วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปดู "กะลาสีในม่านหมอก" งานภูเก็ตเรซวีก 2017

ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับการแข่งขันเรือใบ เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีก 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 14 แล้ว

ภาพของเรือใบหลายสิบลำจากผู้เข้าแข่งขันจาก 25 ประเทศทั่วโลก จำนวนกว่า 500 คน ยังคงเป็นภาพความทรงจำอันตื่นเต้นสำหรับผู้เข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งแม้ว่าเรือใบแบบ Kantus Bride จากประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จะเข้ารอบเป็นอันดับที่สองในการแข่งขันวันสุดท้าย ไปไม่ถึงอันดับหนึ่ง แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจที่สามารถขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าร่วมกับเรือใบจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศที่มีประสบการณ์การแล่นเรือใบสูงกว่าอย่างเช่นออสเตรเลีย เป็นต้น

อีกอย่างที่เป็นผลพลอยได้จากการแข่งขันครั้งนี้ คือการนำนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบการล่องเรือใบจากออสเตรเลียและเอเชียเข้าสู่ภูเก็ตในช่วงกรีนซีซั่น เพื่อตอกย้ำภูเก็ตแบรนด์ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลชั้นนำของเอเชียที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งยังเป็น “รีกัตต้า ฮับ” ของประเทศไทยด้วย

การเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบ เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีก 2017 ครั้งนี้ ได้รับการเชื้อเชิญจาก โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ซึ่งเป็นทั้งสปอนเซอร์ใหญ่และผู้ร่วมจัดการแข่งขัน มี คุณกุลเสฏฐ์ หอวงศ์รัตนะ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เครือโรงแรมเคป แคนทารี และ คุณโทมัส เฮน ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

เราเข้าพักที่โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต หลังจากที่เดินทางไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมืองภูเก็ตที่ วัดไชยธาราราม หรือ วัดฉลอง ที่มีตำนานศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม หรือพระครูวัดฉลอง อันเป็นที่เคารพสักการะของคนภูเก็ต รวมทั้งสัมผัสความตื่นเต้นของกิจกรรมแอดเวนเจอร์ และรับประทานอาหารกลางวัน ที่ ฟลายอิ้ง หนุมาน ภูเก็ต มาแล้ว

เคปพันวาเป็นโรงแรมแรกที่ตั้งขึ้นบริเวณแหลมพันวา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต ถ้าเป็น สมัยก่อนก็ต้องถือ ว่าเป็นโรงแรมที่อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ

ก่อนที่จะเข้าพักผ่อนให้สบายอุรา คุณโทมัสถือ โอกาสพาเราไปชมห้องพักที่รีโนเวทใหม่ และอาจจะถือว่าเป็นห้องพักสุดหรูของโรงแรม เลยก็ว่าได้ เรียกว่า Cape Absolute Suite เป็นห้องพักที่แยกออกไปอีกตึก เรียกว่าเป็นส่วนตัว ภายในห้องพัก นอกจากจะมีห้องนอนขนาดใหญ่ ถึง 2 ห้องแล้ว ยังมีสระว่ายน้ำและห้องทำสปาส่วนตัว ห้องรับแขกเป็นกระจกโดยรอบสามารถเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกจากห้องพัก และเห็นวิวทะเลจากมุมสูงที่สวยงามจากห้องนอนได้แบบ 180 องศาเลยทีเดียว

พวกเราหลายคนอดเสียดายไม่ได้ ที่ไม่ได้เห็นห้องนี้ก่อน จะได้ขอให้เขาจัดให้พวกเราพักรวมกันที่นี่ไม่ต้องจัดห้องแยกให้เปลืองหลายห้อง

ห้องพักที่จัดให้เราพักคราวนี้ เป็นห้อง Cape Signature Suite กว้างขวางใหญ่โตทีเดียว แถมยังมีมุมนั่งเล่นและอ่างจากุชชี่ที่ระเบียงด้วย ถามราคาค่าห้องต่อคืน ต้องบอกว่าไม่แพงมากแค่หลัก 5-6 พันบาทเท่านั้น

แม้จะเป็นโรงแรมที่เก่ากว่าที่อื่น แต่จุดเด่นของที่นี่คือ ชายหาดที่ทอดยาวและน้ำทะเลใส ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นโรงแรมติดทะเลที่มีชายหาดสวยกว่าที่อื่น และเล่นน้ำได้ ขณะที่บางโรงแรมในเขตแหลมพันวา แม้จะมีชายหาดแต่ก็เล่นน้ำไม่ได้เหมือนที่นี่

หลังจากเอนหลังและชำระล้างร่างกายพอสดชื่นแล้ว ก็ได้เวลาเข้าสู่การทำเวิร์กช็อปค็อกเทลสูตรพิเศษสำหรับงานนี้ที่ Wedding Terrace @Top of the Reef เป็นค็อกเทลที่ชื่อว่า Sailor in the mist สร้างสรรค์โดย กอบกูล อรรคฮาด ค็อกเทล สเปเชียลลิสต์ของเครือเคปแคนทารี

สูตรผสม มีน้ำสับปะรด เลมอน ไซรัป น้ำอโลเวร่า และเหล้ารัม ท็อปด้วยเกล็ดสีขาวที่ทำจากไข่ขาวและมะพร้าวทอดในไนโตรเจนลิควิดเพื่อให้เกิดควันลอยขึ้นมา ไม่อยากบอกว่า ฟินสุดๆๆๆ จริงๆ สำหรับสเปเชียลค็อกเทลแก้วนี้

เช้าวันใหม่ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นการแข่งขัน เราออกจากท่าเรือโรงแรมเคปพันวา เพื่อร่วมสังเกตการณ์การแข่งขันเรือใบทั้ง 41 ลำ ที่ดูอลังการ คาดว่าน่าจะมีนักแข่งเรือใบในเรือต่างๆไม่ต่ำกว่า 400 คน ตามประเภทการแข่งขัน

หลังจากเก็บภาพการแข่งขันแล้ว พวกเราไปกินอาหารกลางวันกันที่เกาะเฮ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฝั่งภูเก็ตมากนัก ถ้านั่งเรือสปีดโบ๊ตไปก็ใช้เวลาเพียงแค่ 15-20 นาทีเท่านั้น นอกจากเล่นน้ำทะเล ดำสน็อกเกิลดูปะการังแล้ว ที่เกาะเฮยังมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเล่นได้หลายอย่าง เช่น เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ต เรือลากร่ม พาราเซล ซีวอล์กเกอร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเล่นได้ตามความพอใจ

มื้อเย็น ทางเจ้าภาพอยากให้ได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นภูเก็ตแบบโบราณ เลยจัดให้รับประทานอาหารกันที่ บ้านพันวา หรือ Panwa House ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรมเคปพันวาเลยก็ว่าได้ ที่นี่เป็นห้องอาหารติดชายหาดที่เปิดเฉพาะช่วงเย็น และให้บริการ เฉพาะอาหารไทย และอาหารใต้ โดยเฉพาะน้ำพริกกุ้งเสียบตำสดของที่นี่เด็ดจริงๆ ต้องสั่งมาลอง มิฉะนั้นจะมาไม่ถึงเคปพันวา

ปิดท้ายค่ำคืนอันอบอุ่นด้วยการจิบเบียร์และเครื่องดื่มชิลๆกันที่ the light house ผับเก่าบนประภาคารที่อนุรักษ์ไว้ ฟังเพลงยุค 60-70 ใครอย่าเผลอร้องตามเป็นอันขาด มิฉะนั้นความลับเรื่องอายุอาจถูกเปิดเผยได้

คืนนี้เรารีบเข้านอนเร็วเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังเกาะยาวน้อยในวันรุ่งขึ้น เพื่อสัมผัสกับอีกบรรยากาศของเกาะเล็กๆ ที่เขาเล่าว่ายังคงความเป็นชุมชนท้องถิ่นไว้ได้อย่างเข้มแข็ง และการเปิดตัวของโรงแรมหรูหราอีกแห่งบนเกาะ....

น่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว.....!!!!!