วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาฟเฟิลกรอบอร่อยสุดฟิน..สไตล์ "CRACK"

ร้านขนม—ร้านกาแฟ คงเป็นหนึ่งในธุรกิจยอดฮิตสำหรับคนเจเนอเรชั่นวาย (Generation Y) ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่คิดอะไรไม่ออกก็มุ่งแต่ที่จะเปิดร้านคาเฟ่ขนม—กาแฟเล็กๆ เพราะเป็นอะไรที่ดูทำไม่ยาก สบายๆ ตอบโจทย์ชีวิต “Slow Life”

แต่ในความง่ายนั้น ก็ใช่ว่าจะสำเร็จไปทุกคน เพราะเมื่อเราทำธุรกิจนี้ได้ ก็ต้องมีเปิดตามออกมาได้แน่ ซึ่งก็ตามมาด้วยสภาวะแข่งขันที่สูง โดยก็มีให้เห็นหลายร้านที่อยู่ไม่รอด ในทางกลับกันก็ยังคงมีผู้ชนะที่ยืนหยัดพาธุรกิจเติบโตต่อไปได้

วันนี้ Business On My Way ขอพาไปรู้จักร้าน “CRACK” (แคร็ก) ร้านขนมหวานที่เจ้าของร้านใส่ใจทุกรายละเอียดในการทำธุรกิจ ตั้งแต่วางแผนกลยุทธ์กำหนดทิศทางให้ร้าน วางแผนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเมนูต่างๆอย่างพิถีพิถัน เพื่อนำเสนอความต่างที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากร้านไหน

คุณแป๊ะ (วรกฤต สกุลเลี่ยว) หนึ่งในหุ้นส่วนร้านเล่าว่า ร้าน CRACK เปิดมาประมาณ 7 เดือน โดยเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน สมัยมัธยม 6 คน ซึ่งก็ตามนิสัยผู้ชายที่ชอบนัดเจอกันสังสรรค์ จนมาวันหนึ่งก็มีเพื่อนในกลุ่มพูดขึ้นว่า พวกเราน่าจะหาอะไรที่ทำให้มีเวลาเจอกันมากขึ้น ซึ่งก็เกิดเป็นความคิดที่จะทำธุรกิจกันขึ้นมา

โจทย์ต่อจากนั้นคือต้องมานั่งคิดว่าแล้วจะทำธุรกิจอะไรดี ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปเปิดร้านขนม เหตุผลเพราะพวกเราชอบทานขนมเหมือนกัน แต่ก็ไม่จบเท่านั้น เพราะต้องคิดต่อว่าจะทำขนมอะไรดี

“จากนั้นพวกเราก็ตกลงกันว่าให้ทุกๆคนตระเวนไปหาแรงบันดาลใจ โดยการหาขนมชนิดต่างๆมาทาน ซึ่งที่ไหนว่ามีขนมอร่อยพวกเราก็ตระเวนไปชิมหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

จนวันหนึ่งได้ไปเจอขนมวาฟเฟิลกรอบ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน โดยส่วนใหญ่ที่ทานจะเป็นวาฟเฟิลแบบนุ่มๆ ซึ่งเมนูที่ทานตอนนั้นก็เป็นแค่แผ่นวาฟเฟิลมีน้ำผึ้งราด โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง และการไปเจอร้านนั้นก็ถือเป็นโชคดีของพวกเรา เนื่องจากร้านที่ไปทานมีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งทั่วโลกจะเรียกวาฟเฟิลแบบกรอบนี้ว่า “บรัสเซลส์ สไตล์”

คุณแป๊ะเล่าว่า หลังจากนั้นก็ไม่ลังเลเลือกที่จะทำขนมวาฟเฟิลแบบนี้ขายที่เมืองไทย โดยได้สั่งซื้อเครื่องทำส่งตรงจากเบลเยียมในราคา 140,000 บาท ขั้นตอนต่อมาคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขาย ซึ่งก็เป็นโชคดีอีกครั้งที่มี 1 ในเพื่อนหุ้นส่วนเป็นเชฟด้านขนมหวาน ดีกรีจบจาก “เลอ กอร์ดอง เบลอ” ที่ออสเตรเลีย ซึ่งก็รับหน้าที่เป็นหัวเรือหลักในการพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ของทางร้าน

ก่อนจะมาเปิดร้านพวกเราได้มีการทดลองทำผลิตภัณฑ์มาประมาณ 1 ปี ซึ่งตอนนั้นคิดกันว่าต้องทำผลิตภัณฑ์ที่จะจำหน่ายให้เสร็จทุกตัวก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมในวันที่เปิดร้านจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด

จากนั้นก็มาคิดต่อยอดอีกว่าหากตอนเปิดร้านเราจะขายแต่วาฟเฟิลอย่างเดียวอาจอยู่ไม่รอด ก็เลยนั่งปรึกษากันว่าจะหาเมนูอะไรมาเพิ่ม วันหนึ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ไปเจอกับแพนเค้กญี่ปุ่น (แพนเค้กเด้งดึ๋ง) เห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาพัฒนาเป็นนางเอก คู่กับพระเอกอย่างวาฟเฟิล

สำหรับชื่อร้านเกิดจากตอนที่ทำวาฟเฟิล ซึ่งตอนตัดนำมาจัดวางแล้วมีแคร็กจากความกรอบ ก็เลยนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน หลังจากได้ชื่อร้านก็คิดต่อว่าจะทำโลโก้ร้าน จนไปนึกถึงเสียงแคร็กเวลาที่ลูกเจี๊ยบออกมาจากไข่ นอกจากนี้ยังนำคำว่าแคร็กไปต่อยอดในการออกแบบร้านให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเปลือกไข่อีกด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกัน

ทั้งนี้ ร้าน CRACK มีเมนูทั้งขนมหวาน เครื่องดื่ม และอาหารคาว อาทิ Nara Wasabi Smoked Salmon Waffle, Crack Brussels Waffle, Madagascan Creamy Sapporo Pancake, White Toasted Marshmallow Truffle Waffle เมนูเครื่องดื่ม White Chocolate Macha, Deep in choc ส่วนของคาวก็จะเป็นสปาเกตตี และพาสตา

คุณแป๊ะเล่าอีกว่า นอกจากรายการเมนูที่กล่าวมา ที่ร้านยังมีเมนูกาแฟไว้รองรับลูกค้าอีกด้วย โดยตัวผมเองก็เป็นบาริสตาประจำร้าน โดยที่ร้านจะรังสรรค์กาแฟให้รสชาติกาแฟทานคู่กับขนมที่ร้านได้อย่างลงตัว โดยผมนิยามกาแฟที่ร้านไว้ว่า “กาแฟฟรุ้งฟริ้ง” อีกทั้งยังมีในส่วนของไอศกรีมที่ทำเองอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมี 10 รสชาติ

“ในเมืองไทยร้าน CRACK ถือเป็นเจ้าแรกที่ทำวาฟเฟิลแบบกรอบ ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายเจ้าทำตามออกมา ในส่วนของแพนเค้กก็เช่นกันอาจจะมีเจ้าอื่นๆนำมาทำก่อนหน้าแต่ก็เลิกทำไป แต่ของเรายังพัฒนาต่อ ทั้งด้านเมนู และเทคนิคการปรุงแต่งที่แตกต่าง”

สำหรับกลยุทธ์ที่ใช้บริหารร้าน คุณแป๊ะเล่าว่า เริ่มแรกต้องทำผลิตภัณฑ์ให้อร่อยก่อน โดยที่ร้านจะเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ เน้นทำสดใหม่ทุกจาน โดยวัตถุดิบที่ร้านกว่า 80% นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ แป้งสาลีจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่น วานิลลาสดจากมาดากัสการ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องหาความต่างในด้านเมนู และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะร้าน เพื่อให้ลูกค้าพอทานแล้วบอกได้เลยเป็นร้านเรา

ทั้งนี้ คุณแป๊ะแอบกระซิบด้วยว่า ตอนนี้ก็มีบรรดาห้างสรรพสินค้าชั้นนำมาจีบให้ไปเปิดร้านในห้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพูดคุยข้อสรุปกันอยู่ สำหรับใครที่อยากไปลิ้มลองรสชาติก็สามารถไปที่ร้านอยู่โครงการ RQ 49 คอมมูนิตี้เล็กๆในซอยสุขุมวิท 49 หรือชมเมนูและบรรยากาศร้านคร่าวๆที่เพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม : Crackbkk

ท้ายสุดคุณแป๊ะได้ให้แนวคิดใครที่คิดทำธุรกิจก็ต้องมีการวางแผนให้ดี ไม่ใช่อยากจะเปิดก็เปิด ต้องกำหนดลูกค้าให้ชัดเจน ทำผลิตภัณฑ์ให้ดี ซึ่งก็อยากให้วางแผนธุรกิจก่อนที่จะเปิดหรือลงมือทำจริงเยอะๆ

หรือคิดง่ายๆโดยตั้งโจทย์เลยว่าทำไมลูกค้าต้องเลือกมาร้านเรา ซึ่งหากหาคำตอบนี้ได้ก็จะทำให้ร้านเราแตกต่าง และลูกค้าจำจดเราได้.