วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบรีดอีก11ล้าน แก๊งพล.ต. อุ้ม2สาวชาวจีน

เหยื่อโผล่แจ้งข้อมูลเพิ่ม แฉล่ามสิงคโปร์คอยชี้เป้า สั่งให้ออก‘พ.ต.ท.’นอกรีต

แฉแก๊งพลตรี-พันตำรวจโท อุ้มรีดเรียกค่าคุ้มครอง ประธานบริษัทธุรกิจท่องเที่ยว ก่อเหตุมาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง มีผู้ต้องหาชาวสิงคโปร์ทำหน้าที่ล่ามเป็นตัวจักรสำคัญชี้เป้าเลือกเหยื่อ เคยรีดทรัพย์ผู้เสียหายในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เงินไปร่วม 10 ล้าน มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความแล้ว 4 คน “บิ๊กป้อม-บิ๊กแป๊ะ” สั่งห้ามป้องคนผิด ให้บังคับใช้กฎหมายเต็มที่ ด้าน พ.ต.ท. พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. 1 ในสมาชิกแก๊งถูกสั่งให้ออกจากราชการแล้ว

กรณี พล.ต.จรูญ อำภา นายทหารสังกัดกอง บัญชาการกองทัพไทย พร้อมพวกประกอบด้วยทหาร และพลเรือนรวม 10 คน ก่อเหตุอุ้มนายสุรชัย แซ่ย่าง นักธุรกิจ ประธานบริษัทนำเที่ยวย่านซอยนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. พื้นที่ สน.โคกคราม เพื่อนำไปรีดเงินเรียกค่าคุ้มครอง 20 ล้านบาท ต่อมามีการต่อรองยอดเงินลดลงเหลือ 2 ล้านบาท หลังจ่ายเงินนายสุรชัยได้รับการปล่อยตัว ก่อนเดินทางเข้าร้องทุกข์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กระทั่งมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุตามหมายจับทั้งหมด 10 คน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิติธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.งานสายตรวจ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม พร้อมพวก แถลงข่าวจับกุมพล.ต.จรูญ อำภา นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. นายโอภาส ศรียา และนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ และทหารจากกรม สารวัตรทหารเรือประจำกองบัญชาการกองทัพไทย 4 นาย ประกอบด้วย จ.อ.เสาวเดช ศักดิ์กิตตินันท์ จ.อ.อภิวัฒน์ ศรีนะพรม จ.อ.เทพพิทักษ์ รัดทะนี และ จ.อ.ทรงวุฒิ เที่ยงธรรม 8 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มนายสุรชัย แซ่ย่าง ประธานบริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว นายทรงศักดิ์ วิโรจน์ถาวรกิจ ผู้จัดการบริษัทฯ เพื่อเรียกค่าคุ้มครอง 20 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายต่อรองจนเหลือ 2 ล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเคยใช้วิธีนี้ก่อเหตุมาหลายครั้ง คาดมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 50 ล้านบาท จากการสืบสวนพบผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจยศ พ.ต.ท.สังกัด บก.ปอศ. ถูก พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. สั่งให้ออกจากราชการแล้ว ส่วนรายอื่นคงต้องรอดำเนินการทำหนังสือแจ้งต้นสังกัดให้ทราบพฤติกรรม เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และร่วมกันบุกรุก ก่อนที่ พล.ต.จรูญจะใช้ตำแหน่งและเงินสด 1 แสนบาทประกันตัวไป ส่วนสารวัตรทหารเรือ 4 นาย ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 1 แสนบาท ประกันตัวออกไป เหลืออีก 3 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. นายโอภาส ศรียา ผู้รับโอนเงิน และนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ เตรียมคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี ประกอบด้วย นายอุทิศ ก่อแก้ว นายฐิติกร ชื่นอุรา อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว นอกจากนี้ ยังพบผู้ตกเป็นเหยื่อแก๊งอุ้มรีดเรียกค่าคุ้มครองแก๊งนี้ อีกหนึ่งรายเป็น 2 สาวจีน ที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท

“ตรวจสอบพบนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ 1 ในผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นไกด์และล่าม มีประวัติทำผิดมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกกลางเดือน เม.ย.57 หลอกนางเสี่ยว เหว่ย อายุ 30 ปี นักธุรกิจชาวจีน สามีถูกจับกุมในข้อหาปลอมบัตรประชาชนที่ สน.ลาดพร้าว ว่าสามารถเคลียร์คดีกับตำรวจได้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 4 ล้านบาท นัดจ่ายเงินที่โรงแรม ทาว อิน ทาวน์ พื้นที่ สน.วังทองหลาง ก่อนหายตัวไป จากนั้นต้นเดือน พ.ค.59 หลอกลวงนางหลินเซี่ย ชิน อายุ 33 ปี ชาวจีน ว่าสามารถทำบัตรประชาชนให้เป็นคนไทยในราคา 7.5 แสนบาท เมื่อนางหลิน เซี่ย ชิน จ่ายเงินนายโก๊ะ เต็ก ชวน กลับเชิดเงินหนีหายไปกระทั่งมาโดนจับในคดีนี้” พล.ต.ต.
สุรเชษฐ์กล่าว

ต่อมาเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.ชรินทร์ ประคองสุข รอง สว. (สอบสวน) สน.โคกคราม คุมตัว พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ยุทยา นายโอภาส ศรียา นายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ตามหมายจับเลขที่ 1806, 1812, 1811/2560 ลงวันที่ 10 ส.ค.60 ไปฝากขังศาลอาญาผัดแรก 12 วัน เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจะต้องสอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ต่อมาญาติของ พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์และนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และ 3 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลอนุญาตโดยตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาท พร้อมห้ามออกนอกประเทศ ส่วนนายโอภาส ผู้ต้องหาที่ 2 ไม่มีญาติมายื่นประกัน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด แม้จะเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือนายตำรวจ สั่งการให้ขยายผลพฤติกรรมของแก๊งนี้ ว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ หากประชาชนรายใด

ที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจทุกท้องที่ ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. กล่าวว่า มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ส่วนคดีอาญาต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ไม่มีการปกป้องคนกระทำความผิด เรื่องดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ทำนอกเหนือหน้าที่ตัวเอง อ้างเป็นตำรวจ บก.ป.ไปรีดทรัพย์คนอื่น สั่งกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเรียกรับสินบนและประพฤติตัวนอกรีตโดยเด็ดขาด

ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าทำผิดต้องถูกจับกุม เพราะทหารทำความผิดและทำทุจริตไม่ได้ ยืนยันกองทัพไม่ให้ความช่วยเหลือ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ การดำเนินการทางคดีอาญาจะมีความผิดร้ายแรงกว่าวินัยทหาร เพราะทหารจะไปอุ้มใครนั้น ไม่สามารถทำได้

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หากกำลังพลกระทำผิดจริง กระทรวงกลาโหมจะไม่ละเว้น แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกระบวน การยุติธรรม เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ หากพบความผิดจะต้องถูกลงโทษตามระเบียบกระทรวงกลาโหม

มีรายงานว่า หลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การขอศาลออกหมายจับขบวนการดังกล่าว คือภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุสามารถจับภาพของกลุ่มคนร้ายได้ชัดเจน จับภาพกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งชุดลายพรางทหาร 4 คน และแต่งนอกเครื่องแบบอีก 5 คนรวม 9 คน บุกเข้าไปพบนายสุรชัย แซ่ย่าง ในห้องทำงานของบริษัท ก่อนที่จะพานายสุรชัยออกไปจากบริษัท ภายหลังจับกุม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์สั่งการให้ชุดทำงานตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมดเพื่อหาความเชื่อมโยง จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง สำหรับพฤติกรรมของขบวนการนี้จะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน แผนประทุษกรรมส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวชาวจีนที่มาลงทุนในประเทศไทย ออกอุบายเข้าตรวจสอบบริษัทว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ อีกทั้งทำทีตรวจสอบบัตรประชาชน ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้กว่า 10 ราย เข้าร้องทุกข์เพิ่ม 4 ราย สำหรับนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญ เนื่องจากว่าทำหน้าที่เฟ้นหาเหยื่อ ทำหน้าที่เป็นล่ามพูดกล่อมเหยื่อให้ยอมโอนเงิน