วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนกาฬสินธุ์ จมรอบสอง จ่อถล่มร้อยเอ็ดต่อ เชียงแสนดินสไลด์

ฝนถล่มหนักกาฬสินธุ์จมบาดาลอีกระลอกผสมกับน้ำจากเขื่อนลำปาวที่เร่งระบายออกพร้อมเตือนพื้นที่ 5 อำเภอ เตรียมรับสถานการณ์ ขณะที่ร้อยเอ็ด 8 อำเภอเตรียมรับน้ำจากเขื่อนลำปาวเช่นกัน ส่วนที่เชียงแสน ฝนถล่มดินสไลด์ทำให้ต้นไม้บนดอยล้มพาดสายไฟจนเสาไฟโค่นระนาวทำให้ร้านขายของที่ระลึกเสียหาย 10 ร้าน

สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่เหลือเพียงน้ำท่วมขัง ส่วนฝนได้ลดลงส่งผลให้หลายจังหวัดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับพื้นที่ติดริมน้ำสายหลัก เช่น อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล หรือพื้นที่อยู่ใต้เขื่อนลำปาวต้องรับน้ำที่ระบายจากเขื่อนอาจยังผจญกับปัญหาน้ำท่วมอีกหลายวัน

เมืองน้ำดำอ่วมฝนถล่มซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากกลางดึกที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก อีกทั้งเขื่อนลำปาวยังคงระบายน้ำออกวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำในจุดที่เคยท่วมขังที่กำลังจะลดลงกลับเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านที่เคยอพยพขึ้นมาพักอาศัยอยู่บนที่สูงยังไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านได้ โดยเฉพาะชาวบ้านท่าสีดา ต.ลำพาน อ.เมือง ที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนจนต้องอพยพไปอยู่บนที่สูงเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว พอน้ำจะลดกลับถูกฝนถล่มอีกยิ่งทำให้ความเป็นอยู่เริ่มลำบากมายิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการอาศัยหลับนอนต้องระวังสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ การเข้าห้องน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก

เตือน 5 อำเภอรับน้ำเพิ่ม

ขณะที่นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่เขื่อนลำปาวระบายน้ำวันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำลำน้ำพานและลำน้ำปาวในเขต 5 อำเภอ คือเมือง ยางตลาด กมลาไสย ฆ้องชัย และร่องคำ ระดับน้ำสูงขึ้นอีก 7-10 ซม. ดังนั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนแม่น้ำชีขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 8 เครื่อง ทำให้อัตราการไหลของน้ำเร็วขึ้น สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว ซึ่งมีความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีน้ำในเขื่อนสูงถึง 1,745 ล้าน ลบ.ม. จากข้อมูลของชลประทานระบุว่า เดือน ส.ค.นี้จะมีน้ำไหลเข้าเขื่อน 800 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวมีความจำเป็นที่ต้องพร่องน้ำออกจากเขื่อน

8 อำเภอในร้อยเอ็ดรับน้ำเพิ่ม

ที่ จ.ร้อยเอ็ด นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด แจ้งหนังสือด่วนที่สุดถึงอำเภอจังหาร โพธิ์ชัย เชียงขวัญ ทุ่งเขาหลวง ธวัชบุรี เสลภูมิ อาจสามารถและพนมไพร ให้เตรียมรับมือน้ำจากเขื่อนลำน้ำปาวในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่เพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นอีก โดยให้เตือนประชาชนและเกษตรกรให้รับทราบ และติดตามเฝ้าระวังระดับน้ำที่จะสูงขึ้น โดยให้อพยพเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง สิ่งของ ขึ้นสู่ที่สูง ให้สำรวจพื้นที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน ทั้งในกรณีสามารถอยู่ในบ้านเรือนได้และกรณีต้องอพยพออกจากพื้นที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบก่อน

พสกนิกรซาบซึ้งพระเมตตา

ที่หอประชุมเทศบาลตำบลเหล่าปอแดง อ.เมืองสกลนคร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบถุงพระราชทานให้ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.เหล่าปอแดง สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ประสบภัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ในวโรกาสนี้ พล.อ.ไพบูลย์ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงผู้ประสบอุทกภัยความว่า พระองค์ทรงทราบถึงภัยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ พระองค์มีความห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จึงให้องคมนตรีมาติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ พระองค์ยังมีรับสั่งว่าจะสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

เร่งซ่อมอ่างห้วยทรายขมิ้น

นายนิพนธ์ มังกรแก้ว ผอ.โครงการชลประทานสกลนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนน้ำอูนมีน้ำอยู่ที่ 638 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณเก็บกัก 520 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 122% แต่ไม่ต้องกังวลเพราะเขื่อนน้ำอูนสามารถเก็บกักน้ำได้อีกมาก มีความมั่นคงแข็งแรง 100% น้ำอูนกำลังอยู่ในการพร่องน้ำหลายทาง อาทิ การไหลล้นสปิลเวย์ การระบายออกทางประตูระบายน้ำคลองชลประทานน้ำอูน รวมถึงการระบายออกทางห้วยปลาหาง จากการตรวจสอบพบว่ามีน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยวันละ 8.6 ล้าน ลบ.ม. แต่สามารถระบายออกได้ 11.5 ล้าน ลบ.ม. ถือเป็นแนวโน้มดีขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนอ่างห้วยทรายขมิ้นที่พังได้ระดมกำลังและเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมคันดินที่พังเสียหาย ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 64% คาดจะเสร็จในวันที่ 22 ส.ค.นี้ การสร้างทำนบดินขึ้นมีการบดอัดแบบเทคโนโลยีใหม่พร้อมเสริมร่องแกน ฝั่งลึกลงไปในชั้นดินเพิ่มความแข็งแรงมั่นคง

ดินสไลด์ต้นไม้หักโค่น

สำหรับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่เช้ามืด ทำให้ดินสไลด์ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บนดอยเชียงเมี่ยงริมถนนสายเชียงแสน-อ.แม่สาย ล้มหักโค่นลงพาดสายไฟแรงสูงทับร้านค้าขายของที่ระลึกเสียหายหลายหลัง บริเวณหน้าองค์พระพุทธนวล้านตื้อ สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน นอกจากนี้ เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 4 ต้นกับต้นไม้ล้มขวางถนนสายสามเหลี่ยมทองคำ-แม่สาย หลังเกิดเหตุหน่วยกู้ชีพเวียงผาเงาพร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเชียงแสนมาตัดกระแสไฟและเคลียร์พื้นที่ ต่อมานายพินิจ แก้วจิตคงทอง นอภ.เชียงแสน นายประสิทธิ์ สุพันธ์ กำนันตำบลเวียงและคณะไปตรวจที่เกิดเหตุ พบมีร้านค้าเสียหายประมาณ 10 ร้าน โดยเฉพาะร้านค้าของ น.ส.รัตนา หน่อพรม กับร้านของ น.ส.อารีย์วรรณ คงเจริญ ที่หลังคายุบพังทั้งหลัง สินค้าภายในร้านถูกน้ำฝนเสียหายทั้งหมด

ฝูงตะเข็บหนีขึ้นพนังกั้นน้ำ

บริเวณกำแพงพนังกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง พบฝูงตัวตะเข็บจำนวนมากอพยพหนีน้ำขึ้นจากพงหญ้าริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาไต่ขึ้นไปอยู่บนกำแพงพนังกั้นน้ำเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร เหตุเกิดหลังน้ำเจ้าพระยาเพิ่มปริมาณขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอ่างทองไปตรวจและเตรียมกำจัดแล้ว ขณะที่ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีชลมาตรหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ระดับ 6.34 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,229 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกัน จังหวัดอ่างทองได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งในระลอก 3 แล้ว เพราะปริมาณน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เจ้าคณะภาค 10 มอบเงินช่วย

วันเดียวกัน ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานการประชุม ในระหว่างการประชุม พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการ มส. ได้รายงานการให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ตามที่ มส.ได้มอบหมาย ขณะเดียวกันในส่วนคณะสงฆ์ภาค 10 พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. ในฐานะเจ้าคณะภาค 10 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ศูนย์ผู้ประสบอุทกภัย คณะสงฆ์ภาค 10 ประกอบด้วย ศูนย์จังหวัดอุบลราชธานี 100,000 บาท ศูนย์จังหวัดนครพนม 100,000 บาท ศูนย์จังหวัดศรีสะเกษ 100,000 บาท ศูนย์จังหวัดยโสธร 50,000 บาท ศูนย์จังหวัดมุกดาหาร 50,000 บาท และศูนย์จังหวัดอำนาจเจริญ 50,000 บาท

วัดโพธิ์ช่วยอีก 1 ล้านบาท

ช่วงเช้าคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) นำโดยพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ นำคณะสงฆ์และสามเณรโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา ออกบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากญาติโยมในชุมชนปากคลองตลาด บ้านหม้อและท่าเตียน เพื่อนำไปบริจาคให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสาน โดยพระเทพวีราภรณ์ กล่าวว่า คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯได้ประชุมกันเป็นการเร่งด่วนเพื่อหาทางช่วยเหลือวัดและประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเบื้องต้นวัดพระเชตุพนฯ อนุมัติเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับวัดและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยมอบให้พระราชรัตนสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ เป็นตัวแทน

เตรียมเรียกถกหน่วยงานน้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 โอนกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังกัดที่สำนักนายกรัฐมนตรี ภายใต้สำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่าเป็นเพียงแค่การโอนมาเท่านั้น ไม่มีการยุบรวมใดๆทั้งสิ้น เพราะอีกไม่นาน พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ที่อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังจะออกมาจะมอบภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ให้กับกรมทรัพยากรน้ำแต่จากกรมเล็กไปทำภารกิจใหญ่ เปรียบเหมือนยักษ์ตัวเล็กถือกระบองเล็กคงอยู่ได้แต่พอกระบองใหญ่ ยักษ์ต้องโตขึ้นตามด้วย ดังนั้นหากมาอยู่ที่สำนักนายกฯ จะทำให้เกิดความสะดวกในการแก้ปัญหาน้ำ รับนโยบายโดยตรง อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม พืชผลการเกษตร ส่วนบางกองที่อยู่ในกรมนี้แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องน้ำโดยตรงยังอยู่ที่กระทรวงทรัพย์ฯ โดยสำนักงานอยู่ที่ทำเนียบฯ และวันที่ 15 ส.ค. ภายหลังประชุม ครม.ตนได้นัดอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยามาคุยเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน

นายกฯแจงดึงน้ำมาดูเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการปรับโครงสร้างการทำงานใหม่เพื่อบูรณาการให้งานเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัด เช่น เรื่องของน้ำ ตนให้นำกลับมาขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อนเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำมาอยู่ในกล่องเดียวกัน ที่ผ่านมาการทำงานแยกส่วนกันทำ จึงต้องมาปรับระบบใหม่ ต้องทำให้ได้และมีประสิทธิภาพในช่วงที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่เช่นนั้นอนาคตปัญหาก็เป็นแบบเดิม สำหรับปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง รัฐบาลมีทุกโครงการที่จะแก้ไขปัญหารวมทั้งการพัฒนาต่างๆ แต่วันนี้ทำอะไรไม่ได้เพราะติดที่ประชาชนไม่ยินยอม เนื่องจากบางพื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัย บางครั้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายเนื่องจากเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย

ช่วง 13–16 ส.ค.ฝนเพิ่มอีก

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วงนี้ถึงวันที่ 12 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร จากนั้นช่วงวันที่ 13-16 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง