บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากขังหนุ่มตุ๋นเล่นแชร์ เหยื่อกว่า 4 พัน สูญ 5 พันล้าน

ฝากขังหนุ่มแสบ เปิดบริษัทใหญ่โตย่านรัชดา ลวงเหยื่อลงทุนแชร์งานสัมมนา ผลตอบแทนในฝัน 1 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน จ่ายปันผล ทุกอาทิตย์ ปีแรกจ่ายเงินตรงเวลาจนเหยื่อเชื่อสนิททุ่มลงทุนเพิ่ม มีผู้เสียหายกว่า 4พันคน ยอดความเสียหายกว่า 5 พันล้านบาท ช่วงหลังเริ่มเบี้ยวจนถึงขั้นปิดบริษัทหนีไปต่างประเทศ พอเห็นเรื่องเงียบบินกลับมาไม่รู้ว่าถูกออกหมายจับแล้ว แต่ยังให้การปฏิเสธ ศาลไม่ปล่อยตัวชั่วคราวส่งเข้าเรือนจำทันที

กรณีตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับหัวโจกชักชวนเหยื่อเล่นแชร์จัดคอร์สงานสัมมนา จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนหลายพันคน ความคืบหน้าจากศาลอาญา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.ท.ภุชงศ์ เบ้าทุ่ง พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ควบคุมตัวนายภูดิศ กิตติธราดิลก อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/8 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1151/2560 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และข้อหาร่วมกันฟอกเงิน คดีชักชวนเหยื่อเล่นแชร์ลูกโซ่จัดคอร์สสัมมนามูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ มาขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า คดีนี้ผู้เสียหายคือนางศิวัชญา พลอยงาม พร้อมพวก รวม 17 คนเข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีนายภูดิศ กิตติธราดิลก กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทอินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัทเดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัททั้ง 2 แห่งหลอกลวงผู้อื่นด้วยการจัดสัมมนาแก่ประชาชนทั่วไป ใช้สถานที่โรงแรมชื่อดังย่านลาดพร้าว รัชดาภิเษก และห้องสัมมนาของบริษัทฯ นายภูดิศขึ้นเวทีบรรยายและฉายสไลด์ประกอบ เนื้อหากล่าวอ้างว่า บริษัททั้ง 2 แห่ง ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเปิดคอร์สสัมมนาสอนเกี่ยวกับการลงทุน ชักชวนให้ผู้ร่วมสัมมนาลงทุนกับบริษัทฯ อ้างว่าจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้สมาชิกอัตราสูงในระยะเวลาอันสั้น คือผลตอบแทนอัตรา 1 เปอร์เซ็นต์ต่อวันจากราคาแพ็กเกจที่ซื้อ และจ่ายเงินปันผลให้ทุกสัปดาห์เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์

หากผู้ใดชักชวนผู้อื่นมาซื้อแพ็กเกจกับบริษัทฯได้ จะจ่ายค่าแนะนำอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ ของยอดเงินที่ซื้อแพ็กเกจ และบอกให้ชักชวนคนอื่นต่อเป็นทอดๆ เมื่อกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 17 คนฟังบรรยายแล้วเห็นว่า เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงในระยะอันสั้น จึงหลงเชื่อจ่ายเงินซื้อคอร์สสัมมนาแบบทยอยซื้อเรื่อยๆ ช่วงแรกบริษัทฯจ่ายเงินปันผลให้จริง ยิ่งทำให้เชื่อพากันทุ่มเงินซื้อคอร์สสัมมนาเพิ่มอีกรวมเป็นเงิน 42,527,896 บาท บริษัทฯจ่ายเงินปันผลให้แล้ว 16,764,218 บาท แต่ภายหลังไม่จ่ายและติดต่อไม่ได้ เหลือเงินที่ค้างจ่ายอีก 25,763,678 บาท จากการตรวจสอบหนังสือจดทะเบียนบริษัททั้ง 2 แห่ง พบว่า นายภูดิศเป็นกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียว บริษัทตั้งอยู่อาคารเดียวกันคือ อาคารฟอรั่ม ถนนรัชดาภิเษก แต่ปิดทำการไปแล้ว สอบสวนเส้นทางการเงินพบว่า บริษัททั้งสองและนายภูดิศเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หลายบัญชี เพื่อระดมเงินที่สมาชิกซื้อแพ็กเกจและนำเงินสมาชิกใหม่มาจ่ายให้สมาชิกเก่าลักษณะหมุนเงิน แต่ทยอยถอนเงินออกไปแล้วรวม 11 บัญชี เป็นเงิน 5,333,742,677.80 บาท

เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาและครอบครองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้จากการกระทำผิด กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและข้อหาฉ้อโกงเงินประชาชน แต่ผู้ต้องหาถอนเงินออกไปเพื่อใช้โดยทุจริตและหลบหนี ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2560 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญา และจับกุมนายภูดิศได้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2560 เวลา 17.50 น. นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางดำเนินคดี การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 343 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน 2527 มาตรา 4 และ 12 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 มาตรา 3 (3) 5 (3) 60 และ 61 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ผู้ต้องหาปฏิเสธ เหตุเกิดที่บริษัทอินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัทเดอะซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด อาคารฟอรั่ม ธนาคารกสิกรไทยฯ สาขายูเนี่ยนมอลล์ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และอื่นๆ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จ ต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก รอผลตรวจลายนิ้วมือ ประวัติการต้องโทษผู้ต้องหาและเอกสารอื่นๆ จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-21 ส.ค.2560 นอกจากนี้ หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านเนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีมาตั้งแต่แรก พฤติการณ์กระทำผิดลักษณะเป็นขบวนการและเครือข่าย กระทำผิดหลายท้องที่ มีผู้เสียหายจำนวนมาก บางส่วนไปร้องทุกข์ไว้ตามสถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ และบางส่วนไปร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกทั้ง ผู้เสียหายบางส่วนยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวด้วย เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 4,000 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 5,000 ล้านบาท ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายภูดิศผู้ต้องหาไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที

สำหรับบรรยากาศที่ศาลอาญาวันนี้ มีกลุ่มผู้เสียหายนัดรวมตัวกันที่ศาลอาญาเกือบ 20 คน พร้อมนำหลักฐานและเอกสารการลงทุนซื้อคอร์สอบรมสัมมนามายื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวนายภูดิศ นายพัฒน์ขจร เนียมจันทร์ อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการ เผยว่า นายภูดิศเป็นเจ้าของบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจการจัดคอร์สสัมมนา เนื้อหาส่วนใหญ่จูงใจให้ผู้ร่วมคอร์สสัมมนานำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจกับบริษัทฯ ผู้เสียหายถูกหลอกเงินไปลงทุนหลายพันคน ตั้งแต่หลักพันบาทถึงหลักแสนบาท ส่วนสาเหตุที่หลงเชื่อเนื่องจากเห็นว่านายภูดิศเปิดบริษัทฯของตัวเอง 8-9 บริษัท ชักชวนให้ลงทุน นำรางวัลที่ได้รับจากหน่วยงานเอกชนและราชการต่างๆมายืนยันเพื่อให้น่าเชื่อถือ ช่วงแรกผู้ต้องหาจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกได้จริงนานเกือบ 1 ปี ทำให้พวกตนหลงเชื่อว่าไม่น่าถูกหลอกจึงลงทุนเพิ่ม แต่ภายหลังไม่สามารถจ่ายได้หลายเดือน สอบถามก็บ่ายเบี่ยง จากนั้นผู้ต้องหาเดินทางไปต่างประเทศก่อนกลับมาถูกจับ ก่อนหน้านี้ไปร้องทุกข์กรมสอบสวนคดีพิเศษและกองปราบปราม หวังว่าจะได้เงินคืนบ้าง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ วันนี้หลังพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขัง จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง จะนำสำนวนสอบสวนและสำนวนคำร้องขอฝากขังมาส่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน หลังนำตัวผู้ต้องหาฝากขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พนักงานสอบสวนดีเอสไอสามารถไปสอบปากคำผู้ต้องหาในเรือนจำได้ ไม่จำเป็นต้องนำตัวมาสอบที่ดีเอสไอ คดีนี้เป็นคดีฉ้อโกงประชาชนแต่ทำคดีฟอกเงินควบคู่ไปด้วย เนื่องจากมีประชาชนถูกหลอกร่วมลงทุน 4 พันคน มูลค่าความเสียหายสูงถึง 5,000 ล้านบาท