วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟันธงสินเชื่อภูธรโตกระฉูด เพาะปลูก-ส่งลูกเรียน-แข่งเรือยาวหนุน

สินเชื่อครึ่งปีหลังจ่อโต “เมืองไทย ลิสซิ่ง” มั่นใจปีนี้ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่โต 50% ชี้ครึ่งปีหลังเป็น “ช่วงไฮซีซั่น” ทั้งเกษตรกรเตรียมเพาะปลูก เปิดเทอมมหาวิทยาลัย เทศกาลออกพรรษา-แข่งเรือยาวกระตุ้นคนต่างจังหวัดเร่งจับจ่ายใช้สอย ด้านแบงก์กสิกรไทยมองสินเชื่อรายใหญ่เริ่มกลับมาขยายตัวดี

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการคุมเข้มบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ก.ย. นี้ จะส่งผลดีกับบริษัททำให้มีการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยน่าจะมีผู้บริโภคบางส่วนที่ผ่านเกณฑ์หันมาใช้บริการสินเชื่อกับบริษัทเมืองไทย ลิสซิ่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทยังคงเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโต 50% จากปีก่อนปล่อยสินเชื่อได้ 37,000 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 50,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สินเชื่อในครึ่งปีแรกปล่อยแล้ว 25,000 ล้านบาท และโดยปกติครึ่งปีหลังจะปล่อยสินเชื่อได้มากกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการปล่อยสินเชื่อ เป็นช่วงที่เกษตรกรต้องซื้อวัตถุดิบในการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่ และเป็นช่วงเปิดเทอมของลูกหลานในระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้งในช่วงออกพรรษา ซึ่งมีเทศกาลแข่งเรือและมีวันหยุดต่อเนื่อง กระตุ้นให้คนต่างจังหวัดมีการจับจ่ายมากขึ้น

บริษัทตั้งเป้ารายได้และกำไรสุทธิปีนี้จะเติบโต 50% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,470 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดนั้นพบว่า สาขาของบริษัทได้รับผลกระทบเพียง 3 สาขาเท่านั้น ที่ จ.สกลนคร แต่ได้รับความเสียหายน้อยและกระทบลูกค้าไม่มากนัก โดยบริษัทพร้อมให้ขยายเวลาชำระหนี้ให้ลูกค้า อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเดินหน้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 50-60 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 2,200 สาขา สำหรับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ขณะนี้ยอดปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ของบริษัทอยู่ที่ 760 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพียง 0.7% เพราะจะปล่อยให้เฉพาะลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีประวัติการจ่ายหนี้ที่ดี

นายชูชาติกล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อ รายได้ และกำไรสุทธิปี 61 โต 40% ปี 62 โต 40% และปี 63 โต 30% เนื่องจากมีแผนเปิดสาขาใหม่ปีละ 600 สาขา ทำให้สิ้นปี 63 จะมีสาขารวม 4,300 สาขา ช่วยหนุนให้ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น โดยจะใช้เงินลงทุนราว 500,000 บาทต่อสาขา พร้อมตั้งเป้าคุมหนี้เอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 1.5 เท่า และวันที่ 31 ส.ค.นี้ บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้วงเงิน 3,500 ล้านบาท เป็นเงินทุนในการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม

ด้านนายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกสินเชื่อจากสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัทที่ดูแลลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตตามเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 553,665 ล้านบาท เติบโต 8% จาก 511,700 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน “อุตสาหกรรมที่โดดเด่นในครึ่งปีแรกคือ พลังงาน เกษตรแปรรูป และอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น กลุ่มเกษตรขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป ส่วนอสังหาริมทรัพย์ยังมีการลงทุนเพิ่มขึ้นผ่านการระดมทุนรูปแบบต่างๆ อาทิ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT และหุ้นกู้”

สำหรับช่วงครึ่งหลังปี 2560 คาดว่า เศรษฐกิจยังขยายตัวจากปัจจัยสนับสนุนด้านเงินลงทุนจากภาครัฐเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) รถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และการเดินหน้าอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ การส่งออกที่ขยายตัวได้ดีเกินกว่าที่คาดจะส่งผลถึงเศรษฐกิจในประเทศขยายตามไปด้วย โดยเชื่อมั่นว่าสิ้นปี 2560 การเติบโตของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะขยายตัวได้และปิดตัวเลขได้ตามเป้าหมายที่ 4-6%.