดีจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เบื้องต้นสั่งการกำชับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ เพื่อป้องกันเหตุมือที่ 3 สร้างสถานการณ์

“บิ๊กตู่” บ่นล่ามือโดรนป่วน ทอ.

ที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีมีผู้นำโดรนเข้าไปบินในสถานที่ราชการ โดยเฉพาะในเขตกองทัพอากาศ ว่ากำลังตามจับตามหาตัวทุกวัน ไม่มีจิตสำนึกกันหรือ ไม่เคยรู้เรื่องกฎหมายว่าโดรนขึ้นได้ที่ไหน ได้เท่าไหร่ จุดไหนห้ามบ้าง เห็นเวลาคนทำผิดก็ไปยืนดูกัน ต้องช่วยกันระวัง ช่วยกันบอกว่าสิ่งไหนผิดกฎหมาย ไม่ใช่อะไรก็เจ้าหน้าที่ อะไรก็รัฐบาล หน่วยงานมี ประชาชนก็มี ต้องช่วยกันดู โทษกันไปโทษกันมาไม่ได้ ไม่โทษประชาชน อยู่ที่จิตสำนึกของคนที่ทำผิด ประชาชนอย่าให้คนพวกนี้ทำอะไรที่ผิด รู้อยู่แล้วว่าผิดหรือไม่ สื่อต้องช่วยเขียนเตือน แต่มาเขียนไล่รัฐบาลว่าตามเจอหรือยัง

กำชับ ผบ.ทอ.เสริมกำลังร่วม ตม.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินดอนเมืองให้บริการล่าช้า ว่า วันนี้มีหลายสาเหตุทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งเรื่องตัวอาคารที่คับแคบ ต้องดูว่าจะขยายได้อีกหรือไม่ เพราะตัวอาคารรับได้เพียง 1,000-2,800 คน แต่บางทีมาพร้อมกันถึง 4,000 คน บางทีเครื่องล่าช้าต้องดูด้วยว่าคนแน่นตอนไหนสาเหตุอะไร ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เปิดช่องให้บริการให้เต็ม ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ตนได้สั่งการให้ ผบ.ทอ. นำกำลังทหารอากาศมาช่วย พร้อมทั้งสั่งกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน และ ตม.แก้ไข หากยังทำไม่ได้อีกก็ต้องมาดูกัน