วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นทท.จีนลอยเรือกลางอ่าวหลา จับปลาดาวถ่ายรูป สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง

ฟ้องด้วยภาพ! กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนนั่งเรือสปีดโบ๊ตลอยลำหน้าอ่าวหลา เกาะราชาภูเก็ต ก่อนทำการจับปลาดาวถ่ายภาพ ร้อนถึง ผอ.สบทช.6 ต้องเร่งสอบข้อเท็จจริง-ตักเตือนบริษัทเรือ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย...

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. กลุ่มไลน์ชมรม Healthy Reefs ผู้ใช้ชื่อว่า Seaman Freeman ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุ “เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. 11/08/2560 สมาชิกชมรม Healthy Reefs Club ได้พบเห็นการกระทำผิดที่เกาะราชาใหญ่ พื้นที่อ่าวหลา ทิศตะวันออกของเกาะในโซนนิ่งความปลอดภัย” สอบถามเพิ่มเติมทราบว่า มีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งประมาณ 8-10 คน ซึ่งคาดว่าเป็นชาวจีนได้เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะราชาด้วยเรือสปีดโบ๊ตชื่อ Hantalay Marine 888 ได้ลงดำน้ำสน็อกเกิ้ลบริเวณท้ายเรือสปีดโบ๊ตขณะที่เรือกำลังจอดลอยลำที่หน้าอ่าวหลา ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะราชา ก่อนที่กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนจะดำลงไปจับปลาดาวหรือดาวทะเล สีแดงส้มขนาดใหญ่ก่อนจะนำขึ้นมาบนเรือ

ด้าน นายสุชาติ รัตนเรืองสี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบทช.6) กล่าวว่า ได้รับรายงานปัญหาดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ สบทช.6 ซึ่งประจำอยู่บนเกาะสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมจนทราบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวได้จับดาวทะเลขึ้นมาถ่ายภาพจริง แต่ได้ปล่อยกลับสู่ทะเลในภายหลัง จึงได้เตรียมประสานไปยังเรือลำดังกล่าวเพื่อตักเตือนและแจ้งกำชับให้ปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด

“ตามปกติเรือทุกลำที่มาจอดหน้าอ่าวทั้ง 3 อ่าวของเกาะราชานั้น ไกด์จะต้องมีการพานักท่องเที่ยวทุกคนลงจากเรือ เพื่อขึ้นไปยังจุดรวมพล เพื่อทำการอธิบายข้อกำหนดในการลงเล่นน้ำที่ สบทช.6 จัดทำไว้ทุกครั้ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของ สบทช.6 ร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งหากขึ้นไปฟังข้อมูลยังจุดดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าไม่น่าจะกล้ากระทำผิด เนื่องจากระบุความผิดไว้ชัดเจน สำหรับกลุ่มนี้อาจจะเช่าเรือมาโดยไม่มีไกด์ และอาจจะลงเล่นน้ำในทันที โดยไม่มีการขึ้นไปรับทราบข้อมูลบนฝั่ง ซึ่งในแต่ละวันที่อ่าวทั้ง 3 อ่าวของเกาะราชามีเรือนำเที่ยวเข้าจอดนับร้อยลำ ทำให้เป็นอุปสรรค เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงไปดูแลได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้น” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันเจ้าหน้าที่พบการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีการตักเตือน เนื่องจากบางครั้งยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เพราะยังไม่เกิดความเสียหาย เช่นที่ผ่านมาเคยมีหลายคดีที่ศาลพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานและหลักฐานอ่อน จึงต้องนำมาเป็นกรณีศึกษา ส่วนรายใดที่เกิดความเสียหายหรือเข้าข่ายความผิดชัดเจนจะไม่มีการยกเว้น อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกัปตันและพนักงานบนเรือลำดังกล่าวไม่ยอมตักเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านั้น ทั้งที่ทราบดีว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย.