วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้กฎหมายล้มทับอุปสรรคทำกิน รัฐขอเวลาจ่อแก้หวังลดภาระภาคธุรกิจลงแสนล้าน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาการปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน กล่าวในงานสัมมนาแนวทางการปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 ว่า กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆมีผลต่อการทำมาหากิน และถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาและยกระดับประเทศให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 หากไม่แก้ไขกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ล้าสมัย และเป็นต้นทุนภาระต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและเป็นต้นทุนให้กับภาคธุรกิจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน ซึ่งกฎหมายหรือระเบียบบางฉบับมีอายุกว่า 60-80 ปี จึงไม่ทันยุคที่โลกและประเทศไทยเปลี่ยนไปจึงเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน

ทั้งนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2485 เป็นเวลากว่า 75 ปี ซึ่งเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติให้มีความทันสมัยมากขึ้น พบว่าสามารถประหยัดต้นทุนในด้านเอกสาร และธุรกรรมต่างๆให้กับการทำธุรกิจประมาณ 1,000 ล้านบาท ถ้าหากปรับปรุงกฎหมายได้ทั้งหมด คาดว่าจะช่วยให้ลดภาระในการทำธุรกิจกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยนำไป สู่การปฏิรูปความเป็นอยู่ของคนไทยได้ โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีกฎหมายมากกว่า 100,000 ฉบับ ทั้งในส่วนที่เป็น พ.ร.บ. กฎกระทรวง กฎหมายลูก และประกาศต่างๆ ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคกฎหมายล้มทับ จนหายใจไม่ออก ขยับตัวได้ลำบาก

“ถึงเวลาที่จะต้องสะสางกฎหมายเหมือนทำ 5 ส. คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ขอเรียกว่า บิ๊กคลินนิ่งเยียร์กฎหมายไทย จะระดมภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ที่ปรึกษาในไทยและต่างประเทศ มาช่วยกันปรับปรุง ใน 4 เดือนแรกจะเน้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจและประกอบอาชีพของเอกชนและประชาชน ส่วนอีก 8 เดือนจะทำงานร่วมกับกระทรวง ทบวงกรม เกี่ยวกับการพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมของใบอนุญาตภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,000 ฉบับ จะเข้าสู่กระบวนการทบทวนความเหมาะสม และเสนอแนะให้เกิดประสิทธิภาพ”.