บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้ำโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ เลี่ยงตรวจค้นของเหลว ก่อนขึ้นเครื่อง

ทอท. ชี้แจงมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ห้ามของเหลวขึ้นเครื่องเกินปริมาตรที่กำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ..

วันที่ 11 ส.ค.60 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ตามที่ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ในโครงการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย (USAP) ณ ท่าอากาศยานของ ทอท.ได้เน้นย้ำ ให้ท่าอากาศยานทุกแห่งตระหนักและปฏิบัติตามขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามแนวทาง การควบคุมรักษาความปลอดภัยที่รัฐกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล มาตรการที่สำคัญหัวข้อหนึ่งคือ การตรวจค้นสัมภาระหรือสิ่งของที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน

สำหรับ ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 มาตรา 60/17 และข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 83 ว่าด้วยการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ในการตรวจค้นผู้โดยสาร ผู้ประจำหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานที่จะขึ้นอากาศยาน รวมถึงสิ่งใดๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำขึ้นอากาศยาน

รวมทั้ง ตรวจค้นสัมภาระหรือสิ่งของที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน เมื่อมีความสงสัยว่าสิ่งใดเป็นที่ซ่อนอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใดต้องเปิด และแยกสิ่งนั้นออกไปตรวจค้น เพื่อไม่ให้ปะปนกับสิ่งของอื่นๆ และหากตรวจค้นบุคคลและสิ่งใดๆ แล้ว “ไม่ผ่าน” ตามมาตรการที่กำหนด จะถูกปฏิเสธไม่ให้ผ่านจุดตรวจค้นไปได้ ซึ่งในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 ยังได้กำหนดว่าหากผู้ใดขัดขวางหรือหลีกเลี่ยงการตรวจค้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ของเหลว เจล สเปรย์หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้ถูกจัดอยู่ในรายการวัตถุต้องห้ามดังกล่าว และในการดำเนินการนำของเหลว เจล สเปรย์หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะ คล้ายคลึงกันขึ้นบนอากาศยาน ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นในห้องโดยสารอากาศยาน ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ย. 2550 โดยการออกประกาศดังกล่าวของรัฐ เป็นไปตามมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยที่ ICAO แนะนำให้รัฐภาคีถือปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีของ ICAO มีพันธะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของ ICAO ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ที่รัฐออกมาอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อเป็น การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประเทศต่างๆ ที่จะมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการบิน.