วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯ สานโครงการ "ป่ารักน้ำ" พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

น้ำพระราชหฤทัย สู่ "ชุมชนคนรักษ์ป่า"

“...การจัดการให้คนกับป่าอยู่กันได้ โดยไม่มีราษฎรมีความคิดว่า ตรงนี้เป็นป่า ตรงนี้เป็นเขตบ้าน แต่ให้รู้สึกว่าเป็นป่าผืนเดียวกัน และรู้จักรักษา หวงแหนป่าเสมือนสมบัติของตนเอง...”

พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเริ่มต้น “โครงการป่ารักน้ำ” วันที่ 20 ธ.ค.2525

สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงน้อมนำมาสู่การปฏิบัติด้วยการดำเนิน กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (สสอ.) เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยที่คนในชุมชนนั้นจะเป็นผู้ให้ความร่วมมือในการป้องกันและรักษาพื้นที่ป่า และหน่วย งานจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนในรูปของเงินอุดหนุนและข้อมูลทางวิชาการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณป่าต้นน้ำ ซึ่งได้ดำเนินงานตั้งแต่ปี 2549 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันในพื้นที่ป่าต้นน้ำทั่วประเทศ 52 จังหวัด รวม 1,534 หมู่บ้าน ทั้งที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ และชุมชนที่อาศัยอยู่รอบๆเขตป่าอนุรักษ์

รูปแบบของกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (สสอ.) คือ กรมอุทยานฯเป็นผู้ให้เงินอุดหนุนแก่ชุมชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณรอบป่าอนุรักษ์ ในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตนเองตามบริบทของพื้นที่ และความสามารถในการดำเนินงานของชุมชน โดยมีหน่วยงานภาคสนามด้านการอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำเป็นผู้ประสานงานทางวิชาการและทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชน โดยจะมีคณะกรรมการ สสอ.ของหมู่บ้าน ทำหน้าที่บริหารจัดการงบเงินอุดหนุน และเป็นแกนหลักในการดำเนินกิจกรรม สสอ.ของหมู่บ้าน

ขณะที่การดำเนินงานของชุมชนภายใต้กิจกรรม สสอ.จะประกอบด้วย 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่

1.การพิทักษ์ป่าต้นน้ำ เช่น การลาดตระเวนดูแลรักษาป่า 2,341,570 ไร่ การกำหนดแนวเขตป่า เป็นต้น

2.การควบคุมไฟป่า เช่น ลาดตระเวนป้องกันไฟป่า 661,134 ไร่ การทำแนวกันไฟ สร้างหอดูไฟ เป็นต้น

3.การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ เช่น การปลูกหญ้าแฝก 1,879,250 กล้า การก่อสร้างฝายต้นน้ำ การปลูกป่าเสริมบริเวณป่าชุมชน ป่าอนุรักษ์ ป่าต้นน้ำ เป็นต้น

4.การจัดเวทีชาวบ้าน เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการประชุมการดำเนินงาน การกำหนดกติกาของชุมชนหรือหมู่บ้าน จัดเวทีชาวบ้านของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเครือข่าย

5.การใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงอนุรักษ์ โดยปรับพื้นที่ทำนาแบบขั้นบันได

6.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การทำระบบประปาภูเขา สำรวจจัดทำแผนที่จำลองสภาพภูมิประเทศ จัดฝึกอบรม ศึกษาดูงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรม สสอ. ทั้งชุมชนและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และดำเนินงาน สสอ.จนเห็นผลสัมฤทธิ์ สามารถเป็นต้นแบบที่ดีให้กับชุมชนอื่นๆได้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของหมู่บ้าน สสอ. สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ

จึงจัดโครงการ “ประกวดหมู่บ้าน สสอ.ดีเด่น” โดยดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร มีชุมชนต้นแบบ เช่น สสอ.

บ้านดอนเจียง ม.8 ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีกิจกรรมเพาะกล้าไม้เพื่อปลูกและแจกจ่ายให้ชุมชนอื่นๆ สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน สสอ.บ้านเขาหลัก ม.7 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชน โดยแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวไปสานต่อ กิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ สสอ.บ้านโนนชาติ ม.4 ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ชุมชนได้คืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก และในอดีต ที่เป็นป่าสัมปทานให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ 2,750 ไร่ สสอ.บ้านน้ำงาว ต.บ่อ อ.เมือง จ.น่าน ชุมชนได้คืนพื้นที่ป่า 4,000 ไร่ เพื่อฟื้นฟูให้เป็น ป่าที่สมบูรณ์ เป็นต้น

ณ วันนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วถึงผลและประโยชน์จากกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (สสอ.) ช่วยฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ โดยอาศัยความร่วมมือของสมาชิกในชุมชน

นับได้ว่ากิจกรรม สสอ.เป็นการจุดประกายให้สมาชิกในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในท้องถิ่น ทั้งร่วมกันคิด

ร่วมกันทำ ร่วมกันตัดสินใจ ในการดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ ทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลป่าต้นน้ำ ลดการบุกรุกทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำกิน ร่วมกันกำหนด กฎ ระเบียบ ของชุมชนในการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์ป่าไม้อย่างยั่งยืน ฯลฯ ที่ล้วนเป็นผลพลอยได้จากการดูแลป่าต้นน้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

สมดั่งพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ว่า “ป่ามั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง สังคมยั่งยืน”.


ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม