วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จพระบรมราชินีนาถ คู่พระบารมี สืบสานพระราชภารกิจเพื่อความสุขประชาไทย

“...ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้มีโอกาสตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศมานานหลายปี ได้แลเห็นพระวิริยะอุตสาหะและพระราชศรัทธา ที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งยังทรงสอนเรื่องการทำงานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย ทำให้ข้าพเจ้าซาบซึ้งในพระราชปณิธาน และได้ตั้งใจปฏิบัติงานที่ทรงมอบหมายมาอย่างสุดความสามารถ คืองานด้านสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ได้แก่ การช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ช่วยเหลือทางด้านสวัสดิการครอบครัว และส่งเสริมอาชีพทางด้านหัตถกรรม เพราะงานเพื่อประชาชนทั้งหลายมีความสำคัญเสมอกัน ย่อมต้องปฏิบัติไปพร้อมๆกัน จะละเว้นทางหนึ่งทางใดเสียมิได้...” พระราชดำรัสดังกล่าวของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะบุคคลต่างๆเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต 11 สิงหาคม 2530 ไม่เพียงตอกย้ำให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยยิ่งใหญ่ ที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาราษฎร์ แต่ยังสะท้อนถึงความเป็น “คู่พระบารมี” ที่ทรงงานหนักด้วยพระวิริยะอุตสาหะเคียงคู่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” มาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปี เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย

จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสด็จฯพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในถิ่นทุรกันดาร เป็นเวลายาวนานต่อเนื่องกันหลายสิบปี ทรงพบเห็นสภาพความเป็นอยู่ยากจนข้นแค้น และปัญหานานัปการของราษฎร โดยเฉพาะที่อยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ ในขณะที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเน้นการช่วยเหลือราษฎรให้สามารถประกอบอาชีพหลักอย่างมีคุณภาพ ทั้งการเกษตร, น้ำ และการพัฒนาชนบท ก็ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปฏิบัติพระราชภารกิจในการดูแลทุกข์สุขและสุขภาพอนามัยของราษฎร โดยเน้นเรื่องครอบครัว, การศึกษา, การสาธารณสุขและอาชีพเสริม

“...ก็ได้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดูแลสั่งสอนมาตลอดว่า สิ่งใดควรทำไม่ควรทำบ้าง ทรงสอนให้ข้าพเจ้ารู้จักว่าการที่จะเป็นพระราชินีของไทยจะต้องวางตนอย่างไรบ้าง และมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ข้อสำคัญรับสั่งว่า ต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของราษฎร ให้เขามีความสนิทสนมที่จะออกปากเล่าความทุกข์ของเขาให้ฟังได้ และพระองค์ท่านก็ได้ปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักการทำตนใกล้ชิดกับราษฎร เช่น เวลามีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร...ไม่โปรดทรงยืน ทรงถือขนบธรรมเนียมไทยที่จะไม่ยืนค้ำผู้เฒ่าผู้แก่ จะประทับลงรับสั่งกับราษฎรเสมอมา แม้จะเป็นตอนเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยงก็ตาม...”

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีของปวงชนชาวไทย จึงทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยได้พระราชทานพระราชดำริและโครงการพัฒนาต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคให้มีความอยู่ดี กินดี มีสุขภาพอนามัยแข็งแรง มีการศึกษา มีอาชีพที่เลี้ยงตนเองได้ และดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เปรียบดังแม่หลวงที่ทรงรักและห่วงใยลูกๆทั้งแผ่นดินไทย

“...การปฏิบัติงานของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็น งานด้านสุขภาพอนามัย งานด้านศิลปาชีพ และโครงการป่ารักน้ำ ล้วนเกิดมาจากการที่ข้าพเจ้าได้โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎร การทรงเยี่ยมราษฎรนี้คือ พระราชภารกิจหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอันจะออกไปรับทราบปัญหาของชาวบ้าน และหาวิธีแก้ไข ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะทรงช่วยชาติบ้านเมืองและรัฐบาลของพระองค์ท่านได้

...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมอบหมายให้ข้าพเจ้าดูแลทุกข์สุข รวมทั้งสุขภาพอนามัยของครอบครัวชาวนาชาวไร่ เพราะหากเขาเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ครอบครัวก็จะประสบความทุกข์ยาก ชาวนาชาวไร่ที่ยากจนอยู่แล้วก็จะยิ่งจนลงไปอีก บางรายถึงกับต้องสูญเสียที่ดินไปก็มี...ระหว่างที่พระองค์ท่านทรงพระราชดำเนินไปตามไร่นานั้น ข้าพเจ้าก็จะอยู่กับราษฎรที่มารับเสด็จฯ ได้มีโอกาสพูดคุยซักถามเรื่องสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ต่างๆของราษฎร...”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” จึงทรงงานหนักด้วยพระวิริยะอุตสาหะมาโดยตลอด โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่พระราชทานเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทย ส่วนใหญ่มุ่งเน้นโครงการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทย ให้สามารถประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ ขณะเดียวกัน ก็เกิดจิตสำนึกในการหวงแหนถิ่นฐานบ้านเกิดและร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ราษฎรสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จนอาจกล่าวได้ว่า การพัฒนาตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง จวบจนถึงปัจจุบันได้พระราชทานโครงการพัฒนาในหลากหลายด้านไปแล้วมากกว่า 900 โครงการ เพื่อช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาและบรรเทาความทุกข์ร้อนของราษฎรให้ทุเลาเบาบาง

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”...พระราชกระแสรับสั่งเนื่องในโอกาสให้กำเนิดโครงการป่ารักน้ำในภาคอีสานเป็นครั้งแรก บ่งชี้เป็นอย่างดีว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็น “คู่พระบารมี” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างแท้จริง พระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปฏิบัติด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิริยะอุตสาหะตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข คือพระราชประสงค์อันสูงสุดของล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์

ในมหามงคล วโรกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2560 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้โปรดอภิบาลปกปักรักษาและคุ้มครองพระองค์ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ