บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อบ้านก้มหยิบกุญแจ พลัดตกถูกคานลิฟต์ทับดับอนาถโรงแรมดังย่านป่าตอง

พ่อบ้านชะตาขาด!! ก้มหยิบกุญแจ แต่พลาดพลัดตกถูกคานลิฟต์ทับดับอนาถในโรงแรมดังย่านหาดป่าตอง กู้ภัยต้องใช้เวลากว่า 3 ชม.นำร่างส่ง รพ.ชันสูตรศพ...

เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.จงเสริม ปรีชา รอง.ผกก.(สอบสวน)สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมย่าน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ว่า เกิดอุบัติเหตุพนักงานพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รอง.ผกก.สส.นำกำลังชุดสืบสวน-สายตรวจ และมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตประจำ รพ.ป่าตอง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรูสูง 7 ชั้น มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองป่าตอง พบพนักงานของโรงแรมรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในโรงแรม

จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ภายในช่องทิ้งขยะติดกับช่องลิฟต์บริเวณชั้นที่ 1 พบศพชายสวมชุดคล้ายช่างสีเขียวเข้ม ร่างห้อยติดอยู่กับคานของลิฟต์ สภาพศพช่วงหน้าอกถูกคลานลิฟต์ทับ ทำให้ศีรษะห้อยเลือดไหลออกจมูกและปาก ทราบชื่อคือ นายสุเทพ ลูกหลี อายุ 32 ปี พ่อบ้านของโรงแรมดังกล่าว จากนั้นหน่วยกู้ภัยใช้เชือกผูกกับร่างผู้ตายจากชั้น 7 พร้อมกับช่วยกันดึงขึ้นมา ขณะเดียวกันต้องใช้การเลื่อนตัวลิฟต์ด้วยมือบังคับจากชั้น 7 ลงมาชั้นที่ 1 สลับกัน เพื่อให้เกิดช่องว่าง เนื่องจากขณะนำศพออกนั้น ตัวลิฟต์ค้างอยู่ที่ชั้น 7 โดยการทำงานเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะพื้นที่แคบ เป็นช่องทิ้งขยะกับช่องลิฟต์ ใช้เวลากว่า 3 ชม.จึงนำศพผู้เสียชีวิตออกจากจุดพบศพได้ในที่สุด เบื้องต้นพบรอยกดทับที่บริเวณหลัง นำศพส่ง รพ.ป่าตอง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นพ่อบ้านของโรงแรมดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุคาดว่านายสุเทพอาจทำกุญแจหล่นลงไปในช่องทิ้งขยะที่ติดอยู่กับช่องลิฟต์ และพยายามที่จะก้มหยิบ แต่อาจพลาดท่า ทำให้พลัดตกจากชั้น 7 ลงมาชั้นที่ 1 ร่างกระแทกกับคานของลิฟต์เสียชีวิต หรือนายสุเทพ อาจพยายามจะหยิบกุญแจที่ร่วงตกลงไปค้างที่ช่องทิ้งขยะหรือช่องลิฟต์บริเวณชั้นใดชั้นหนึ่ง จากนั้นได้ปีนเข้าไปที่ช่องทิ้งขยะเพื่อจะเก็บกุญแจ ขณะเดียวกันคานลิฟต์ได้มีการเคลื่อนที่ เนื่องจากอาจมีผู้ที่ใช้ลิฟต์ในขณะนั้น ทำให้คานลิฟต์ทับร่างนายสุเทพแล้วลากตัวผู้ตายลงไปยังชั้น 1 เสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง.