วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตา สหรัฐฯ-โสมแดงขู่กันฟ่อ จ่อสงครามหรือไม่? ทำไม‘คิม’ คิดจะถล่มกวม

อุณหภูมิความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ พุ่งทะยานขึ้นฉับพลันทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตือนเกาหลีเหนือว่า จะเผชิญกับ ‘ไฟและเพลิงแค้นที่โลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน’ สวนกลับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนืออย่างแข็งกร้าว ที่ออกแถลงการณ์ขู่ว่า กำลังคิดพิจารณาจะใช้ขีปนาวุธยิงโจมตีเกาะกวม

คำเตือนดังกล่าวของทรัมป์ ถือเป็นท่าทีที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศเปิดฉากทำ ‘สงครามน้ำลาย’ ตอบโต้กันด้วยวาทะอันดุเดือดอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของทรัมป์ และคำแถลงการณ์อย่างจริงจังของเกาหลีเหนือ จะนำไปสู่สงครามระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ หรือไม่? และทำไม คิม จอง อึน จึงเลือกที่จะขู่โจมตีเกาะกวม!!

* ‘กวม’ จุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

สาเหตุที่เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์จะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะกวมนั้น เนื่องจากเกาะกวม ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาด 544 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างฟิลิปปินส์และฮาวาย ในมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น ถือเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตก โดยขณะนี้ สหรัฐฯได้ใช้เกาะกวม เป็นฐานทัพทางยุทธศาสตร์ มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ 6,000 นาย ที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน และฐานทัพเรือ ‘Naval Base Guam’ ซึ่งมีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิด เรือดำน้ำและกองเรือรบประจำการอยู่ โดยพื้นที่ของฐานทัพสหรัฐฯ คิดเป็น 1 ใน 4 ของเกาะกวม อีกทั้งกองทัพสหรัฐฯ มีแผนจะส่งทหารหลายพันนายมาประจำการเพิ่มบนเกาะกวม

เกาะกวม มีชื่อทางการว่า ดินแดนกวมของสหรัฐอเมริกา โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชามอร์โร ซึ่งอพยพมาอยู่ที่เกาะกวมเป็นครั้งแรกเมื่อ 3,500 ปีก่อน มีเมืองหลวงชื่อ ฮากัตญา รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากชาวญี่ปุ่น และจากการเป็นฐานทัพเรือสหรัฐฯ โดยสหประชาชาติได้จัดให้กวมอยู่ในรายชื่อ ดินแดนที่ไม่ได้ปกครองตนเอง และมีประชากรทั้งเกาะประมาณ 163,000 คน

ที่ผ่านมา เกาะกวม ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ใกล้เอเชียมากที่สุด สหรัฐฯ จึงเข้ามาตั้งฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศบนเกาะกวม และเคยใช้เกาะกวมเป็นฐานสำคัญในปฏิบัติการรบ ทั้งในสงครามเวียดนาม ตามด้วยสงครามเย็นและยังเป็นจุดจอดทิ้งระเบิดในสงครามเกาหลี

*เกาะกวม อยู่ในพิสัยขีปนาวุธระยะไกล-ระยะกลางของโสมแดง

ในเวลานี้ เรื่องที่ชาติปรปักษ์สำคัญของเกาหลีเหนือ กังวลมากที่สุด ก็คือ เกาหลีเหนือมีความคืบหน้าในการพัฒนาขีปนาวุธไปมากแบบก้าวกระโดด จากความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป (ICBM) ไปแล้ว ถึง 2 ครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ จนโดนสหรัฐฯ ผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือ

ด้วยเหตุนี้ เรื่องที่ต้องคำนึงถึงคำขู่ของเกาหลีเหนือที่จะโจมตีเกาะกวมนั้น อยู่ตรงที่ เกาะกวม ตั้งอยู่ในระยะที่ขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยไกลของเกาหลีเหนือสามารถยิงถึงได้สบายๆ เพราะอยู่ห่างจากกรุงเปียงยาง ประมาณ 3,400 กิโลเมตร

* โสมแดงโต้ทรัมป์ ติดตั้งขีปนาวุธยิงไปใกล้เกาะกวม เสร็จกลางส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม รัฐบาลเกาหลีเหนือได้มอบหมายให้สื่อ กระบอกเสียงทางการออกแถลงการณ์อีกว่า การติดตั้งขีปนาวุธ 4 ลูกให้ยิงไปตกใกล้เกาะกวม จะเสร็จเรียบร้อยในกลางเดือนสิงหาคมนี้ หรือในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยระบุว่า “ขีปนาวุธ ฮวางซอง-12 จะถูกยิงให้บินผ่านญี่ปุ่นไปตกในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากเกาะกวมประมาณ 30 กม. หากคำสั่งนี้ได้รับการอนุมัติจากท่านผู้นำ คิม จอง อึน!!”

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของเกาหลีเหนือ ยังข่มขู่ให้กลัวว่า ขีปนาวุธฮวางซอง-12 จะบินเป็นระยะทาง 3,356 กิโลเมตร ใช้เวลา 1,065 วินาที และไปตกห่างจากเกาะกวมราว 30-40 กม.

* มะกัน Vs เกาหลีเหนือ มีโอกาสจะเกิดสงครามกันจริงๆ หรือ

ท่ามกลางแถลงการณ์ข่มขู่จะโจมตีเกาะกวมของเกาหลีเหนือ และวาทะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวของทรัมป์ล่าสุด สิ่งที่ทำให้เกิดคำถามตามมาก็คือ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะเกิดสงครามหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน และจอร์จ ดับเบิลยู.บุช เคยใช้ถ้อยคำรุนแรงเตือนเกาหลีเหนือที่พยายามจะพัฒนาโครงการนิวเคลียร์มาก่อน

โดยอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน เคยถึงกับกล่าวว่า ‘เกาหลีเหนือจะถึงกาลอวสานถ้ามีอาวุธนิวเคลียร์’ ส่วน จอร์จ ดับเบิลยู.บุช ก็เคยประณาม ‘เกาหลีเหนือเป็นแกนของปิศาจชั่วร้าย’ เช่นเดียวกับ อิรักและอิหร่าน หลังจากเกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11 และรัฐบาลสหรัฐฯ สมัยจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ได้ทำสงครามถล่มอิรักเป็นชาติแรกไปเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2546

* ชี้ ไม่มีใคร แม้แต่เกาหลีเหนือที่อยากให้เกิดสงคราม

เว็บไซต์ the Guardian รายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงหลายคน ต่อสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดย Jean Lee อดีตหัวหน้าข่าวเอพีประจำเปียงยาง และปัจจุบันเป็นสมาชิกของสมาคมวิลสัน มองว่า ไม่มีใครบนคาบสมุทรเกาหลี และแม้แต่เกาหลีเหนือเองที่ต้องการให้เกิดสงคราม เพียงแต่คิม จอง อึน กำลังผลักดันมันให้ไปไกลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้เท่านั้น เพื่อหวังให้สหรัฐฯ ยอมรับว่า เกาหลีเหนือเป็นชาติมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์เช่นกัน และสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในฐานะผู้นำที่สามารถปกป้องประเทศชาติและประชาชน จากสหรัฐฯ จอมวายร้าย

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เธอกังวล ก็คือ การคำนวณที่ผิดพลาด หรือ เกิดอุบัติเหตุที่สามารถทำให้กองกำลังทหารในภูมิภาคนี้เกิดการเผชิญหน้ากันได้ เหมือนกับที่เคยเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกำลังทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ที่เกาะใกล้พรมแดนทางทะเลของสองประเทศเมื่อปี 2553 ทำให้พลเรือนเกาหลีใต้เสียชีวิตไปหลายราย รวมทั้งการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีไปตกในทะเล เขตแดนของญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นอาจจะรู้สึกถูกบังคับให้ต้องตอบโต้เกาหลีเหนือ

* คิดว่าโสมแดงไม่โง่ เป็นฝ่ายโจมตีเกาะกวมก่อน


ส่วนความเห็นของ โรเบิร์ต เคลลี ผู้ช่วยศาตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ ปูซาน ชี้ว่า มีความคิดได้สองทางเกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์ ที่เตือนเกาหลีเหนือย่างแข็งกร้าวว่า จะเผชิญกับ ‘ไฟและเพลิงแค้น’ ซึ่งถ้าคิดในแง่บวกของคนสนับสนุนทรัมป์ คงมองว่า คำพูดของทรัมป์ เป็นสิ่งที่เขากำลังพยายามทำให้ ไม่สามารถจะคาดเดาทำนายสถานการณ์ได้ และมีความตั้งใจที่จะกดดันจีนอย่างแท้จริง เพื่อต้องการบอกจีนว่า ความอดทนของสหรัฐฯ หมดลงแล้ว

ส่วนถ้าคิดในแง่บวกน้อยลง และบางทีจะถูกมากขึ้นก็คือ คำพูดอันดุเดือดของทรัมป์ที่ตอบโต้เกาหลีเหนือ ก็คือ การเปิดศึกสงครามโวหารของทั้งสองฝ่าย เหมือนกับกระทิงสองตัวในสนามชนวัวกระทิงแค่นั้น

เกาหลีเหนือไม่มีทางชิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะกวมก่อน หรือยิงขีปนาวุธไปโจมตีแผ่นดินอเมริกา โดยที่สหรัฐฯ ไม่ได้ยั่วยุใดๆ เพราะเกาหลีเหนือไม่ใช่คนโง่ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็เพื่อตั้งใจจะป้องกันประเทศ ไม่ใช่ไปรุกรานโจมตีประเทศอื่น

ที่สำคัญ คือ เกาหลีเหนือกังวลต่อสิ่งที่เกิดกับมูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย และซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก ที่สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารและสงครามเข้าไปโค่นอำนาจ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีความเห็นว่า คำขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะกวม ก็แค่คำขู่ที่ว่างเปล่าเท่านั้น!!