วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อง DSI เพื่อนสนิทหลอกยืมเงิน-วางเช็คเด้งค้ำ ตุ๋นเหยื่ออื้อ สูญ 30 ล.

สาวใหญ่วัย 43 ปี ร้องดีเอสไอช่วย ถูกเพื่อนสนิท หลอกยืมเงินกว่า 2 ล้านบาท อ้างนำไปใช้หนี้นอกระบบ ก่อนวางเช็คเด้งค้ำประกัน เผยใช้มุกเดิม มีชาวบ้านในพื้นที่ตกเป็นเหยื่อ 20 ราย ยอดโดนโกงกว่า 30 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ส.ค.60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางจิดาภา เขียวนาวะ อายุ 43 ปี พร้อม นายนพพร ทองชนะ อายุ 44 ปี พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ หลังถูกนางจำรูญ เชื้อพุทธ อายุ 48 ปี ยืมเงินหลายล้านบาท ก่อนนำเช็คเด้งมาค้ำประกัน มีผู้เสียหายโดนแบบเดียวกัน กว่า 20 ราย ยอดโดนโกงกว่า 30 ล้านบาท ก่อน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รับเรื่องร้องเรียนแทน

นางจิดาภา กล่าวว่า ประมาณปี 55 ตนขายที่ดิน 11 ไร่ ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ต่อมา นางจำรูญ เชื้อพุทธ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทตน ได้มาขอร้องกู้ยืมเงินจากตนกว่า 2 ล้านบาท อ้างว่าจะนำไปใช้หนี้นอกระบบที่กู้มาและเสียดอกเบี้ยสูงร้อยละ 10 ตนก็ให้ยืมเงิน โดยนางจำรูญนำเช็คเงินมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ต่อมาตนทวงถามก็บ่ายเบี่ยงตลอด สุดท้ายตนนำเช็คไปขึ้นเงิน แต่เบิกไม่ได้ เช็คเด้ง เพราะไม่มีเงินในธนาคารจริง จึงไปแจ้งความที่ สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ 12 ต.ค.55 มีการออกหมายจับนางจำรูญ ความผิดฐานออกเช็ค เพื่อชำระหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ในขณะออกเช็คนี้ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันพึงใช้เงินได้และได้หลบหนี

"นางจำรูญ ไม่ได้หลอกยืมเงินและเอาเช็คเด้งมาค้ำประกันแค่ตนคนเดียวยังมีชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล 1. ตำบลมะขามเตี้ย 2. ทุ่งหลวง 3. บ้านส้อง จ.สุราษฎร์ธานี ถูกนางจำรูญ หลอกด้วย รวมยอดสูญเสียประมาณ 30 ล้านบาท สอบถามตำรวจท้องที่ ว่าทำไมยังไม่จับตัวผู้ต้องหาสักที ทั้งๆ ที่ทราบว่ายังวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ฯ แม้จะร้องศูนย์ดำรงธรรม หัวหน้า คสช.ยุติธรรมจังหวัด ตำรวจกองปราบปรามก็แล้ว ก็ไม่เห็นทำอะไรกันเลย จึงต้องมาร้องดีเอสไอให้ช่วยตามจับกุมให้ เนื่องจากหมายจับกำลังจะหมดอายุความในวันที่ 12 ต.ค.2560" นางจิดาภา กล่าว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เบื้องต้นจะประสานงานกับตำรวจภูธรภาค 8 เพราะอาจติดงานภารกิจอื่นจำนวนมาก เพราะไม่ใช่คดีพิเศษของดีเอสไอ จึงไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาได้.