บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'1-30พ.ย.' ชมพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9

จัดนิทรรศการ พร้อมมหรสพ คาดเข้าดู3ล้าน

รัฐบาลเปิดให้ประชาชนเข้าชม พระเมรุมาศ พร้อมจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระ เพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. “ธนะศักดิ์” มั่นใจมีผู้ชมมากกว่า 3 ล้าน ตั้งทีมประสานงานรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวก กรมสรรพาวุธทหารบกนำกำลังพลเข้าติดตั้งรางรับฐานรองพระบรมโกศและอุปกรณ์ยึดฐานรองพระบรมโกศ บนราชรถปืนใหญ่

ที่กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อเช้าวันที่ 10 ส.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 2/2560 ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ฝ่าย ดังนี้ 1.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 3.คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดแสดงมหรสพ ระหว่างการจัดนิทรรศการ งานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ มีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมการฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน และ 5.คณะอนุกรรมการบริหารจัดการในคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ที่ประชุมกำหนดจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 1-30 พ.ย. 2560 รวม 30 วัน มีการจัดแสดงมหรสพบนเวทีร่วมด้วยเพื่อให้บรรยากาศเหมือนงานพระราชพิธี โดยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการเช่นเดียวกับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง สำหรับชาวต่างชาติเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยให้ตั้งชื่อนิทรรศการที่เข้าใจง่าย ลึกซึ้ง พร้อมเน้นย้ำแนวทางใช้งบประมาณการจัดนิทรรศการอย่างประหยัด เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการฯครั้งต่อไป เพื่อสรุปและเสนองบประมาณ ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ก่อนรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

“ผมให้แนวทางเวลาเข้าชม รอบแรกเวลา 07.00 รอบสุดท้ายเวลา 23.00 น. โดยอาจจะพิจารณารอบละ 500 คน มั่นใจว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 3 ล้านคน เพราะทุกคนจะมุ่งมาเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการ เมื่อจัดนิทรรศการเสร็จ ทุกคนจะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เกิดความรักและสามัคคี เป็นนิทรรศการจัดโดยประชาชนเพื่อประชาชน น้อมถวายพระองค์ท่าน โดยเดือน ก.ย.นี้ จะเห็นแผนงานที่เรียบร้อย” พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าว

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเข้าชมบริเวณอาคารพระเมรุมาศเป็นหลัก ที่สำคัญยังเปิดให้ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้พิการได้มีโอกาสเข้าชมพระ เมรุมาศเช่นเดียวกับคนทั่วไป ซึ่งจะใช้ศาลาลูกขุน จำลองพระเมรุมาศ อาคารประกอบ และสัตว์หิมพานต์ให้ผู้พิการทางสายตาจับต้องได้ อีกทั้งยังมีอักษรเบรลล์ในจุดที่พิเศษ และสำคัญ ตลอดจนการจัดรถวีลแชร์รองรับ ทั้งนี้ จะใช้ระบบเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดเป็นหลักเพื่อลดเวลาการอธิบายของผู้นำชม และประชาชนยังเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การจัดนิทรรศการ แบ่งออกเป็นนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 กำหนดพื้นที่จัดแสดงภายในอาคารพระที่นั่งทรงธรรมทั้งหมด โดยจะผนวกเนื้อหานิทรรศการตั้งแต่ด้านหน้าพระเมรุมาศที่มีการประดับมณฑลพิธี ด้วยแปลงนาข้าว กังหันน้ำชัยพัฒนา ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง เป็นนิทรรศการการก่อสร้างพระเมรุมาศทุกขั้นตอน กำหนดจัดในอาคารอื่นๆ ได้แก่ ศาลาลูกขุน 1 จำนวน 2 หลัง อาคารศาลาลูกขุน 2 อีก 2 หลัง พร้อมคำบรรยาย ช่วงจัดนิทรรศการจะจัดแสดงมหรสพในช่วงหัวค่ำ โดยใช้เวทีใหญ่ของการจัดแสดงมหรสพสมโภชในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ อาทิ โขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม และให้มีการแสดงที่หลากหลาย รวมถึงมีการแสดงของเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ

อีกด้านหนึ่งที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ พ.อ.พงศ์พัฒน์ เจริญพิบูลย์ รอง ผอ.กองโรงงานช่างแสง ศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก นำกำลังพลเข้าติดตั้งรางรับฐานรองพระบรมโกศ และอุปกรณ์ยึดฐานรองพระบรมโกศ บนราชรถปืนใหญ่ หมายเลข 21863 จัดสร้างโดยกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อใช้ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 ในการอัญเชิญพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 เวียนอุตราวัฎ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ ก่อนขึ้นสู่พระจิตกาธาน สำหรับรางรับฐานรองพระบรมโกศถูกติดตั้งบนเหล็กเนื้อเหนียวขนาด 3 นิ้ว สูง 1 นิ้ว 1 หุน มีระยะความห่างของราง 49.5 ซม. ติดบนฐานบัวขาสิงห์ที่อยู่ด้านบนสุดของราชรถ ทั้งนี้ ราชรถปืนใหญ่ หมายเลข 21863 อยู่ระหว่างการลงรักปิดทองที่บริเวณล้อด้านหน้า รอการประดับตกแต่งส่วนสลักลายไม้ โดยช่างจากสำนักช่างสิบหมู่ คาดแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. และหลังการติดตั้งรางและอุปกรณ์ยึดแล้วเสร็จ กรมสรรพาวุธทหารบกจะร่วมกับสำนักช่างสิบหมู่ทดสอบการเลื่อนถาดรองพระบรมโกศจากเกรินบันไดนาค และสะพานเกรินลงสู่ราชรถปืนใหญ่ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องต่อไป

วันเดียวกัน นายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยถึงรายชื่อวัดไทยในต่างประเทศทั่วโลก ที่ถูกเสนอว่ามีความเหมาะสมจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศทั่วโลกแสดงออกถึงความ จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จำนวน 20 วัด ดังนี้

1.วัดพุทธาราม เมืองวาลแวกซ์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ 2.วัดศรีนครินทรวราราม เมืองโซลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 3.วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 4.วัดเพื่อพระนิพพาน เมืองคิวลิช สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 5.วัดไทยนอร์เวย์ เมืองฟรอกเนอร์ ประเทศนอร์เวย์ 6.วัดไทยเดนมาร์ก กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก 7.วัดไทยลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 8.วัดพุทธาวาส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา 9.วัดนวมินทรราชูทิศ รัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา 10.วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

11.วัดพุทธาราม เมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร 12.วัดพุทธสามัคคี นครไครส์ทเชิร์ท ประเทศนิวซีแลนด์ 13.วัดไทยนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย 14.วัดไทยพุทธาราม นครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย 15.วัดปากน้ำญี่ปุ่น เมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น 16.วัดเหมอัศวาราม เมืองลั่วหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน 17.วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย 18.วัดไทยลุมพินี เมืองลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล 19.วัดอานันทเมตยาราม ประเทศสิงคโปร์ และ 20.วัดพุทธไทยเชตะวัน กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รายงานชื่อวัดดังกล่าวให้สำนักนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว