วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรรมของเศรษฐี!! ลูกไม่เอาถ่าน ต้องปิดฉากความมั่งคั่ง

“พ่อแม่ที่ให้สมบัติมากมายแก่ลูก เป็นการผลาญพลังและความสามารถของลูก ถ้าไม่ให้สมบัติลูกเลย กลับจะส่งเสริมโอกาสให้ลูกรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีค่าและเป็นประโยชน์” ข้อคิดเตือนใจของ “แอนดรูว์ คาร์เนกี” เจ้าพ่ออุตสาหกรรมเหล็กผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกาในยุคศตวรรษที่ 19 มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดบ่อยๆในหมู่มหาเศรษฐีรุ่นพ่อที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยลำแข้งตัวเอง และมองว่าการยกสมบัติให้ลูกหลาน เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องให้ลูกหลานไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ แต่คือความภูมิใจในวงศ์ตระกูล

หนึ่งในพ่อผู้ร่ำรวยที่สนับสนุนแนวคิดนี้สุดติ่งคือ “วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ซีเนียร์” คุณพ่อของ “บิล เกตส์” มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ถึงขนาดเดินสายบรรยายเรื่องนี้ และเขียนเป็นหนังสือชื่อ “ความร่ำรวยส่วนตัวกับความร่ำรวยของชาติ ทำไมคนอเมริกันจึงควรจ่ายภาษีมรดก” เขาคิดเสมอว่าการที่มหาเศรษฐีสามารถโอนทรัพย์สมบัติมหาศาลให้ลูกหลาน ขัดกับความเสมอภาคทางโอกาส ซึ่งเป็นหลักสำคัญของอเมริกา ฉะนั้น มหาเศรษฐีทุกคนจึงมีหน้าที่ ต้องจ่ายภาษีมรดก

แม้เขาจะร่ำรวย ไม่เท่าลูกชาย แต่ “วิลเลี่ยม เกตส์” ก็ร่ำรวยมีเงินทองเหลือกินเหลือ ใช้ และประสบความสำเร็จตั้งแต่หนุ่มๆ เขา เป็นเจ้าของสำนักงานทนายความที่มีชื่อเสียง ที่สุดในซีแอตเติล และเป็นประธานสมาคมทนายความแห่งรัฐวอชิงตัน เกษียณตัวเองเมื่อ18 ปีที่แล้ว วางมือจากสำนักงานกฎหมาย มาช่วยดูแลมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์

คุณพ่อของบิล เกตส์ เลี้ยงลูกแบบให้อิสรภาพและติดดิน ไม่เลี้ยงลูกอย่างเทวดา ขณะเดียวกัน ก็กระตุ้นให้อ่านหนังสือ คิดวิเคราะห์ตลอดเวลา และสนับสนุนให้มีการถกเถียงแสดงความคิดเห็นในครอบครัว เขาตระหนักดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะสอนให้ทายาทตระกูลเศรษฐีรู้จักควบคุมตนเองจากความฟุ้งเฟ้อ ทั้งๆที่มีทรัพย์สมบัติมากมายกองอยู่ตรงหน้าใช้กี่ชาติก็ไม่หมด วิธีการเลี้ยงดูของพ่อแม่จึงมีอิทธิพล

ต่อลูกมาก การปล่อยให้ลูกมีชีวิตสุขสบายเกินไป เอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ ใช้ชีวิตไร้แก่นสาร ก็เข้าตำรา “พ่อแม่รังแกฉัน” ชัดๆ เพราะสุดท้ายความรักของพ่อแม่จะกลายเป็นยาพิษที่ทำร้ายลูกตัวเอง

ผลงานวิจัยของนักวิจัยด้านความร่ำรวย “โทมัส สแตนลีย์” สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเขาค้นพบว่า ยิ่งลูกหลานตระกูลเศรษฐีได้รับเงินจากพ่อแม่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่รู้จักประหยัดอดออมมากเท่านั้น เพราะเมื่อมีรายรับมาก พวกเขาก็จะยิ่งใช้เงินเกินตัว และไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำงานทำการใดๆ สุดท้ายไม่ว่าทำธุรกิจอะไรก็มีแต่ล้มเหลว

การให้อย่างเกินพอดีของพ่อแม่ คือสาเหตุที่ทำให้ความร่ำรวยของตระกูลเศรษฐีอยู่ได้ไม่เกินสามรุ่น เพราะรุ่นที่สี่มักจะทำพังด้วยความฟุ้งเฟ้อโง่เขลา

“บิล เกตส์” เข้าใจความหมายที่พ่อสอนเป็นอย่างดี เขาจึงเป็นตัวตั้งตัวตีจัดตั้งโครงการ “The Giving Pledge” ร่วมกับมหาเศรษฐีรุ่นพี่ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เมื่อปี 2010 เชิญชวนมหาเศรษฐีทั่วโลกบริจาคทรัพย์สมบัติอย่างน้อยครึ่งหนึ่งให้องค์กรการกุศลแทนที่จะยกให้ลูกหลานตัวเอง ปัจจุบันมีมหาเศรษฐีพันล้านเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 158 ราย ระดมเงินบริจาคช่วยเหลือองค์กรการกุศลทั่วโลกได้มากกว่า 365,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ซึ่งมีสินทรัพย์มากกว่า 89,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศยกทรัพย์สมบัติ 99.96% คืนสู่สังคม และเหลือมรดกทิ้งไว้ให้ลูกๆทั้งสามคนเพียงคนละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกิดเป็นกุมารเศรษฐียุคนี้ ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอด ถึงจะรักษาความร่ำรวยไว้ได้.


มิสแซฟไฟร์