บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อแก้กฎหมาย ป้องกันน้ำท่วม อย่างเป็นระบบ ยุบหลายหน่วย ขึ้นสำนักนายก

กาฬสินธุ์ยังวิกฤติน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก หลังเขื่อนลำปาวเร่งระบายน้ำ ปัก ธงแดง เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง พ่อเมืองร้อยเอ็ดขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์เตรียมแผนระบายน้ำ ผอ.วิทยาลัยการอาชีพพรรณานิคม จ.สกลนคร ครวญน้ำท่วมสูง 1.50 เมตร เสียหายกว่า 50 ล้าน รมว.เกษตรฯ ลง พื้นที่ตรวจน้ำท่วมอุบลฯ คาดเข้าสู่สภาวะปกติอีก 2 สัปดาห์ มวลน้ำเหนือเริ่มทะลักเข้าพื้นที่นครสวรรค์ ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงต่อเนื่อง “บิ๊กตู่” เผยตั้ง สนง.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ บูรณาการปัญหาน้ำขึ้นตรงสำนักนายกฯ ให้โจทย์เร่งแก้ปัญหาน้ำ 5 ด้าน ทำแผนระยะยาว 12 ปี 3 ระยะ

สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีหลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมขังเนื่องจากอยู่ติดแม่น้ำสายหลัก และรองรับน้ำที่เร่งระบายออกจากเขื่อน เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังคงวิกฤติ ระดับน้ำยังคงท่วมสูงในพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องไชย และ อ.ร่องคำ หลังมีฝนตกหนักและเขื่อนลำปาวยังคงระบายน้ำออกวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำพาน และลำน้ำปาวเพิ่มสูงขึ้นอีก 6-7 ซม. โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้าน 64 ครอบครัว ยังคงอพยพอยู่บนที่สูง เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์

นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ระดับน้ำภายในเขื่อนลำปาว เริ่มลดลงหลังเร่งระบายน้ำ พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก สำหรับจุดเฝ้าระวัง ได้แก่ บ้านเชียงสา และบ้านดงยาง ต.บัวบาน อ.ยางตลาด อยู่ใกล้กับลำน้ำพาน ขณะนี้มีน้ำท่วมสูง 40 ซม. เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 7 ซม. ส่วนระดับน้ำชี บริเวณบ้านหนองมะเกลือ ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย ระดับน้ำลดลง 3-4 ซม. เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง กรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ฝายร้อยเอ็ด 12 เครื่อง แต่ยังคงปักธงแดงเนื่องจากสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

วันเดียวกัน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พล.ต.ณัฐชนก ศิริทีปตานนท์ ผบ.มทบ.27 ในฐานะ ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของ พล.ร.6 ที่สนามบิน มทบ.27 เพื่อสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ อ.เชียงขวัญ อ.โพธิ์ชัย อ.ธวัชบุรี อ.เสลภูมิ อ.ทุ่งเขา–หลวง อ.อาจสามารถ และ อ.พนมไพร เตรียมวางแผนรองรับน้ำจากเขื่อนลำปาว รวมถึงเร่งผลักน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของประชาชน

นายสถิต สำราญสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพรรณานิคม ต.พอกน้อย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พาผู้สื่อข่าวลงเรือท้องแบน สำรวจความเสียหายหลังภายน้ำท่วมอาคารเรียน และบ้านพักครู ได้รับความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท นายสถิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯเปิดสอนระดับ ปวช. และ ปวส. มีนักศึกษา 800 คน ครูและเจ้าหน้าที่ 62 คน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ลำน้ำอูนล้นตลิ่งไหลท่วมวิทยาลัยสูง 2.50 เมตร ส่งผลให้อาคารเรียน บ้านพักครู โรงครัว ห้องสมุด ห้องเก็บเอกสาร และอุปกรณ์การเรียนจมน้ำเสียหาย ปัจจุบันน้ำยังท่วม บางจุดสูง 1.50 เมตร ให้นักเรียนย้ายไปเรียนยังอาคารเรียนที่ไม่ถูกน้ำท่วม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

จ.นครพนม สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว ปริมาณน้ำในลำน้ำก่ำรองรับน้ำจาก จ.สกลนคร ลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ หลังเจ้าหน้าที่ชลประทานเร่งเดินเครื่องผลักดันน้ำ 5 จุด รวม 22 เครื่อง ลงสู่แม่น้ำโขงวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 9.5 เมตร จากระดับวิกฤติ 13 เมตร ขณะเดียวกัน ตลิ่งริมลำน้ำก่ำในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนทรุดตัวยาวประมาณ 1-2 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำก่ำได้รับความเสียหาย 1 หลัง และมีบ้านในพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบอีก 5 หลัง สร้างความวิตกให้กับชาวบ้านเกรงว่าบ้านจะทรุดตัว พล.ต.อรรถ สิงหัษฐิต ผบ.มทบ.210 สั่งให้กำลังพลในสังกัดนำอุปกรณ์เครื่องมือ และกระสอบทราย สร้างแนวป้องกันบริเวณบ้านที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ที่บริเวณสถานีวัดระดับน้ำแม่น้ำมูล M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี และ พล.ต.อชิร์ฉัตร โรจนะภิรมย์ ผบ.มทบ.22 ให้การต้อนรับ ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้บรรยายสรุปข้อมูลสถานการณ์น้ำ ระบุว่า กรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำมูล เร่งระบายน้ำผ่านฝายชนบทและฝายมหาสารคามเพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำชี ส่วนแม่น้ำมูลระบายน้ำผ่านเขื่อนราษีไศล รวมถึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่สะพานพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลลดอย่างต่อเนื่อง

พล.อ.ฉัตรชัยเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ดำเนินการตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. 2 เรื่อง คือ 1.ติดตามการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และ 2.เตรียมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 21-22 ส.ค. ปัจจุบันมีพื้นที่ 8 จังหวัด 66 อำเภอ 478 ตําบล 3,958 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แบ่งเป็นภาคอีสาน 7 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และหนองคาย ส่วนภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สำหรับ จ.อุบลราชธานี ยังมีน้ำท่วม 9 อำเภอ

สำหรับแผนระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่น้ำท่วมขังนั้น กรมชลประทานเร่งระบายน้ำพื้นที่จุดเสี่ยงลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล จัดจราจรน้ำไหลออกสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว คาดว่าหลังจากนี้ระดับน้ำจะลดลงเข้าสู่สภาวะปกติอีก 2 สัปดาห์ ส่วนแนวทางการป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ในระยะยาว ในการประชุม ครม.สัญจร กระทรวงเกษตรฯจะเสนอ 3 แผนหลัก ได้แก่ สร้างทางผันน้ำ ยกระดับถนนให้สัญจรได้ และปรับปรุงคันกั้นน้ำ ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ จะจัดเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

นายธีรศักดิ์ ทรัพย์ศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำน่าน อ.ชุมแสง และ อ.เมืองนครสวรรค์ เตรียมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่ง หลังจากมวลน้ำจากภาคเหนือไหลผ่านสถานีวัดน้ำ N67 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง 1,261 ลบ.ม.ต่อวินาที จากความจุ 1,520 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดว่าปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วน จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพื่อรองรับน้ำเหนือ ระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำ C.7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ 6.51 เมตร เพิ่มขึ้น 10 ซม. จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,297 ลบ.ม.ต่อวินาที

เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา ถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพประชาชน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ จะขับเคลื่อนทั้งในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ 1.การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้แก่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้ 10 กระทรวง รวมกว่า 30 หน่วยงาน ต้องเชื่อมโยงสอดคล้องทั้งระบบ 2.แก้ไข และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การชลประทานราษฎร์ การชลประทานหลวง ผังเมืองรวม การขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ คันและคูน้ำ การเดินเรือในน่านน้ำไทย ป่าไม้ การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พลังงานและการประปา ราว 10 ฉบับ ด้านสิ่งแวดล้อม น้ำบาดาล แผ่นดิน และอสังหาริมทรัพย์ อีก 4 ฉบับ ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีก 2 ฉบับ เป็นต้น เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบและสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน บูรณาการเป็นเอกภาพไม่ซ้ำซ้อนหรือล่าช้า แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า มีแนวทางจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะยุบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารวมกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้เป็นปัญหาย้อนกลับมาเหมือนเดิมทุกปี ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด “แผนเผชิญเหตุ” รองรับในเดือน ส.ค. ถึงเดือน ก.ย.นี้ ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุที่พาดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดฝนตกชุกมีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่เป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ถึงปี 2569 คือระยะที่ 1 ช่วงปี 2557-2560 ระยะที่ 2 ปี 2561-2562 ระยะที่ 3 ปี 2563-2569