วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เรืองไกร' ให้ข้อมูล กกต.ปม 90 สนช.ถือหุ้น ส่อขาดคุณสมบัติ

"เรืองไกร" เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม กกต. ปม 90 สนช.ถือหุ้นเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ ยกคำวินิจฉัย-คำสั่งศาล รธน. ชี้มีความผิด ส่วนที่ "พรเพชร" อ้างตามรัฐธรรมนูญ 50 ฟังไม่ขึ้น

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.60 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต.ถึงกรณีสนช.จำนวน 90 ราย มีการกระทำการเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญ และจะเข้าข่ายเป็นการขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 263 วรรคสอง ประกอบมาตรา 184 (2) และ 101 (7) ที่มี นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ เป็นประธานกรรมการไต่สวน

โดย นายเรืองไกร ระบุว่า เป็นการเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำเชิญ ตนได้ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 12-14 /2253 ที่วินิจฉัยเกี่ยวกับการถือหุ้นสัมปทานของ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต ส.ส. และม.ร.ว.กิตติวัฒนา (ไชยยันต์) ปกมนตรี อดีต ส.ว.ว่า เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2553 กรณี นายมานิต นพอมรบดี ที่ชี้ว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ดังนั้นเมื่อนายมานิตพ้นจากการเป็น รมต.ไปก่อนแล้วไม่มีเหตุให้ศาลต้องวินิจฉัย มาเป็นตัวอย่างให้กับคณะกรรมการไต่สวน เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตนร้องเรียนนั้น กกต.เคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยไว้เช่นกันว่าเป็นความผิด ส่วนประธานพรเพชร วิชิตชลชัย (ประธาน สนช.) ยกรัฐธรรมนูญ 50 ขึ้นมาอ้างว่าถือครองหุ้นมาก่อนเข้าดำรงตำแหน่งไม่ผิด พูดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะถ้ายึดหลักนี้ต่อไปใครที่จะมาเป็น ส.ว.เป็น รมต.ก็จะไปถือหุ้นก่อนเพื่อที่เมื่อเป็น ส.ว.และรมต.แล้วจะไม่ได้ไม่ถือว่าผิด